ขอสงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำข้อมูลในกระทู้นี้ไปเผยแพร่ต่อ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากเจ้าของข้อมูลแล้วเท่านั้น !!!

บทความ ประเพณีถือศีลกินผัก


< หน้าก่อน   1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85 86 87 88 89 90 91 92 93 94 95 96 97 98 99 100 101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 121 122 123 124 125 126 127 128 129 130 131 132 133    หน้าถัดไป >


กระทู้นี้เดิมเป็นกระทู้ประเพณีถือศีลกินผัก แต่เนื่องจากว่ามีการโพสข้อมูลที่มีเนื้อหาสาระเข้ามาเยอะมากๆ
เลยขอปรับกระทู้นี้ให้เป็นกระทู้ บทความที่เกี่ยวเนื่องกับประเพณีถือศีล กินผัก โดยเฉพาะ
ซึ่งทุกท่านสามารถส่งเข้ามายังกะทู้นี้ได้ ไม่เฉพาะต้องเขียนโดยผู้เขียนเท่านั้น มีเนื้อหาครอบคลุม
- ประเพณีถือศีลกินผักทั่วไป
- ประเพณีถือศีลกินผักที่เกี่ยวเนื่องกับเมืองตรัง
- ประวัติศาลเจ้าและพระที่นับถือ
- ประกาศงานบุญ

ในกะทู้นี้ต่อไปหากมีข้อมูลมากพอก็จะรวบรวมจัดแบ่งให้ชัดเจนยิ่งขึ้น กะทู้นี้ผู้เขียนขอให้คงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์จึงต้องระมัดระวังในการกล่าวคำอย่างยิ่ง ให้สัญลักษณ์เป็น ดอกเหมย เป็นปฐมบทของการปรับปรุงกะทู้ดั้งเดิม

โดย.. บุนเต้หลาง 124.157.209.249   


 

 ความคิดเห็นที่ 1001

26 เม.ย.2550  เวลา 14:57 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.85.81  

เมื่อได้ยินข้อร้องเรียนและท่านเปาเจิ่งไต่ถามอย่างละเอียดรอบคอบ

ท่านจึงสั่งกับชาวนาคนดังกล่าวให้กลับไปเชือดวัว และนำเนื้อไปขายเงียบๆ

อย่าป่าวประกาศบอกใครว่าได้รับอนุญาตจากท่านเปาแล้ว

ให้รอเงียบๆแล้วผู้ร้ายก็จะปรากฎตัวออกมาเอง

(ในภาพ อนุสรณ์สถานท่านเปาเจิ่ง เมืองไคเฟิง)

 


 ความคิดเห็นที่ 1002

26 เม.ย.2550  เวลา 14:58 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.85.81  

ผ่านไปเวลาไม่นาน ชาวบ้านอีกรายหนึ่งเดินทางมาเข้าพบกับท่านเปาเจิ่ง

ชายผู้นั้นกล่าวว่า ตนพบเห็นคนเชือดวัว และนำเนื้อออกมาขายโดยพละการ

(ในภาพ อนุสรณ์สถานท่านเปาเจิ่ง เมืองไคเฟิง)

 


 ความคิดเห็นที่ 1003

26 เม.ย.2550  เวลา 14:59 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.85.81  

เมื่อได้ยินดังนั้นท่านเปาเจิ่งจึงถามชายผู้นั้นด้วยเสียงอันดังว่า

เหตุใดจึงต้องขโมยตัดลิ้นวัวของผู้อื่น

ชายผู้นั้นเมื่อได้ยินคำถามจึงอ้ำอึ้ง พูดไม่ออก

(ในภาพ อนุสรณ์สถานท่านเปาเจิ่ง เมืองไคเฟิง)

 


 ความคิดเห็นที่ 1004

26 เม.ย.2550  เวลา 15:00 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.85.81  

ท่านเปาได้ใช้ความสามารถจับเท็จชายผู้นี้

กล่าวว่าชายคนดังกล่าวคิดให้ร้ายต่อชาวนาผู้เป็นเจ้าของวัว

จึงแอบขโมยตัดลิ้นวัวเพื่อที่จะทำให้วัวกินหญ้าไม่ได้

หวังว่าเมื่อเจ้าของวัวไม่มีทางออกก็จะฆ่าวัวเพื่อนำเนื้อไปขายเสีย

(ในภาพ อนุสรณ์สถานท่านเปาเจิ่ง เมืองไคเฟิง)

 


 ความคิดเห็นที่ 1005

26 เม.ย.2550  เวลา 15:02 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.85.81  

จากนั้นจึงได้นำเรื่องดังกล่าวมาแจ้งกับท่านเปาเจิ่ง เพื่อเอาผิดกับเจ้าของวัว

เมื่อแผนการร้ายถูกเปิดเผยชายคนดังกล่าวจึงตกใจกลัว หัวยอมรับผิดแต่โดยดี

(ในภาพ อนุสรณ์สถานท่านเปาเจิ่ง เมืองไคเฟิง)

 


 ความคิดเห็นที่ 1006

26 เม.ย.2550  เวลา 15:03 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.85.81  

ความยุติธรรมของท่านเปา มิได้เกิดขึ้นแต่เพียงในหมู่ของชาวบ้านธรรมดาเท่านั้น

แต่ยังครอบคลุมไปถึงบุคคลทุกระดับชั้น ไม่ว่าจะเป็น เศรษฐี ขุนนางชั้นผู้น้อย ขุนนางชั้นผู้ใหญ่

แม้กระทั่งญาติฝ่ายสนมคนโปรดของกษัตริย์

กล่าวง่ายๆ ก็คือในสายตาของท่านเปา ความยุติธรรมไม่แบ่งชนชั้น

(ในภาพ อนุสรณ์สถานท่านเปาเจิ่ง เมืองไคเฟิง)

 


 ความคิดเห็นที่ 1007

26 เม.ย.2550  เวลา 15:04 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.85.81  

ศักราชคังติ้งปีแรก ปีพุทธศักราช 1583

ท่านเปาเจิ่งได้เลื่อนขึ้นเป็นเจ้าเมืองตวนโจวจือโจว ปัจจุบันเมืองกาวย่าว มณฑลกวางตุ้ง

ซึ่งเป็นแหล่งผลิตจานฝนหมึกที่มีชื่อเสียง จัดส่งไปยังราชสำนักทุกปี

(ในภาพ อนุสรณ์สถานท่านเปาเจิ่ง เมืองไคเฟิง)

 


 ความคิดเห็นที่ 1008

26 เม.ย.2550  เวลา 15:05 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.85.81  

ในสมัยนั้นเจ้าเมืองคนก่อนๆมักอ้างว่าต้องส่งไปราชสำนัก

จึงขูดรีดจัดจานฝนหมึกให้มีจำนวนมากกว่าที่ต้องส่งจริงราวสิบเท่า

เพื่อกำนัลขุนนางในราชวัง

(ในภาพ อนุสรณ์สถานท่านเปาเจิ่ง เมืองไคเฟิง หัวประหารทั้งสามระดับชั้น)

 


 ความคิดเห็นที่ 1009

26 เม.ย.2550  เวลา 15:06 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.85.81  

แต่ท่านเปาเจิ่งไม่ทำดังเก่า แต่สั่งให้จัดหาจานฝนหมึกตามจำนวนจริงเท่าที่ถวาย

ครั้นเมื่อท่านครบวาระย้ายไป ท่านเปาเจิ่งก็ไม่นำจานฝนหมึกติดตัวกลับไปแม้สักชิ้นเดียว

(ในภาพ ภาพวาดพระเปากงทิ้งจานฝนหมึกลงในแผ่นน้ำ เมื่อครั้งท่านอำลาเมืองตวนโจว)

 


 ความคิดเห็นที่ 1010

26 เม.ย.2550  เวลา 15:09 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.85.81  

ศักราชเจียโย่วปีแรก ปีพุทธศักราช 1599

ท่านเปาเจิ่งได้รับตำแหน่งผู้ตรวจราชการและบัณฑิตในกองเอกสารพระราชวัง

(ในภาพ กิมซิ้นพระเปากง)

 


 ความคิดเห็นที่ 1011

26 เม.ย.2550  เวลา 15:11 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.85.81  

ต่อมาปีพุทธศักราช 1600 ท่านได้รับคำสั่งให้รักษาการตำแหน่ง

เจ้าเมืองไคเฟิงอันเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์ซ่งเหนือขณะนั้น

ต่อมาในสมัยราชวงศ์หมิงจึงมีเรื่องราวเปาบุ้นจิ้นผู้ยุติธรรมแห่งศาลไคเฟิงเริ่มจากจุดนี้

(ในภาพ กิมซิ้นพระเปากง)

 


 ความคิดเห็นที่ 1012

26 เม.ย.2550  เวลา 15:12 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.85.81  

ในขณะนั้นสังคมเมืองจีนวุ่นวายเผ่าคีไตและทิเบตพยายามรุกรานอยู่ตลอดเวลา

ลูกหลานของข้าราชการผู้ใหญ่ และบรรดาเหล่าขันที ข่มเหงกดขี่ราษฎรทุกหนแห่ง

ฝ่ายปกครองไม่กล้าจับผู้ทำผิดมาลงโทษ เพราะเกรงกลัวอิทธิพล

หวั่นเกรงพ่อแม่และญาติผู้ปกครองเหล่านั้น

(ในภาพ กิมซิ้นพระเปากง)

 


 ความคิดเห็นที่ 1013

26 เม.ย.2550  เวลา 15:13 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.85.81  

แต่ท่านเปาเจิ่งหาได้เกรงกลัวไม่

ท่านจับและลงโทษผู้เกเรก่อกวน กอบโกงอย่างไม่ไว้หน้า

ไม่ว่าจะถือหนังสือสำคัญของใครมา หรืออ้างถึงผู้ใด

ประกาศห้ามประกันตัวหรือผ่อนผันโทษ ซ้ำต้องลงโทษหนักกว่าคนธรรมดา

(ในภาพ กิมซิ้นพระเปากง)

 


 ความคิดเห็นที่ 1014

26 เม.ย.2550  เวลา 15:14 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.85.81  

ประวัติศาสตร์บันทึกว่าท่านเปาเจิ่งเป็นคนตรง

ขันทีและพระญาติทั้งหลายต่างเกรงกลัวไม่กล้าทำชั่ว

ท่านเปาเจิ่งไม่รับสินบน กล่าวว่า เส้นสายเข้าไม่ถึงยมราชเปา

เวลาท่านสอบสวนคดีความท่านจะไม่ยิ้มหัว

(ในภาพ กิมซิ้นพระเปากง)

 


 ความคิดเห็นที่ 1015

26 เม.ย.2550  เวลา 15:15 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.85.81  

กษัตริย์ในสมัยนั้นเคยกล่าวว่าถ้าท่านเปาเจิ่งยิ้ม แม่น้ำฮวงโหจะกลับใส

ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นไปไม่ได้ที่แม่น้ำฮวงโหซึ่งพัดพาตะกอนเหลือง

จากภาคตะวันตกไหลลงสู่ทะเลเหลือง น้ำที่ขุ่นข้นนั้นจะกลับใสได้

(ในภาพ กิมซิ้นพระเปากง)

 


 ความคิดเห็นที่ 1016

26 เม.ย.2550  เวลา 15:16 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.85.81  

กล่าวว่าครั้งหนึ่งหลานของท่านเปาเจิ่งเองต้องคดี ถูกใส่ความ

แต่เนื่องจากไม่มีข้อยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง

กล่าวว่าถ้าท่านประหารชีวิตหลานของท่านคนนี้แล้ว จะหมดผู้สืบสกุลเปา

ซึ่งถือเป็นบาปของตระกูล เนื่องจากท่านเปาเจิ่งเองก็ไม่มีบุตรสืบสกุล

(ในภาพ กิมซิ้นพระเปากง)

 


 ความคิดเห็นที่ 1017

26 เม.ย.2550  เวลา 15:17 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.85.81  

ท่านเองนั้นตระหนักในข้อครหาว่าท่านลำเอียงช่วยเหลือญาติพี่น้อง

ในที่สุดท่านจึงต้องจำใจสั่งประหารทายาทของตระกูล

ทำให้ท่านโดนประนามจากสังคมว่าทำตนเสแสร้ง จึงทำให้ต้องสิ้นตระกูลเปา

(ในภาพ กิมซิ้นพระเปากง)

 


 ความคิดเห็นที่ 1018

26 เม.ย.2550  เวลา 15:18 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.85.81  

ในช่วงที่ท่านว่าราชการที่เมืองไคเฟิงนี้

ท่านก็สั่งให้ล้มเลิกระบบร้องเรียนแบบเก่าเปลี่ยนไปใช้ระบบที่ง่ายขึ้น

ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถมาเคาะกลอง

ที่ตั้งอยู่หน้าศาลาที่ว่าราชการของท่านเปาได้โดยตรง

(ในภาพ กิมซิ้นพระเปากง)

 


 ความคิดเห็นที่ 1019

26 เม.ย.2550  เวลา 15:19 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.85.81  

นำมาแทนกฏเกณฑ์เดิมซึ่งชาวบ้านมิอาจจะร้องเรียนเรื่องทุกข์ร้อนต่อทางราชการได้โดยตรง

หากต้องกระทำผ่านข้าราชการชั้นผู้น้อย อันเป็นเหตุให้ผู้ได้รับความเดือดร้อนจริง

แต่ไม่มีทรัพย์สินพอจ่ายค่าสินบนให้กับข้าราชการชั้นผู้น้อย มิอาจเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้

(ในภาพ กิมซิ้นพระเปากง)

 


 ความคิดเห็นที่ 1020

26 เม.ย.2550  เวลา 15:20 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.85.81  

แท้จริงแล้วในชีวิตราชการของท่านเปาเจิ่งรับราชการในเมืองไคเฟิงเพียง 1 ปี 3 เดือนเท่านั้น

ท่านมิได้มีบทบาทเป็นเพียงผู้พิพากษา ตัดสินคดีความต่างๆ ในศาลไคเฟิงเท่านั้น 

(ในภาพ กิมซิ้นพระเปากง)

 

ขอสงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำข้อมูลในกระทู้นี้ไปเผยแพร่ต่อ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากเจ้าของข้อมูลแล้วเท่านั้น !!!


< หน้าก่อน   1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85 86 87 88 89 90 91 92 93 94 95 96 97 98 99 100 101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 121 122 123 124 125 126 127 128 129 130 131 132 133    หน้าถัดไป >


    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน