ขอสงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำข้อมูลในกระทู้นี้ไปเผยแพร่ต่อ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากเจ้าของข้อมูลแล้วเท่านั้น !!!

บทความ ประเพณีถือศีลกินผัก


< หน้าก่อน   1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85 86 87 88 89 90 91 92 93 94 95 96 97 98 99 100 101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 121 122 123 124 125 126 127 128 129 130 131 132 133    หน้าถัดไป >


กระทู้นี้เดิมเป็นกระทู้ประเพณีถือศีลกินผัก แต่เนื่องจากว่ามีการโพสข้อมูลที่มีเนื้อหาสาระเข้ามาเยอะมากๆ
เลยขอปรับกระทู้นี้ให้เป็นกระทู้ บทความที่เกี่ยวเนื่องกับประเพณีถือศีล กินผัก โดยเฉพาะ
ซึ่งทุกท่านสามารถส่งเข้ามายังกะทู้นี้ได้ ไม่เฉพาะต้องเขียนโดยผู้เขียนเท่านั้น มีเนื้อหาครอบคลุม
- ประเพณีถือศีลกินผักทั่วไป
- ประเพณีถือศีลกินผักที่เกี่ยวเนื่องกับเมืองตรัง
- ประวัติศาลเจ้าและพระที่นับถือ
- ประกาศงานบุญ

ในกะทู้นี้ต่อไปหากมีข้อมูลมากพอก็จะรวบรวมจัดแบ่งให้ชัดเจนยิ่งขึ้น กะทู้นี้ผู้เขียนขอให้คงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์จึงต้องระมัดระวังในการกล่าวคำอย่างยิ่ง ให้สัญลักษณ์เป็น ดอกเหมย เป็นปฐมบทของการปรับปรุงกะทู้ดั้งเดิม

โดย.. บุนเต้หลาง 124.157.209.249   


 

 ความคิดเห็นที่ 1121

4 พ.ค.2550  เวลา 01:52 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.76.58  

ในสมัยในรัชสมัยจิ้น ไท่คังปีแรก ปีพุทธศักราช 823  ท่านได้รับตำแหน่งเป็นผู้ปกครองอำเภอจิงหยาง มณฑลเสฉวน เนื่องจากท่านปกครองโดยหลักคุณธรรม มีความรับผิดชอบ ไม่รีดนาทาเร้น ช่วยเหลือผู้ยากไร้ ชาวบ้านจึงเรียกท่านว่า ข่อเจ็งหยง

(ในภาพ ภาพวาดพระข่อจินหยิน ล่ากวางในวัยเยาว์)

 


 ความคิดเห็นที่ 1122

4 พ.ค.2550  เวลา 01:53 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.76.58  

ครั้งหนึ่งอำเภอจิงหยางประสบโรคระบาด ท่านใช้วิชาของท่านร่ายมนตร์วาดยันต์ให้ชาวเมืองได้ดื่มกินเป็นการช่วยเหลือ ต่อมาท่านรับราชการเป็นแพทย์รับใช้ราชชนนีของกษัตริย์ในรัชสมัยจิ้น ท่านจึงได้รับนาม จินหยิน ภายหลังราชสำนักประสบความยุ่งเหยิงแตกแยก ท่านจึงเบื่อลาขาดจากชีวิตราชการ เดินทางร่วมกับอาจารย์ไปยังสถานที่ต่างๆ จนถึงมณฑลเจียงซี

(ในภาพ แท่นบูชาพระข่อจินหยิน)

 


 ความคิดเห็นที่ 1123

4 พ.ค.2550  เวลา 01:54 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.76.58  

ณ ที่นี่ท่านได้อาจารย์สิมโบ้เป็นครูอีกท่านหนึ่ง เรียนรู้วิชาจับปราบปีศาจ วิชาวาดยันตร์ และเหาะเหิรเดินอากาศ กล่าวว่าห่างจากบ้านท่านภายในระยะ 10 ลี้ จักไม่มีโจรผู้ร้ายกล้าย่างกรายเข้ามา เนื่องจากท่านมีวิชาสูงส่ง สามารถเรียกลมเรียกฝน และเคลื่อนย้ายภูเขาไปทิ้งทะเลได้ ลูกศิษย์ของท่านมีมากมาย พระตันเจ็งกอ ก็เป็นศิษย์ผู้หนึ่งของท่าน

(ในภาพ แท่นบูชาพระข่อจินหยิน)

 


 ความคิดเห็นที่ 1124

4 พ.ค.2550  เวลา 01:55 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.76.58  

ช่วงบั้นปลายท่านได้ปลีกวิเวกเขียนบทประพันธ์จับปราบปีศาจ เช่น ไท้ส่องเหล่งโป้เจ่งเบ๋งฮวด บทประพันธ์อื่นๆเช่น  จ่ามกาวเหล็ง โส่กาวเกล็ง และ ฮั้วกังเส๋งหล้อ คือเป็นการสยบมังกรพ่นน้ำซึ่งก่อให้เกิดอุทุกภัย และการเปลี่ยนแม่น้ำให้กลายเป็นถนน เป็นต้น ส่วนด้านการแพทย์ ท่านแต่ง อีฮ่อเฮี๋ยว ซึ่งกล่าวถึงการแพทย์รักษาอาการเจ็บคอของพญามังกร จนท่านได้รับการยอมรับว่ามีความสามารถทางการแพทย์ยิ่ง

(ในภาพ ศาลเจ้าพระข่อจินหยิน)

 


 ความคิดเห็นที่ 1125

4 พ.ค.2550  เวลา 01:56 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.76.58  

จนถึงสมัยตงจิ้น รัชสมัยพระเจ้าเสี้ยวอู่ตี้ คังหนิงปี 2 ปีพุทธศักราช 917 วันที่ 1 เดือน 8 ท่านอายุ 135 ปี บ้างก็ว่าเพียง 42 ปี ท่านสำเร็จธรรมเต๋าอำลาโลกมนุษย์ ท่านนำไก่ เป็ด สุนัข แพะรวมทั้งสิ้น 42 ชีวิตร่วมเดินทางกับท่านขิ้นสวรรค์ไปด้วยกัน จึงมีคำกลอน จิดหยินเต็กโต่ แกเกี่ยนเซงที ซึ่งกล่าวถึงการสำเร็จธรรมเต๋าของท่าน

(ในภาพ ศาลเจ้าพระข่อจินหยิน)

 


 ความคิดเห็นที่ 1126

4 พ.ค.2550  เวลา 02:02 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.76.58  

รัชสมัยซ่งเว่ยจง ปีพุทธศักราช 1644-1668 ท่านได้รับพระราชทานนามเป็น จื๊อโต่เฮี่ยนเอ็งสินกงเบ่วเจ้จินกุน ชาวบ้านเรียก ก่ามเทียนไต่เต่ อันเป็นเทพปกปักรักษาถิ่นเมืองเจียงซี โดยทั่วไปสมาคมชาวเจียงซี หรือสมาคมแซ่ข่อในที่ใดๆ มักมีรูปเคารพของพระข่อจินหยินเพื่อสักการะบูชาด้วย มักเรียกศาลของท่านว่า บ่านสิ้วเก๋ง สถานที่ท่านสำเร็จธรรมนั้นเรียก ชางซีซาน เรียกนามศาลว่า หยกหลองบ่านสิ้วเก๋ง

(ในภาพ ศาลเจ้าพระข่อจินหยิน บ่านสิ้วเก๋ง มณฑลเจียงซี)

 


 ความคิดเห็นที่ 1127

4 พ.ค.2550  เวลา 02:23 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.76.58  

ในสมัยซ่งใต้ ปีจ้าวซิ่ง ช่วงนั้นนักพรตของศาลได้สวดอัญเชิญท่านมาปราบศัตรูของแผ่นดิน ใช้บท โปยเซียนต่อหยินเกง และ เจ่งเบ๋งตองห้าวไต่ฮวด ต่อมานักพรต หลิวหยก จึงนำชื่อนี้จัดตั้งกลุ่มนิกายใหม่เรียก เจ่งเบ๋ง ยกย่องท่านเป็นปรมาจารย์ของนิกาย บทสวดที่สำคัญคือ เจ่งเบ๋งตองห้าวจ๋วนซู

 

เรียบเรียงโดย บุนเต้หลาง เมื่อ 4 พฤษภาคม ปีพุทธศักราช 2550

(ในภาพ ศาลเจ้าพระข่อจินหยิน)

 


 ความคิดเห็นที่ 1128

4 พ.ค.2550  เวลา 08:34 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.80.218  

พระซุนจินหยิน

 

พระซุนเทียนอีจินหยิน หรือ พระซุนจินหยิน ท่านมีนามว่า ซุนซือบก ฉายา ปั๋งเซียน เป็นชาวจิงจ้าวหวาหยวน ปัจจุบันอำเภอหยาวเสี้ยน มณฑลส่านซี เกิดสมัยราชวงศ์สุย พระเจ้าสุยเหวินตี้ คายหวังปี 2 ปีพุทธศักราช 1125  วันที่ 4 เดือนแรก

(ในภาพ กิมซิ้นพระซุนจินหยิน)

 


 ความคิดเห็นที่ 1129

4 พ.ค.2550  เวลา 08:35 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.80.218  

ท่านฉลาดหลักแหลม มีความตั้งใจเรียนแพทย์ตั้งแต่เยาว์วัย ท่านเล่นแร่แปรธาตุ เพื่อนำความรู้สำหรับช่วยเหลือประชาชน ท่านเป็นคนเปิดเผย กล้าคิดกล้าถาม มีความสัตย์ และจริยานอบน้อม ท่านมีคุณธรรมเมตตากรุณา รักษาผู้ป่วยที่ยากไร้โดยไม่คิดมูลค่า

(ในภาพ กิมซิ้นพระซุนจินหยิน)

 


 ความคิดเห็นที่ 1130

4 พ.ค.2550  เวลา 08:36 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.80.218  

รัชสมัยราชวงศ์ถัง เจินกวนปี 21 ปีพุทธศักราช 1190  พระเจ้าถังไท่จง ทรงเรียกตัวท่านซุนซือบกเข้ามารับตำแหน่งเป็นหมอหลวง แต่ท่านปฏิเสธคำสั่งดังกล่าว เนื่องจากต้องการรับใช้รักษาชาวบ้านยากไร้มากกว่า

(ในภาพ รูปปั้นศิลาพระซุนจินหยิน)

 


 ความคิดเห็นที่ 1131

4 พ.ค.2550  เวลา 08:37 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.80.218  

รัชสมัยถัง พระเจ้าถังกาวจง หงเต้าปีแรก ปีพุทธศักราช 1226 ท่านอายู 102 ปี ท่านยังมีโสติสัมผัสยังดี ยังช่วยเหลือประชาชน รักษาประชาชนด้วยความสามารถแม้นท่านอายุมากแล้ว งานเขียนของท่านที่มีชื่อเสียง เช่น เชียนกิมเอวฮอง และ เชียนกิมเอ็กฮอง

(ในภาพ ภาพวาดพระซุนจินหยิน)

 


 ความคิดเห็นที่ 1132

4 พ.ค.2550  เวลา 08:38 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.80.218  

ช่วงบั้นปลายชีวิตของท่าน

ท่านไปปลีกวิเวกอาศัยอยู่ที่ภูเขาไท่ป๋ายซาน หรือ ไท่จิดซัว

ปัจจุบันอยู่ที่เมืองเหมยเสี้ยนหนาน ในมณฑลส่านซี

(ในภาพ ภาพวาดพระซุนจินหยิน)

 


 ความคิดเห็นที่ 1133

4 พ.ค.2550  เวลา 08:39 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.80.218  

รัชสมัยถัง พระนางบูเช็กเทียน เสินกงปีแรก ปีพุทธศักราช 1240 วันที่ 15 เดือน 8 บังเกิดเกิดลำแสงสวยงามประหลาดพุ่งขึ้นจากยอดเขาไท่จิดซัว ครั้งนั้นท่านซุนซือบกอายุ 116 ปี ท่านอำลาจากสำเร็จธรรมเต๋าขึ้นสู่สวรรค์เบื้องบน

(ในภาพ ภาพวาดพระซุนจินหยิน)

 


 ความคิดเห็นที่ 1134

4 พ.ค.2550  เวลา 08:40 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.80.218  

สำหรับพระซุนจินหยินตำนานอื่น เช่น ซุนเต็ง ฉายา กงหอ ท่านอยู่ในช่วงสมัยสามก๊ก แคว้นเว่ย ท่านจึงไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง แคว้นเว่ยที่กล่าวปัจจุบันคือ อำเภอฮุยเสี้ยน ในมณฑลเหอหนาน ท่านอาศัยอยู่ตามผาถ้ำ ท่านศึกษาอี้จิงจนแตกฉานและมีความสามารถในการดีดพิณยิ่ง

 (ในภาพ ภาพวาดพระซุนจินหยิน กำลังรักษาผู้ป่วย)

 


 ความคิดเห็นที่ 1135

4 พ.ค.2550  เวลา 08:41 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.80.218  

ต่อมาท่านย้ายไปอยู่อี๋หยางซาน ในอำเภออี๋หยาง มณฑลเหอหนาน ณ ที่นี่ท่านฝึกธรรมเต๋า จนสำเร็จเซียน แล้วท่านจึงปลีกวิเวกไปอยู่ที่ซูเหมิน เทือกเขาซูหลิ่ง หรือ อู่แหยนซาน ซึ่งที่นั่นมีตาน้ำพุนับร้อย จึงเรียกป่ายเหมินซานจนสิ้นอายุขัย

 

เรียบเรียงโดย บุนเต้หลาง เมื่อ 4 พฤษภาคม ปีพุทธศักราช 2550

 (ในภาพ ผลงานวิชาการ เชียนกิมเอวฮอง)

 


 ความคิดเห็นที่ 1136

4 พ.ค.2550  เวลา 08:59 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.80.218  

พระหงอจินหยิน พระข่อจินหยิน และ พระซุนจินหยิน พระจินหยินทั้งสามท่านนั้นมีที่มาต่างกัน ถิ่นกำเนิดต่างกัน และต่างยุคสมัยกัน สิ่งที่เหมือนกันคือทั้งสามท่านเป็นบุคคลที่มีคุณงามความดีอุทิศตนเป็นหมอรักษาโรคแก่ประชาชนผู้ยากไร้ในยุคสมัยก่อน ด้วยเหตุดังกล่าวหลายท่านจึงนิยมบูชาร่วมกัน เนื่องจากพระโป้เซ้งไต่เต่เป็นที่รู้จักดีและเป็นที่ศรัทธาของชาวจีนถิ่นใต้ หลายตั๋วพระจึงกำหนดท่านเป็นประธานของตั๋วพระนั้นๆ พระโป้เซ้งไต่เต่นั้นหมายถึง พระหงอจินหยิน แห่งบ้านป๋ายเก่ว เมืองจ่วนจิวเป็นสำคัญ

(ในภาพ พระโป้เซ้งไต่เต่ประทับบนเก่ว เตรียมชุดหยิวออกโปรดสาธุชน)

 


 ความคิดเห็นที่ 1137

4 พ.ค.2550  เวลา 09:01 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.80.218  

หมายเหตุ

1สำหรับคุณตั๋นกิมเฮงนั้นผมเข้าใจในความปรารถนาดี ที่ต้องการให้ผู้เขียนใช้คำที่ถูกต้องตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ทั้งที่มีหนังสือหลายเล่มก็เขียนโพธิสัตว์ เป็นโพธิสัตย์ หรือโพธิสัตต์ แต่เนื่องจากเนื้อหาข้อความเป็นเพียงความในกระทู้หนึ่ง ซึ่งยังไม่รับการขัดเกลาข้อมูลคำเขียนในการจัดทำเวปและพิมพ์หนังสือ ถ้าหากต่อไปมีโอกาสก็จะปรับปรุงแก้ไขต่อไป หากเรายึดมั่นสิ่งใดจนตึงเกินไปแล้วเราคงมีปํญหาไม่จบสิ้น เหตุเพราะมีปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน เช่นคำจีนที่แปรผัน คำเดียวกันแต่สามารถอ่านได้มากกว่า 1 เสียงแล้วแต่องค์ประกอบแวดล้อม การผันเสียงเมื่อเข้าคู่ประโยค ปัจจัยท้องถิ่นที่มาแล้วแต่สำเนียงไหน อ้างเมืองใด คำเดียวกันเมื่อพูดโดยคนเดียวกัน ครั้งเดียวกัน แต่ปรากฎว่าผู้ฟังแต่ละคนจับเสียงต้นทางได้ต่างกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบางคำที่ไม่สามารถถ่ายทอดมาเป็นภาษาไทยได้เต็มทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ เช่น คำว่า สร้าง ในคำกลาง แต่ละคนอ่านในคำฮกเกี้ยนคำเดียวกันนี้ว่า ส่อง ส่ง เสี่ยง ส่วงซึ่งเมื่อเขียนเป็นภาษาไทยแล้วจึงต่างกันมาก และบางคนยังใช้อักษร ซ แทน ส อีกนั่นเพราะภาษาไทยยังมีอักษรสูง-กลาง-ต่ำอีก ทั้งที่เสียงที่ถูกต้องอ่าน ซี-อ่อง โดยอ่านควบเร็ว ซึ่งไม่มีใครเขียนตามคำอ่านนั้นเนื่องจากภาษาไทยไม่รองรับสระและวรรณยุกต์บางตัว ดังที่ทราบข้อมูลทุกสิ่งทุกอย่างนั้นผู้เขียนทำเพียงลำพัง ไม่ว่าหาข้อมูล แปล เขียน หาภาพ เมื่อโพสต์คราวละหลายสิบภาพ จึงย่อมมีข้อผิดพลาดบ้างไม่มากก็น้อย บางครั้งเมื่อส่งไปแล้วพออ่านทบทวนอีกครั้งต้องมาแก้ไขใหม่ ก็ปาเข้าไปตี 3 ตี 4 ก็เคยมี สิ่งเหล่านี้ทำโดยไม่มีสิ่งใดตอบแทน ดังนั้นหากพบเห็นคำใดที่ผิด แล้วสามารถแก้ได้ง่ายก็จะแก้ไขได้เลย แต่บางครั้งมันแก้ยาก ผ่านมามากลึกเกินไปแล้ว และมีผู้มาโพสต์ข้อความต่อแล้ว กะทู้จึงต้องเดินหน้าต่อไป การแก้ไขคงต้องอาศัยโอกาสคราวหน้าเมื่อมีการปรับปรุงข้อมูล ถ้าอะไรที่อ่านแล้วไม่เปลี่ยนแปลงสาระของข้อมูลมาก คงต้องยอมผ่านไปก่อน

2อีกประการหนึ่งนั้นเนื่องจากทางเวปเคยประสบปัญหามีผู้โพสต์ข้อความหรือภาพคัดลอกมาจากที่อื่นแล้วมีผู้เข้ามาต่อว่าไม่น้อยกว่า 2-3 ครั้งแล้ว ทุกครั้งทำให้เกิดปัญหาอย่างยิ่ง ทำให้ส่วนรวมต้องหยุดชะงัก เกิดความเสียหาย ดังนั้นจึงไม่อนุญาติให้นำข้อมูลจากที่ใดที่เป็นลักษณะคัดลอกข้อความมาลง ซึ่งแท้จริงมีให้อ่านในแหล่งดังกล่าวอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องนำมาลงอีกซ้ำซ้อนกัน ไว้เมื่อถึงคราวถึงโอกาสทางเวปลงบทความของตนเองน่าจะดีกว่า ถ้าหากอยากประชาสัมพันธ์บทความในเวปใดๆเพื่อให้คนเข้าไปอ่านท่านก็สามารถทำได้อยู่แล้ว จึงขออนุญาติลบข้อมูลดังกล่าวขอยืนยันหลักที่ปฏิบัติมา

3สำหรับที่ผู้ต้องการลงข้อความยาวขอความร่วมมือให้ใช้กระทู้ที่สามพูดคุยหน้าแรกจะดีกว่า ขอสงวนกะทู้นี้เพื่อลงบทความต่อเนื่อง เพื่อให้ง่ายต่อการเก็บรวบรวมข้อมูลต่อไป ขอขอบคุณครับ /บุนเต้หลาง

 


 ความคิดเห็นที่ 1138

4 พ.ค.2550  เวลา 16:23 น.
โดย.. ว 202.5.87.157  

อยากทราบประวัติองค์พระจุ้งจือไท้เซียนและอยากได้รูป

ขอบคุณครับ


 ความคิดเห็นที่ 1139

4 พ.ค.2550  เวลา 23:54 น.
โดย.. วิน 203.113.70.73  

ในภาพแปะกงครับ

 ความคิดเห็นที่ 1140

5 พ.ค.2550  เวลา 18:16 น.
โดย.. อ๋องสิวซิ่น 203.170.247.146  

  กระผมใคร่ขอกราบขอบพระคุณ  คุณบุนเต่หล่างเป็นอย่างมากครับที่ได้เอื้อเฟื้อข้อมูลประวัติความเป็นมาของ

อาจาร์ย์หงอจินหยิน  อาจารย์ข่อจินหยิน และอาจารย์ซุ่นจินหยินมาให้ทราบครับ

ขออำนาจบุญบารมีของอาจารย์ทั้ง 3 ท่าน ได้โปรดดลบันดาลให้คุณบุนเต่หล่าง และครอยครัวประสพแต่ความสุขความเจริญเทอญ

อ๋องสิวซิ่น

ขอสงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำข้อมูลในกระทู้นี้ไปเผยแพร่ต่อ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากเจ้าของข้อมูลแล้วเท่านั้น !!!


< หน้าก่อน   1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85 86 87 88 89 90 91 92 93 94 95 96 97 98 99 100 101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 121 122 123 124 125 126 127 128 129 130 131 132 133    หน้าถัดไป >


    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน