ขอสงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำข้อมูลในกระทู้นี้ไปเผยแพร่ต่อ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากเจ้าของข้อมูลแล้วเท่านั้น !!!

บทความ ประเพณีถือศีลกินผัก


< หน้าก่อน   1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85 86 87 88 89 90 91 92 93 94 95 96 97 98 99 100 101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 121 122 123 124 125 126 127 128 129 130 131 132 133    หน้าถัดไป >


กระทู้นี้เดิมเป็นกระทู้ประเพณีถือศีลกินผัก แต่เนื่องจากว่ามีการโพสข้อมูลที่มีเนื้อหาสาระเข้ามาเยอะมากๆ
เลยขอปรับกระทู้นี้ให้เป็นกระทู้ บทความที่เกี่ยวเนื่องกับประเพณีถือศีล กินผัก โดยเฉพาะ
ซึ่งทุกท่านสามารถส่งเข้ามายังกะทู้นี้ได้ ไม่เฉพาะต้องเขียนโดยผู้เขียนเท่านั้น มีเนื้อหาครอบคลุม
- ประเพณีถือศีลกินผักทั่วไป
- ประเพณีถือศีลกินผักที่เกี่ยวเนื่องกับเมืองตรัง
- ประวัติศาลเจ้าและพระที่นับถือ
- ประกาศงานบุญ

ในกะทู้นี้ต่อไปหากมีข้อมูลมากพอก็จะรวบรวมจัดแบ่งให้ชัดเจนยิ่งขึ้น กะทู้นี้ผู้เขียนขอให้คงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์จึงต้องระมัดระวังในการกล่าวคำอย่างยิ่ง ให้สัญลักษณ์เป็น ดอกเหมย เป็นปฐมบทของการปรับปรุงกะทู้ดั้งเดิม

โดย.. บุนเต้หลาง 124.157.209.249   


 

 ความคิดเห็นที่ 401

2 ก.พ.2550  เวลา 03:46 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.76.88  

บุคคลที่ถูกผีเข้าจึงกลายเป็นร่างทรงของดวงวิญญาณพระ 108 โดยพื้นฐานบุคคลผู้นี้มักเกเร จนครั้งหนึ่งได้ทะเลาะวิวาทกับผู้อื่น ถูกยิงด้วยกระสุนปืน แต่ไม่ได้รับอันตรายใดๆ ชาวบ้านจึงเชื่อมั่นว่าเป็นเพราะความศักดิ์สิทธิ์ของดวงวิญญาณพระ 108 ปกปักรักษาไว้ จนเป็นที่เลื่องลือ และเพิ่มความศรัทธาในพระ 108 มากยิ่งขึ้น

(ในภาพ ศาลเจ้าพระ 108-109 บ้านหนองเถีย ต.นาตาล่วง ป้ายนามศาลจารึก จ้าวเอ็งสือ)


 ความคิดเห็นที่ 402

2 ก.พ.2550  เวลา 03:47 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.76.88  

ครั้นต่อมาชายชาวจีนผู้รอดชีวิตนั้น บาดแผลกำเริบ ทนพิษบาดแผลไม่ไหว และเสียชีวิต ก่อนท่านเสียชีวิตได้กล่าวคำฝากฝังไว้กับชาวบ้านว่า ขอให้ชาวบ้านนำร่างของเขาไปฝังรวมกับพี่น้องทั้ง 108 ท่านที่เสียชีวิตก่อนหน้าไว้ด้วยกัน และให้นำไม้จากซากเรืออับปางที่เหลือ มาจารึกชื่อของท่านสถิตย์ไว้ในศาลเจ้า 108 ร่วมกับพี่น้องของท่าน จากนั้นชาวบ้านจึงปฏิบัติตาม พร้อมใจกันเปลี่ยนชื่อเป็น ศาลเจ้าพระ 108 – 109 ซึ่งรวมชายดังกล่าวด้วยอีกท่านหนึ่ง หรือคำภาษาจีนว่าจ้าวเอ็งสือ จนตราบปัจจุบัน

(ในภาพ ศาลเจ้าพระ 108-109 กันตัง ตั้งอยู่บริเวณส่วนหลังภายในอาคารเก่าแก่หลังนี้)


 ความคิดเห็นที่ 403

2 ก.พ.2550  เวลา 03:48 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.76.88  

กล่าวว่าจุดกำเนิดศาลเจ้าพระ 108-109 ในเมืองตรังนั้น อาจเป็นเหตุต่อเนื่องจากความเชื่อดั้งเดิมของตำนานพระ 108 ดังกล่าวก่อนหน้า แล้วพัฒนาความเชื่อจนมากลายเป็นพระ 108-109 จากจุดนี้จึงเป็นที่แพร่หลายในเมืองตรังและจังหวัดใกล้เคียงต่อมา ซึ่งคล้ายกับความเชื่อพระหลิมกอเหนียว ซึ่งผู้รู้บางท่านกล่าวว่าเป็นพัฒนาการจากความเชื่อพระม๋าจ้อโป๋หรือพระหลิมกอเหนียวในทางสากล

(ในภาพ ศาลเจ้าพระ 108-109 กันตัง เคยเป็นสมาคมไหหลำกันตัง สมัยเมืองตรังยังอยู่ที่กันตัง)


 ความคิดเห็นที่ 404

2 ก.พ.2550  เวลา 03:49 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.76.88  

ปัจจุบันศาลเจ้าพระ 108-109 ในเมืองตรังนั้น นับว่าเป็นร่องรอยทางวัฒนธรรมท้องถิ่น สะท้อนความเป็นคนตรังที่ยอมรับนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นพระจากภาษาถิ่นใด ชาวตรังพร้อมใจตอบสนองความศรัทธาอันมากล้น ให้คงความศักดิ์สิทธิ์ได้เสมอ ดังปรากฏศาลเจ้าบูชาพระ 108-109 เป็นเบื้องต้น ดังนี้

01.ศาลเจ้าพระ 108-109 บ้านหินคอกควาย ต.บ้านนา อ.ปะเหลียน 

02.ศาลเจ้าพระ 108-109 เทศบาลย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว

03.ศาลเจ้าพระ 108-109 ศาลเจ้าเก่งจิวโฮยก้วน ริมท่าน้ำกันตัง อ.กันตัง

04.ศาลเจ้าพระ 108-109 เทศบาลท่าข้าม อ.ปะเหลียน

05.ศาลเจ้าพระ 108-109 บ้านหนองเถีย ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง

06.ศาลเจ้าพระ 108-109 เทศบาลลำภูรา ต.ลำภูรา อ.ห้วยยอด

07.ศาลเจ้าพระ 108-109 บ้านหยงสตาร์ อ.ปะเหลียน

08.ศาลเจ้าพระ 108-109 เทศบาลคลองปาง ต.คลองปาง อ.รัษฎา

09.ศาลเจ้าพระ 108-109 บ้านยวนโป๊ะ ต.บางด้วน อ.ปะเหลียน

10.ศาลเจ้าพระ 108-109 ต.นาเกลือ อ.กันตัง

11.ศาลเจ้าพระ 108-109 ต.หนองบ่อ อ.ย่านตาขาว

12.ศาลเจ้าพระ 108-109 ต.เขาไม้แก้ว อ.สิเกา

(ในภาพ ศาลเจ้าพระ 108-109 ย่านตาขาว พระกิวอ๋องไต่เต่เยี่ยมเยือนศาลเจ้า)


 ความคิดเห็นที่ 405

2 ก.พ.2550  เวลา 03:50 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.76.88  

ผู้เขียนกราบขออภัยศาลเจ้าพระ 108-109 อื่นใดไม่ได้ที่กล่าวนาม เพียงเอ่ยเฉพาะศาลที่กำหนดพระ 108-109 เป็นประธานในบางศาลเท่านั้น เนื่องจากมีศาลเจ้าพระ 108-109 อีกหลายแห่งในหมู่บ้านและตำบลต่างๆอื่นอีก นอกจากนั้นยังมีบางศาลเจ้าที่กำหนดพระ 108-109 ไว้เป็นแท่นบูชารองของศาล จนกล่าวว่าเมืองตรังที่มีตำนานก่อเกิดพระ 108-109 นั้น ปรากฎมีศาลเจ้าพระ 108-109 อยู่กระจัดกระจายมากที่สุดในปัจจุบัน

 

เรียบเรียงโดย บุนเต้หลาง เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2550

(ในภาพ ศาลเจ้าพระ 108-109 ย่านตาขาว แท่นบูชาฟ้าดินอยู่ด้านหน้าอาคารศาล)


 ความคิดเห็นที่ 406

2 ก.พ.2550  เวลา 03:52 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.76.88  

ศาลเจ้าพระ 108-109

ย่านตาขาว

 

ในกาลต่อมาชาวบ้านย่านตาขาวที่ศรัทธาพระ 108-109 จึงได้ขอแบ่งปันไม้จากซากเรืออับปางดังกล่าว นำมาแกะสลักจัดสร้างเป็นศาลเจ้าพระ 108-109 ย่านตาขาว โดยคำบอกเล่ากล่าวว่าสร้างมานาน ซึ่งปีก่อสร้างไม่ระบุชัด และกล่าวว่าศาลเจ้าพระ 108-109 ถือเป็นสถานที่สถิตย์แห่งดวงวิญญาณพระทั้ง 109 ท่าน ดำรงความศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง เนื่องจากท่านเหล่านั้น เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ ต่างเป็นพระจีนผู้ทรงศีลทั้งสิ้น

(ในภาพ ศาลเจ้าพระ 108-109 ย่านตาขาว หอพระหยี่หวั่ง 3 ชั้นจารึกนาม จ้าวเอ็งสือ)


 ความคิดเห็นที่ 407

2 ก.พ.2550  เวลา 03:53 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.76.88  

ศาลเจ้าพระ 108-109 ย่านตาขาว แรกเริ่มจัดสร้าง เริ่มจากศาลเจ้าเล็กๆ ต่อมามีผู้ศรัทธาเลื่อมใสมากจึงได้ก่อสร้างอาคารถาวรก่ออิฐถือปูนดังปรากฏในปัจจุบัน

ภายในศาลเจ้าพระ 108-109 ย่านตาขาวนั้น ประกอบด้วยตั๋วพระ 7 ตั๋วพระ ได้แก่ แท่นบูชาฟ้าดิน แท่นบูชากลางของพระ 108-109 ด้านซ้ายของแท่นบูชากลาง เป็นแท่นบูชาเจ้าแม่ทับทิม ตุ้ยโบ้ยเต๋งเหนี่ยง หรือพระโปโท่ว ชาวตรังมักเรียกว่า ม๊าพ้อเทา ด้านขวามือของแท่นบูชากลาง เป็นแท่นบูชาพระเจ้าวิญญาณหรือโกวบุนก๋ง แท่นบูชาเจ้าที่ศาล แท่นบูชาเจ้าประตู และแท่นบูชาเจ้าเตาไฟหรือเรียกถ้าวกังตามลำดับ ซึ่งในรูปแบบดังกล่าว กล่าวว่าถือเป็นต้นแบบสำหรับศาลเจ้าพระ 108-109 ที่ก่อกำเนิดต่อมาภายหลัง ล้วนยึดถือในรูปแบบเดียวกัน นอกจากนี้ภายในศาลเจ้าพระ 108-109 ย่านตาขาว ยังมีการจัดสร้างหอพระหยี่หวั่ง หรือพระหยี่อ้วงเสี่ยงดี๋ เรียกคำฮกเกี้ยนว่าพระยกอ๋องส่งเต่ เป็นอาคารหอสามชั้นโดยถาวรอีกด้วย

(ในภาพ ศาลเจ้าพระ 108-109 ย่านตาขาว หอพระหยี่หวั่ง ชั้นบนสุดเป็นปฏิมากรรมหลังคาปูนปั้น)


 ความคิดเห็นที่ 408

2 ก.พ.2550  เวลา 03:54 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.76.88  

จากความศักดิ์สิทธิ์ของพระ 108-109 เลื่องลือเป็นที่ประจักษ์ จนชาวตรังได้ทยอยจัดสร้างศาลเจ้าพระ 108-109 เกือบทุกชุมชนเมือง และแผ่ขยายไปยังจังหวัดใกล้เคียงในกาลเวลาต่อมา ศาลเจ้าพระ 108-109 นับเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ชาวเมืองตรังต่างให้ความเคารพศรัทธา ในฐานะสถานที่บำบัดจิต รักษาไข้ และบำบัดผู้ถูกคุณไสย มีการให้ของขลังศักดิ์สิทธิ์ มอบให้ชาวบ้านที่มีจิตศรัทธาเก็บไว้เป็นศิริมงคล และบุคคลทั่วไปสามารถใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมถือศีลกินผักได้

(ในภาพ ศาลเจ้าพระ 108-109 ย่านตาขาว แท่นบูชาพระด้านหน้า)


 ความคิดเห็นที่ 409

2 ก.พ.2550  เวลา 03:56 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.76.88  

งานบุญประเพณีถือศีลกินผักประจำปีของศาลเจ้า มักเริ่มประมาณปลายเดือนเมษายนของทุกปี โดยพิธีกรรมเริ่มตั้งแต่เช้าตรู่ จะประกอบพิธียกกระถางธูปและก๋งป๋ายออกจากศาลเข้าสู่ปะรำพิธี ตั้งหยี่หวั่งหรือตั้งตั๋วพระหยี่อ้วงเสี่ยงดี๋ ยกเสาเต็งโก อัญเชิญตะเกียงขึ้นสู่ยอดเสา ส่วนใหญ่ระยะเวลาจัดงานนานประมาณ 1 สัปดาห์ ในช่วงเวลากลางคืนจะมีพิธีกรรมเดินธูปเวียนเทียน ข้ามสะพานสะเดาะเคราะห์ เคี่ยวน้ำมันว่าน ลุยหนามระกำ ผูกข้อมือลูกหลาน ลงหลักภูมิไฟ ฝังถ้วยไฟ ก่อกองฟืน และลุยไฟในวันสุดท้ายช่วงเวลาก่อนย่ำรุ่ง เพื่อนำกระถางธูปและก๋งป๋ายกลับมาประดิษฐานไว้ภายในศาลต่อไป รูปแบบการจัดงานดังกล่าวจึงเป็นที่แพร่หลาย ทุกศาลเจ้าพระ 108-109 ในเมืองตรังมักจัดงานในรูปแบบดังกล่าว แต่ต่างวันเวลากัน แล้วแต่ประเพณีนิยมของแต่ละศาลเจ้า โดยบางศาลเจ้าก็จัดให้มีประเพณีพระออกเที่ยว เยี่ยมเยียนลูกหลานภายในเขตชุมชนด้วย ดังเช่น ศาลเจ้าพระ 108-109 ย่านตาขาวและ ลำภูรา เป็นต้น

 

ขอขอบคุณ

คุณประทีป แซ่ฉั่ว ประธานศาลเจ้าพระ 108-109 ย่านตาขาว บันทึกไว้เป็นประวัติวัฒนธรรมย่านตาขาว

เรียบเรียงโดย บุนเต้หลาง เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2550

(ในภาพ ศาลเจ้าพระ 108-109 ย่านตาขาว เปิดหลังคาส่วนกลางเพื่อการระบายและรับแสงสว่าง)


 ความคิดเห็นที่ 410

2 ก.พ.2550  เวลา 03:58 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.76.88  

ข้อความเห็น

ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาตราบจนปัจจุบัน ศาลเจ้าพระ 108-109 ในเมืองตรังได้ทยอยก่อสร้างขึ้นมาหลายแห่ง เมื่อกาลเวลาผ่านไป ร่างทรงเก่าๆต่างล้มหายตายจากไป  บางศาลเจ้าขาดผู้ประกอบพิธีกรรมและดูแลศาล บางศาลเจ้าทั้งที่ยังคงมีสภาพสมบูรณ์ดี กลับต้องปราศจากผู้ดูแล จึงอยากเรียนฝากผ่านคณะกรรมการแต่ละชุมชน ให้สมานสามัคคีดูแลศาสนสถานดังกล่าว อันเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวชุมชนนั้นๆ

(ในภาพ ศาลเจ้าพระ 108-109 ย่านตาขาว แท่นบูชากลางของพระ 108-109)


 ความคิดเห็นที่ 411

2 ก.พ.2550  เวลา 03:59 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.76.88  

โดยมีแนวทางร่วมกันจัดตั้งคณะกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ประจำ สอดส่องดูแลอาคารสถานที่ พร้อมเปิดศาลเจ้าตลอดเวลาช่วงกลางวัน เพื่อให้ประชาชนผู้ที่มีจิตศรัทธาจากท้องที่ใกล้ไกลได้เข้ามาสักการบูชากราบไหว้ โดยไม่ยึดติดว่าศาลเจ้าจะมีร่างทรงหรือไม่ ตัวอย่างรูปแบบกิจกรรมการดูแลศาลเจ้าที่ดี ที่มีส่วนร่วมของชุมชน ได้แก่ ศาลเจ้าพระ 108-109 ต.ลำภูรา ซึ่งสามารถรวมกลุ่มจัดเป็นชมรมด้วยความสมัครสมานสามัคคี ยังส่งผลอานิสงค์ให้ความช่วยเหลือแก่ศาลเจ้าพระ 108-109 ศาลอื่นๆที่คงประสบความลำบาก เพราะทุกศาลเจ้าพระ 108-109 ในเมืองตรังนั้น ย่อมถือเป็นพี่น้องร่วมกำเนิดเดียวกันทั้งสิ้น

(ในภาพ ศาลเจ้าพระ 108-109 ย่านตาขาว แท่นบูชาของพระเจ้าวิญญาณ โกวบุนก๋ง)


 ความคิดเห็นที่ 412

2 ก.พ.2550  เวลา 04:00 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.76.88  

สำหรับการสืบทอดร่างทรงและการดูแลศาลนั้น จำต้องคำนึงถึงบุคลากรในท้องถิ่นให้มากขึ้น เพราะคนเหล่านั้นเป็นคนท้องถิ่น ย่อมมีความรักและหวงแหนวัฒนธรรม ประเพณีในถิ่นมาตุภูมิเหนือสิ่งอื่นใด /บุนเต้หลาง

(ในภาพ ศาลเจ้าพระ 108-109 ย่านตาขาว แท่นบูชากลางของพระ 108-109)


 ความคิดเห็นที่ 413

2 ก.พ.2550  เวลา 04:01 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.76.88  

ศาลเจ้าพระ 108-109

คลองปาง

 

ศาลเจ้าพระ 108-109 คลองปาง นับเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ศาลเจ้าหนึ่ง จัดสร้างขึ้นมาหลังจากที่ได้ก่อสร้างศาลเจ้าพระ 108-109 ลำภูราแล้วประมาณ 5 ปี นับสิริรวมอายุจวบจนปัจจุบันประมาณ 55 ปี แต่เดิมเป็นอาคารไม้หลังเดียว ติดถนนสายหลัก หันหน้าไปยังทิศเหนือ ลงสู่คลองแบ่งเขตแดนระหว่าง จ.ตรัง และ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อร่างทรงเก่าท่านถึงแก่กรรม ศาลเจ้าก็ชำรุดทรุดโทรมตามกาลเวลา ถูกปล่อยร้าง ลูกหลานรุ่นหลังจึงนำก๋งป๋ายประดิษฐานไว้ ณ อาคารชั่วคราว ซึ่งสร้างอยู่บริเวณใกล้เคียงกัน กล่าวว่าช่วงระยะเวลาดังกล่าว ดวงตราประจำศาลเจ้าได้เกิดหายไป จนถึงปัจจุบันเพิ่งค้นพบ และได้รับคืนกลับมา ในวาระดังกล่าวดั่วก๋งหรือพระ 108-109 ของศาลเจ้าพระ108-109 ลำภูรา ซึ่งถือว่าศาลเจ้าแห่งนี้เป็นพี่น้องร่วมกับท่าน ท่านได้ดำริฟื้นฟูศาลเจ้าพระ 108-109 คลองปางขึ้นมาใหม่ ด้วยความยินยอมพร้อมใจของคณะลูกหลาน

(ในภาพ ศาลเจ้าพระ 108-109 คลองปาง ด้านหน้าของอาคารศาลชั่วคราว)


 ความคิดเห็นที่ 414

2 ก.พ.2550  เวลา 04:02 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.76.88  

การก่อสร้างอาคารศาลเจ้าพระ 108-109 หลังใหม่ จัดสร้างบนตำแหน่งอาคารศาลเดิมที่ต้องรื้อถอนออกไป เนื่องจากสภาพผุพังทรุดโทรมมากจนเกินกว่าซ่อมแซมได้ ปัจจุบันได้เริ่มก่อสร้างแล้ว เนื่องจากบริเวณที่ตั้ง ณ ตำแหน่งศาลเจ้านี้ถือเป็นจุดแดน เปรียบเสมือนบ้านเลขที่ 1 ของเมืองตรัง เมื่อเดินทางข้ามคลองกั้นแดนระหว่างจังหวัด เข้าสู่ตลาดคลองปางแล้ว นับเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญสำหรับพี่น้องทั้ง 2 จังหวัด และถือเป็นสัญลักษณ์ประตูสู่เมืองตรัง โดยความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนนั้นคิดว่า โดยลำพังคณะกรรมการศาลเจ้าและชาวบ้านในท้องถิ่น อาจมีทุนทรัพย์ไม่มากพอที่จะขยายศาลเจ้าให้ยิ่งใหญ่ หรือจัดสร้างโดยมุ่งหวังให้เป็นสัญลักษณ์เป็นหน้าตาของชาวเมืองตรังได้เพียงพอ  เมื่อดูสถานที่ลักษณะที่ตั้ง ทางเท้าของถนนอยู่สูงกว่าระดับพื้นดินซึ่งอยู่ต่ำลงไป ศาลเจ้าน่าจะจัดสร้างเต็มพื้นที่ เพราะมีเนื้อที่บริเวณจำกัด โดยน่าจะสร้างเป็นอาคาร 2 ชั้น พื้นผิวชั้นบนจะอยู่ระดับเดียวกับทางเท้าของถนน ส่วนชั้นล่างน่าจะเป็นโรงทานและห้องเก็บของได้

(ในภาพ ศาลเจ้าพระ 108-109 คลองปาง ป้ายดวงวิญญาณพระ 108-109)


 ความคิดเห็นที่ 415

2 ก.พ.2550  เวลา 04:03 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.76.88  

ในวาระโอกาสนี้ ขอเรียนเชิญบอกบุญไปยังสาธุชนใกล้ไกลที่เคารพศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ถึงวาระบุญยิ่งใหญ่ที่นานๆจะได้มีโอกาสกระทำร่วมกัน ให้ปรากฎเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความดีงาม ยั่งยืนสถาวรชั่วกาลนาน ผู้มีจิตศรัทธาสามารถติดต่อไปยังศาลเจ้าพระ108-109 คลองปางได้ด้วยตนเอง ในการนี้เป็นกิจส่วนตัวของผู้เขียนซึ่งเป็นสาธุชน ที่ตระหนักถึงภารกิจที่ต้องกระจายข่าวบุญ ไม่ได้เป็นกิจของศาลเจ้า และผู้เขียนมีกิจเพียงกระจายข่าวบุญ ไม่ได้ดำเนินการเรี่ยไรใดๆทั้งสิ้น จึงขอเรียนเชิญเพื่อประกอบบุญโดยทั่วกัน

 

เรียบเรียงโดย บุนเต้หลาง เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2550

(ในภาพ ศาลเจ้าพระ 108-109 ย่านตาขาว ประตูไม้เก่าแก่จารึกคำ จ้าวเอ็งสือ)


 ความคิดเห็นที่ 416

2 ก.พ.2550  เวลา 07:18 น.
โดย.. คนศึกษา 61.47.0.132  
เรียนคุณบุนเตหลาง ที่นับถือ พอจะรูปและประวัติของศาลเจ้าเชียนไช่เยี้ย หรือเปล่าครับถ้ามีช่วยโพสให้ศึกษาต่อไป

 ความคิดเห็นที่ 417

2 ก.พ.2550  เวลา 07:20 น.
โดย.. คนศึกษา 61.47.0.132  
คุณบุนเตหลาง ครับ ศาลเจ้าเซียนไช่เยี้ย ที่อยู่ ลำภูลา นะครับ

 ความคิดเห็นที่ 418

2 ก.พ.2550  เวลา 20:27 น.
โดย.. เด็กน้อย 203.113.71.196  
อยากรู้จักกับคุณบุนเต้หลางคับผมเด็กตรัง   ด้วยจิตคารวะ  tongteam_2002@hotmail.com

 ความคิดเห็นที่ 419

4 ก.พ.2550  เวลา 18:19 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.78.172  

พระซามซัวก๊กอ๋อง

 

กล่าวว่ามีหลายตำนาน ส่วนมากเล่าขานว่าเป็นพระประจำท้องถิ่น ถือกำเนิดในท้องถิ่นหมู่บ้านอาโป๋ อำเภอแก่หยง ปัจจุบันอยู่ในอำเภอแก่ซาย เมืองแต้จิ๋ว  ล้วนเกี่ยวกับพระศักดิ์สิทธิ์ที่สิงสถิตย์อยู่บนยอดเขาทั้งสาม คือ ตกซัว เบ๋งซัว และ กุนซัว

(ในภาพ พระซามซัวก๊กอ๋อง)


 ความคิดเห็นที่ 420

6 ก.พ.2550  เวลา 00:44 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.84.152  

กล่าวว่าในสมัยศักราชราชวงศ์ซ้อง มีผู้กล้าสามท่านตามนามสกุลชื่อแซ่ คือ เหลียนเกียด เตี่ยวเฮียน และเกวจุ๊น ทั้งสามได้สาบานเป็นสามพี่น้อง มีจุดมุ่งหมายเพื่อประกอบคุณงามความดี มีคุณธรรมสัตย์ซื่อ ปกป้องประชาชนผู้ยากไร้และด้อยโอกาส ให้หลีกพ้นจากความยากลำบาก ช่วยเหลือชาวบ้านให้รอดจากภัยพิบัติต่างๆ

(ในภาพ ยันต์พระซามซัวก๊กอ๋อง)

ขอสงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำข้อมูลในกระทู้นี้ไปเผยแพร่ต่อ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากเจ้าของข้อมูลแล้วเท่านั้น !!!


< หน้าก่อน   1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85 86 87 88 89 90 91 92 93 94 95 96 97 98 99 100 101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 121 122 123 124 125 126 127 128 129 130 131 132 133    หน้าถัดไป >


    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน