ขอสงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำข้อมูลในกระทู้นี้ไปเผยแพร่ต่อ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากเจ้าของข้อมูลแล้วเท่านั้น !!!

บทความ ประเพณีถือศีลกินผัก


< หน้าก่อน   1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85 86 87 88 89 90 91 92 93 94 95 96 97 98 99 100 101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 121 122 123 124 125 126 127 128 129 130 131 132 133    หน้าถัดไป >


กระทู้นี้เดิมเป็นกระทู้ประเพณีถือศีลกินผัก แต่เนื่องจากว่ามีการโพสข้อมูลที่มีเนื้อหาสาระเข้ามาเยอะมากๆ
เลยขอปรับกระทู้นี้ให้เป็นกระทู้ บทความที่เกี่ยวเนื่องกับประเพณีถือศีล กินผัก โดยเฉพาะ
ซึ่งทุกท่านสามารถส่งเข้ามายังกะทู้นี้ได้ ไม่เฉพาะต้องเขียนโดยผู้เขียนเท่านั้น มีเนื้อหาครอบคลุม
- ประเพณีถือศีลกินผักทั่วไป
- ประเพณีถือศีลกินผักที่เกี่ยวเนื่องกับเมืองตรัง
- ประวัติศาลเจ้าและพระที่นับถือ
- ประกาศงานบุญ

ในกะทู้นี้ต่อไปหากมีข้อมูลมากพอก็จะรวบรวมจัดแบ่งให้ชัดเจนยิ่งขึ้น กะทู้นี้ผู้เขียนขอให้คงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์จึงต้องระมัดระวังในการกล่าวคำอย่างยิ่ง ให้สัญลักษณ์เป็น ดอกเหมย เป็นปฐมบทของการปรับปรุงกะทู้ดั้งเดิม

โดย.. บุนเต้หลาง 124.157.209.249   


 

 ความคิดเห็นที่ 421

6 ก.พ.2550  เวลา 00:46 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.84.152  

ในช่วงบั้นปลายชีวิตของท่านทั้งสาม หลังจากประสบความสำเร็จในวีรกรรมดังกล่าว ชาวบ้านให้ความยอมรับและยกย่อง ท่านทั้งสามกลับไม่สนใจในลาภยศที่ชาวบ้านและทางราชการหยิบยื่นให้ กลับพอใจกับการปลีกวิเวก ดำรงชีวิตด้วยความเรียบง่าย ณ ภูเขาทั้งสามคือ ตกซัว เบ๋งซัว และกุนซัว

(ในภาพ พระซามซัวก๊กอ๋อง)


 ความคิดเห็นที่ 422

6 ก.พ.2550  เวลา 00:47 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.84.152  

จวบจนอายุ 80 ปีท่านทั้งสามจึงลาลับ  แต่ดวงวิญญาณของท่านทั้งสามยังคงปกป้องคุ้มภัยให้ประชาชน และดำรงความศักดิ์สิทธิ์อยู่นั่นเอง ความดีของท่านทั้งสามทราบถึงพระยกอ๋องส่งเต่ จึงแต่งตั้งท่านทั้งสามเป็น หล่ำเทียนซ๊ายเจี่ย ชาวบ้านรุ่นหลังรู้สึกซาบซึ้งในคุณงามความดี จึงสร้างศาลให้ท่านสถิตย์เรียก หลิ่มเตี๋ยนเบ้ว กษัตริย์สมัยนั้นแต่งตั้งท่านทั้งสามเป็น เท็กฮองซามซัวก๊กอ๋องสิ่นอุ้ย

(ในภาพ พระซามซัวก๊กอ๋อง )


 ความคิดเห็นที่ 423

6 ก.พ.2550  เวลา 00:47 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.84.152  

ในสมัยถังมีกบฏเกิดขึ้นที่เมืองแต้จิ๋ว ก่อความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก กษัตริย์ในสมัยนั้นได้ลงมาปราบปราม กล่าวว่าด้วยบารมีของพระซามซัวก๊กอ๋อง ทางราชการจึงปราบกบฏได้สำเร็จลงอย่างง่ายดาย จากนั้นจึงยกย่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สถิตย์อยู่บนภูเขาทั้งสามเป็น ซามซัวหอก๊กอ๋อง

(ในภาพ พระซามซัวก๊กอ๋อง ระบุว่าเป็นกุนซัว)


 ความคิดเห็นที่ 424

6 ก.พ.2550  เวลา 00:48 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.84.152  

จากบันทึกท้องถิ่นกว่างตงทงจื้อกล่าวว่า บนภูเขาทั้งสามนั้นมีเทพสถิตย์ มักปรากฏกาย ณ ผาถ้ำบนภูเขากุนซัว เรียกว่า คุนกุ๊ย เป็นผู้ปกปักรักษาปฐพีแห่งภูเขาทั้งสามไว้ ดำรงความศักดิ์สิทธ์มาก เป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้าน จึงร่วมกันสร้างศาลเพื่อกราบไหว้บูชา ระลึกถึงคุณความดีท่าน

(ในภาพ พระซามซัวก๊กอ๋อง)


 ความคิดเห็นที่ 425

6 ก.พ.2550  เวลา 00:49 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.84.152  

เมื่อคราวศักราชเตี่ยวคองอิ้นเถลิงราชสมบัติเป็นพระเจ้าซ่งไท้จู่ ต้องรบพุ่งกับเหลาถ่ง โหรหลวงได้ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครองกองทัพ จึงปรากฏเห็นธงชัยนามพระซามซัวก๊กอ๋อง เมื่อพระเจ้าซ่งไท้จู่นำผืนธงมาโบกสะบัด พลันปรากฏเมฆฝนครึ้มดำจนมืดมิด ฝนตกหนัก พายุโหมกระหน่ำ จนทัพฝ่ายต่อสู้ต้องพ่ายแพ้ล่าถอยกลับไป มีผู้กล่าวว่าเป็นด้วยบารมีของพระซามซัวก๊กอ๋อง

(ในภาพ พระซามซัวก๊กอ๋อง )


 ความคิดเห็นที่ 426

6 ก.พ.2550  เวลา 00:50 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.84.152  

บางตำนานกล่าวว่าเทพทั้งสามนั้น แท้จริงมีชื่อแซ่ที่ต่างออกไป

คนโตชื่อ เหลียนเช็งฮั๊ว คนรองชื่อ เตี่ยวจ่อเจ๊ง  คนสุดท้ายชื่อ เกวหุ่ยอุย

คราวศักราชกษัตริย์ซ่งไท้จง กรีฑาทัพ ยกมาปราบกบฏในช่วงไท้เป๋งเฮงก๊ก ปี 4 พุทธศักราช 1510 นั้น ขณะประทับอยู่ที่เมืองไท้หงวน พลันท้องฟ้ามืดครึ้ม พระองค์ทรงเห็นเทพนักรบ 3 ท่านปรากฏกาย ทุกท่านล้วนขี่ม้าถืออาวุธ ฝ่ายโหรหลวงจึงกล่าวว่าเป็นด้วยบุญบารมีของกษัตริย์ ขนานนามเทพทั้ง 3 ท่านว่า เตี่ยวจิวซามซัวสิน ตามตำแหน่งแห่งหนที่ท่านปรากฏกาย จากนั้นเทพทั้ง 3 ท่านก็พลันหายไป เมื่อท้องฟ้าแจ่มใสจึงเห็นเป็นภูเขาสามลูก

(ในภาพ พระซามซัวก๊กอ๋อง )


 ความคิดเห็นที่ 427

6 ก.พ.2550  เวลา 00:51 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.84.152  

กษัตริย์ซ่งไท้จงจึงทรงยกย่องสถาปนาเทพทั้ง 3 ท่าน ผู้สถิตย์ประจำภูเขาทั้ง 3 ลูก ตามนามดังต่อไปนี้

เบ๋งซัวเป็น เช็งฮั๊วเส่งเต็กโป๊ก๊กอ๋อง

กุนซัวเป็น จ่อเจ๊งเบ่งซกเหล่งก๊กอ๋อง

ตกซัวเป็น หุ่ยอุยห่องเอ็งฮองก๊กอ๋อง

(ในภาพ พระซามซัวก๊กอ๋อง )


 ความคิดเห็นที่ 428

6 ก.พ.2550  เวลา 00:52 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.84.152  

แต่บางตำนานก็กล่าวสลับระหว่างเบ๋งซัวและกุนซัว โดยใช้บางคำต่างกันเล็กน้อย

กุนซัวเป็น เช็งฮั๊วอุยเต็กโป๊ก๊กอ๋อง

เบ๋งซัวเป็น จ่อเจ๊งเบ่งซกเหล่งก๊กอ๋อง

ส่วนตกซัว หุ่ยอุยเห่งเอ็งฮองก๊กอ๋อง

พร้อมสร้างศาลให้ท่านสถิตย์ เรียกว่า เบ่งฮ๊อง

(ในภาพ พระซามซัวก๊กอ๋อง )


 ความคิดเห็นที่ 429

6 ก.พ.2550  เวลา 00:53 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.84.152  

ในบันทึกฉาวโจวฝู่จื้อกล่าวว่า ปลายสมัยซ้องเมื่อบุ๋นเทียนสงวางแผนพากษัตริย์เป็งหลบหลีก หนีจากทหารมองโกล ขณะที่ตนเองต้านทานทัพมองโกลอยู่ที่เมืองฮกจิวนั้น ติวแซเกียดพร้อมกษัตริย์เป็งถูกทหารมองโกลล้อมกรอบ ในนาทีวิกฤติดังกล่าว พลันปรากฏเมฆฝนครึ้มดำ ท้องฟ้าร้องคะนอง มีสามอัศวินควบม้าศึกออกมาช่วยเหลือ ขับไล่เหล่าข้าศึกทหารมองโกล จนหนีกระเจิดกระเจิง พลันท้องฟ้าสร่างซากลับไม่พบอัศวินทั้งสาม

(ในภาพ พระซามซัวก๊กอ๋อง )


 ความคิดเห็นที่ 430

6 ก.พ.2550  เวลา 00:53 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.84.152  

แต่ปรากฏภาพภูเขา ณ เบื้องหน้าอย่างชัดเจน เมื่อพิจารณาดูแล้ว ภูเขาทั้งสามมีคุณลักษณะแตกต่างกัน ภูเขาลูกแรกมีใบไม้เขียวครึ้ม ภูเขาลูกที่สองเต็มไปด้วยโขดหินสีขาว และภูเขาลูกสุดท้ายเป็นดินสีแดงกล่ำ เมื่อเห็นดังนั้นกษัตริย์เป็งจึงพระราชทานนาม ขนานนามเทพผู้พิทักษ์ที่สถิตย์อยู่บนภูเขาทั้งสามว่า ซามซัวก๊กอ๋อง

(ในภาพ พระซามซัวก๊กอ๋อง )


 ความคิดเห็นที่ 431

6 ก.พ.2550  เวลา 00:55 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.84.152  

พร้อมสร้างศาล และประดิษฐานรูปเคารพของท่านทั้งสาม ซึ่งจำแนกด้วยสีหน้า ท่านแรกหน้าเขียว ท่านถัดมาหน้าขาว และท่านที่สามหน้าแดง ตามลักษณะเด่นของภูเขาทั้งสาม และเรียกชื่อภูเขาทั้งสามว่า ตกซัว กุนซัว และ เบ๋งซัว ตามลำดับ

(ในภาพ พระซามซัวก๊กอ๋อง )


 ความคิดเห็นที่ 432

6 ก.พ.2550  เวลา 00:56 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.84.152  

พระซามซัวก๊กอ๋องนับเป็นพระปกปักรักษาถิ่น โดยเฉพาะชาวแต้จิ๋วซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดพระ ล้วนมีความศรัทธามาก  ทั่วไปกำหนดวันคล้ายวันเกิดท่าน ดังนี้

พระตกซัวหุ่ยอุยห่องเอ็งฮองก๊กอ๋อง เป็นวัน 16 เดือน 3 จีน

พระกุนซัวจ่อเจ๊งเป่งซกเหล่งก๊กอ๋อง เป็นวัน 28 เดือน 2 จีน

พระเบ๋งซัวเช็งฮั๊วเส่งเต็กโป๊ก๊กอ๋อง เป็นวัน 24 เดือน 3 จีน

แต่บางตำนานก็นับรวมวันคล้ายวันเกิดท่านทั้งสาม เป็นวันเดียวกัน คือ 25 ค่ำเดือน 2 จีน

(ในภาพ งานฉลองวันเกิดของพระซามซัวก๊กอ๋อง ตั่วเหรียนพระ)


 ความคิดเห็นที่ 433

6 ก.พ.2550  เวลา 00:56 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.84.152  

ถึงแม้พระซามซัวก๊กอ๋องเป็นพระที่มีถิ่นกำเนิดเมืองแต้จิ๋ว ชาวท้องถิ่นเรียกท่านว่า พระซำซัวก๊กอ๊วง หรือ พระซำอ่วงเอี๊ย แต่โดยทั่วไปแล้วพี่น้องท้องถิ่นใกล้เคียงก็มีความศรัทธามากเช่นเดียวกัน ในมณฑลฮกเกี้ยนและไต้หวัน ซึ่งเรียกท่านว่า พระซามซัวก๊กอ๋อง นอกจากนั้น ชาวกวางตุ้งและชาวฮากกาก็นับถือมากเช่นกัน มักเรียกท่านว่า พระซามซานกวอกหว่อง ในท้องถิ่นมณฑลกวางตุ้งพบศาลของท่านมากกว่า 130 แห่ง

(ในภาพ ศาลเจ้าซามซัวก๊กอ๋องต้นกำเนิดศาลแรก ศาลเจ้าหลิ่มเตี๋ยนจ๋อเบ้ว อ.แก่ซาย เมืองแต้จิ๋ว)


 ความคิดเห็นที่ 434

6 ก.พ.2550  เวลา 00:58 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.84.152  

จนมีผู้กล่าวว่าที่ใดมีชาวฮากกา ที่นั่นมีศาลของพระซามซานกวอกหว่อง แสดงให้เห็นถึงความเคารพศรัทธาอย่างมาก หากแต่รายละเอียดบางอย่าง อาจต่างไปจากตำนานดังกล่าวเล็กน้อย ได้แก่

ตั่วอ๋องคือ กุนซัว รูปเคารพหน้าขาว วันคล้ายวันเกิด 25 ค่ำ เดือน 2

ยี่อ๋องคือ เบ๋งซัว รูปเคารพหน้าแดง วันคล้ายวันเกิด 25 ค่ำ เดือน 6

ซามอ๋องคือ ตกซัว รูปเคารพหน้าดำ วันคล้ายวันเกิด 25 ค่ำ เดือน 9

ซึ่งเป็นรายละเอียดของลักษณะที่ต่างออกไป

(ในภาพ ศาลเจ้าซำซัวก๊กอ๊วงเก่าแก่ อ.เยี้ยวเพ้ง เมืองแต้จิ๋ว)


 ความคิดเห็นที่ 435

6 ก.พ.2550  เวลา 00:59 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.84.152  

ในเมืองตรังมีศาลเจ้าบูชาท่าน ดังนี้

1.ศาลเจ้าซำซัวก๊กอ๊วง ต.สุโสะ อ.ปะเหลียน

2.ศาลเจ้าซามซัวก๊กอ๋อง ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ

 

เรียบเรียงโดย บุนเต้หลาง เมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2550

(ในภาพ ศาลเจ้าซามซานกวอกหว่องเก่าแก่ ย่านเหง่าฉี่วาน ฮ่องกง)


 ความคิดเห็นที่ 436

6 ก.พ.2550  เวลา 01:00 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.84.152  

ศาลเจ้าซำซัวก๊กอ๊วง

สุโสะ

 

กล่าวว่าเมื่อประมาณ 82 ปีก่อน ในปีพุทธศักราช 2468 เด็กชายชาวจีนอายุ 9 ขวบผู้หนึ่ง ชื่อ ตั้งสุ่นกุ้ย เป็นชาวอำเภอโผวเล้ง  เมืองแต้จิ๋ว อพยพลี้ภัยจากความยากลำบากในสมัยนั้น โดยสารมากับเรือสำเภาขึ้นฝั่งเมืองตรังบริเวณท่าน้ำหยงสตาร์ ครั้งนั้นได้นำเถ้าธูปของพระซำซัวก๊กอ๊วงซึ่งเป็นที่นับถือในท้องถิ่นกำเนิดติดตัวมาด้วย เมื่อวัยเติบโตขึ้นจึงได้ทำงาน และย้ายจากบ้านหยงสตาร์มายังบ้านท่าข้าม ในที่สุดจึงมาตั้งรกรากทำสวนเกษตรอยู่ที่บ้านสุโสะ โดยท่านได้นำเถ้าธูปพระซำซัวก๊กอ๊วงดังกล่าวติดตามตัวไปด้วยทุกหนแห่ง ท่านประกอบพิธีตั้งโต๊ะหมู่บูชาพระตามบ้านด้วยตนเอง

(ในภาพ   ศาลเจ้าพระซำซัวก๊กอ๊วง หรือชาวบ้านเรียก พระซำอ่วงเอี๊ย)


 ความคิดเห็นที่ 437

6 ก.พ.2550  เวลา 01:01 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.84.152  

จนเมื่อปีพุทธศักราช 2512 จึงได้ร่วมกับชาวบ้านละแวกใกล้เคียง จัดสร้างอาคารศาลเจ้าเป็นการถาวร นำพระซำซัวก๊กอ๊วงเข้าประดิษฐานในศาลเจ้าเป็นการถาวร ให้ชื่อว่า ศาลเจ้าซำซัวก๊กอ๊วง โดยรูปลักษณ์ของศาลเจ้านับเป็นอาคารจีนเรียบง่ายและเก่าแก่ ตั้งอยู่ริมถนนสายตรัง-ปะเหลียน บ้านสุโสะ ต.สุโสะ อ.ปะเหลียน

(ในภาพ แท่นบูชากลางของพระซำซัวก๊กอ๊วง)


 ความคิดเห็นที่ 438

6 ก.พ.2550  เวลา 01:02 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.84.152  

ด้านหน้าอาคารศาลเป็นแท่นบูชาฟ้าดิน ภายในอาคารศาลมีแท่นบูชากลางประดิษฐานก๋งป๋าย จารึกนามพระซำซัวก๊กอ๊วง แท่นบูชาด้านซ้ายมือของแท่นบูชากลาง เป็นพระพุทธยูไลฮุดโจ้ว ด้านฝั่งขวาของแท่นบูชากลาง เป็นแท่นบูชาของพระโพธิสัตย์กวนอิม ศาลเจ้าเคยมีร่างทรงแล้ว 3 ท่าน ถึงแก่กรรมไปแล้ว 2 ท่าน ปัจจุบันยังคงมีร่างทรงอยู่ 1 ท่าน แต่พระซำซัวก๊กอ๊วงไม่ลงประทับทรงเลยมานานมากแล้ว กระนั้นก็ตามยังมีลูกหลานมากราบไหว้อยู่เสมอ แม้จะไม่คึกคักดังเช่นแต่ก่อน

 

เรียบเรียงโดย บุนเต้หลาง เมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2550

(ในภาพ แท่นบูชากลางพระซำซัวก๊กอ๊วง )


 ความคิดเห็นที่ 439

6 ก.พ.2550  เวลา 01:02 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.84.152  

ข้อความเห็น

1.ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นแบบอย่างของศาลเจ้าของชาวแต้จิ๋ว ซึ่งนับถือพระประจำถิ่นจากแผ่นดินใหญ่ เมื่อต้องลาจากบ้านเกิดเมืองนอน จึงได้นำติดตัวมาและจัดสร้างเป็นศาลเจ้าในเมืองตรัง ณ กาลเวลาต่อมา สภาพศาลเจ้าในปัจจุบันแม้นยังคงสภาพดี หากแต่มีสิ่งที่น่าห่วงใย คือ การขยายถนนสี่ช่องจราจรในอนาคต ซึ่งเป็นความเจริญของท้องถิ่น นับว่าเป็นความสะดวกสบาย แต่หากเราคำนึงถึงศาสนสถานแห่งหนึ่ง ที่ก่อกำเนิดเกิดมาในชั่วระยะเวลาของบุคคลๆหนึ่ง ซึ่งได้ล้มหายตายจากไป เราจึงควรคำนึงอย่างยิ่ง ถ้าไม่จำเป็น พึงหลีกเลี่ยงการทำลายศาสนสถาน ซึ่งนับเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน เช่นนี้จึงสมบูรณ์ครบคุณค่าแห่งการพัฒนา

(ในภาพ แท่นบูชาพระยูไลฮุดโจ้ว )


 ความคิดเห็นที่ 440

6 ก.พ.2550  เวลา 01:03 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.84.152  

2.เนื่องจากหลายศาลเจ้าในเมืองตรังนั้น เมื่อร่างทรงถึงแก่กรรมหรือคนรุ่นเก่าร่วงลาไป ลูกหลานคนรุ่นใหม่อาจเข้าไม่ถึงคุณค่า ถึงแม้มีการกราบไหว้บูชา แต่ก็เป็นลักษณะภายในเครือญาติและกลุ่มคนใกล้ชิดที่รู้จักเท่านั้น แต่หากเปิดศาลเจ้าอยู่ตลอดเวลาในช่วงเวลากลางวัน ชาวบ้านและบุคคลภายนอกก็จะมีโอกาสได้เข้าไปสักการบูชา อันสามารถต่อเติมชีวิตชีวา ความยั่งยืนแห่งประเพณีและวัฒนธรรมดั้งเดิม มิให้เสื่อมคลาย หากไม่ยึดติดและคำนึงเพียงว่าทางศาลเจ้ามีร่างทรงหรือไม่ เพราะอนาคตอาจมีร่างทรง ผู้ซึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์เห็นสมควรเลือกสรรก็เป็นได้

(ในภาพ แท่นบูชาพระโพธิสัตย์กวนอิม)

ขอสงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำข้อมูลในกระทู้นี้ไปเผยแพร่ต่อ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากเจ้าของข้อมูลแล้วเท่านั้น !!!


< หน้าก่อน   1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85 86 87 88 89 90 91 92 93 94 95 96 97 98 99 100 101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 121 122 123 124 125 126 127 128 129 130 131 132 133    หน้าถัดไป >


    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน 
sisli escort mecidiyekoy escort taksim escort umraniye escort istanbul escort besiktas escort bomonti escort istanbul escort maslak escort atakoy escort bakirkoy escort beylikduzu escort atasehir escort kadikoy escort bishkek escorts tuzla escort bagcilar escort beykoz escort turbanli escort kartal escort maltepe escort bebek escort levent escort pendik escort sisli escort istanbul escort isitme cihazi umraniye escort erotik shop sex shop erotik shop erotik shop erotik shop erotik shop erotik shop erotik shop erotik shop erotik shop