เจริญรอยพระยุคลบาทรัชกาลที่ ๖ เสด็จประพาสเมืองตรัง


< หน้าก่อน   1 2 3    หน้าถัดไป >



ประวัติรัชกาลที่ ๖

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๖ แห่งพระบรมราชวงศ์จักรี เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันเสาร์ เดือนยี่ ขึ้น ๒ ค่ำ ปีมะโรง ตรงกับวันที่ ๑ มกราคม พ.ศ.๒๔๒๓ ทรงเป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ ๒๙ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระองค์ที่ ๒ ในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง


โดย.. เหมียวฟลุค 58.147.53.126   


 

 ความคิดเห็นที่ 21

1 ก.ค.2553  เวลา 16:15 น.
โดย.. เหมียวฟลุค 118.173.132.239  

นอกจากพระราชกรณียกิจสำคัญที่ทรงบำเพ็ญเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทยแล้ว  ในยามที่ทรงว่าจากพระราชกิจน้อยใหญ่  ยังได้ทรงใช้พระอัจฉริยภาพทางด้านวรรณกรรมและอักษรศาสตร์ ทรงพระราชนิพนธ์บทร้อยแก้วและร้อยกรองไว้นับพันเรื่อง เมื่อเสด็จสวรรคตแล้วพสกนิกรชาวไทยจึงได้พร้อมกันถวายพระราชสมัญญาภิไธยว่า “สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า” อันมีความหมายว่า “มหาราชผู้ทรงเป็นจอมปราชญ์”

 

(คำบรรยายภาพดังนี้...จอมพล สมเด็จพระอนุชาธิราช เจ้าฟ้าฯกรมหลวงพิษณุโลกประชานาถ เสนาธิการทหารบก ได้กราบบังคมทูลพระกรุณาของพระราชทานคำขวัญ สำหรับกองทหารอาสาซึ่งจะเดินทางไปร่วมรบในการพระราชสงคราม ณ ทวีปยุโรป เมื่อค่ำวันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๑

จึงได้ทรงพระราชนิพนธ์ “โคลงสยามานุสติ”พระราชทานแก่กองทหารอาสา เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ.๒๔๖๑ และต่อมาได้พระราชทานบทพระราชนิพนธ์ให้เป็นเพลงประจำโรงเรียนนายร้อยทหารบก)


 ความคิดเห็นที่ 22

1 ก.ค.2553  เวลา 16:20 น.
โดย.. เหมียวฟลุค 118.173.132.239  

พระราชกรณียกิจด้านการศึกษาทรงให้ความสำคัญเป็นลำดับแรกตลอดรัชสมัย  ได้โปรดให้ตราแผนการศึกษาชาติ พ.ศ. ๒๔๕๖  กำหนดให้จัดการศึกษาสายสามัญเป็น อนุบาล  ประถม มัธยม และอุดมศึกษา  รวมทั้งการอาชีวศึกษา  โปรดให้ตราพระราชบัญญัติประถมศึกษาซึ่งบังคับให้เด็กไทยทุกคนต้องเข้าเรียนจนจบการศึกษาชั้นประถมศึกษา  และมีพระราชนิยมในการสร้างโรงเรียนแทนวัด  ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดสร้างโรงเรียนมหาดเล็กหลวงหรือ ปัจจุบันคือโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัยแทนพระอารามหลวงประจำรัชกาล 

ทั้งยังได้โปรดให้ยกโรงเรียนมหาดเล็กเดิมขึ้นเป็น โรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  ก่อนที่จะโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๙

(คำบรรยายภาพดังนี้..ตึกบัญชาการ โรงงเรียนข้าราชการของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงโปรดให้สร้างขึ้นด้วยเงินที่เหลือจากการสร้างพระบรมรูปทรงม้า ด้วยรูปแบบสถาปัตยกรรมที่เรียกว่า “แบบพระราชนิยมในพระบาทสมเด็จพระมงกฎเกล้าเจ้าอยู่หัว”)

 


 ความคิดเห็นที่ 23

1 ก.ค.2553  เวลา 16:21 น.
โดย.. เหมียวฟลุค 118.173.132.239  

สิ่งสำคัญที่ทรงริเริ่ม

๑.โปรดให้เก็บภาษีอากรจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์

๒.การใช้พุทธศักราช

๓. ขนานนามสกุล  วันเสาร์ที่  ๒๒  มีนาคม  พ.ศ. ๒๔๕๕  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตรา “พระราชบัญญัติขนานนามสกุล”  ด้วยทรงพระราชดำริว่า สมควรจะมีพระราชบัญญัติวิธีจดทะเบียนคนเกิด คนตาย  แลทำงานสมรสให้เป็นการมั่นคงชัดเจน จึงทรงพระราชดำริว่า บุทคลทุกๆ คนจำต้องมีชื่อตัวแลเชื้อนามสกุล

แลวิธีขนานนามสกุลนั้นควรจะใช้แพร่หลายทั่วพระราชอาณาจักร  จึงได้โปรดให้ตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นไว้เป็นพระราชบัญญัติ ๒๐ มาตรา ทรงคิดและพระราชทานนามสกุล

แก่ผู้สืบสายราชสกุลตรงลงมาจากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จำนวน ๒๔ นามสกุล

นอกจากนั้นยังได้พระราชทานนามสกุลแก่ข้าราชการทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือน

กับราษฎร นักเรียนและลูกเสือ

ตามที่ปรากฏในสมุด “ทะเบียฬนามสกุล ที่เราได้ให้ไป”  รวมจำนวน ๖,๔๓๒ นามสกุล

 

 


 ความคิดเห็นที่ 24

1 ก.ค.2553  เวลา 16:23 น.
โดย.. เหมียวฟลุค 118.173.132.239  

๔.ธงไตรรงค์

(คำบรรยายภาพดังนี้..ทหารอาสาของไทย ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ร่วมการสวนสนามฉลองชัยชนะ ที่ประตูชัย ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 โดยอัญเชิญธงไตรรงค์ ซึ่งเป็นธงชาติที่รัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าให้ใช้แทนธงช้าง เป็นธงชัยเฉลิมพลประจำกองทหาร)

 

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บนี้ค่ะ 

http://learners.in.th/blog/edu3204wanwipha/332651


 ความคิดเห็นที่ 25

1 ก.ค.2553  เวลา 16:23 น.
โดย.. เหมียวฟลุค 118.173.132.239  

๕ไชโย  ไชโย ไชโย

สืบเนื่องจากการที่ทรงนำเสือป่ากองพลหลวงรักษาพระองค์และทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์เดินทางไกลจากพระราชวังสนามจันทร์ไปบวงสรวงสังเวยพระเจดีย์พระนเรศวรที่ริมหนองสาหร่าย เมืองสุพรรณบุรี ในระหว่างวันที่ ๒๐ มกราคม – ๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ .๒๔๕๖ นั้น ได้ทรงเริ่มธรรมเนียมประชุมสวดมนต์ครั้งแรกในระหว่างประทับแรมที่กำแพงแสน เมื่อวันพุธ ที่ ๒๑ มกราคม พ.ศ.๒๔๕๖ โดยได้เสด็จลงที่หน้าพลับพลาเวลา ๒ ทุ่มครึ่ง ทรงนำสวดมนต์ เริ่มด้วย  “อรหํ สัมมา ฯลฯ แล้วสวดอิติปิโสกับนมัสการคุณานุคุณคำไทยของพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย  อาจารยงกูร) เมื่อสวดมนต์จบแล้ว ร้องสรรเสริญพระบารมี และเป่าแตรยาวคำนับเป็นจบการนมัสการ

 

        แต่โดยบทร้องสรรเสริญพระบารมีนั้น ต่างเหล่าต่างมีคำร้องต่างๆกัน เฉพาะอย่างยิ่งคำสุดท้ายที่ส่งว่า “ฉะนี้”มักจะร้องเพี้ยนเป็น “ชะนี” จนยากที่แก้ให้หายได้ นอกจากแปลงคำเสียใหม่  รุ่งขึ้นวันที่ ๒๒ มหราคม พ.ศ ๒๔๕๖ จึงทรงพระราชนิพนธ์แปลงบทร้องสรรเสริญ  พระบารมี เป็นดังนี้

 

        “ข้าวรพุทธเจ้า เอามโนและศิระกราน บนพระภูมิบาลบุณอะดิเรก เอกบรมจักริน พระสยามินทร์พระยศะยิ่งยง เย็นศิระเพราะพระบริบาล ผลพระคุณธรักษา  ปวงประชาเป็นศุขะสานต์ ขอบันดาล ธ ประสงค์ใด จงสฤษดิ์ดังหวังวรหฤทัย ดุจะถวายไชย ชะโย ฯ

(ที่มา จดหมายเหตุรายวัน ในพระบาทสมเด็จพระมงกฎเกล้าเจ้าอยู่หัว หน้า ๑๑๙)

 

             อนึ่ง เมื่อเสร็จการพระราชพิธี บวงสรวงสังเวยเจดีย์ ยุทธหัตถี ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม พ.ศ.๒๔๕๖ แล้ว ได้เสด็จพระทับบนเกย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เสือป่าและทหารกับตำรวจภูธรที่ได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทอยู่ ณ ที่นั้น เดินแถวถวายตัว ทรงประนำมนต์ให้ และเมื่อเดินผ่านที่ประทับนั้นต่างคนต่างร้อง “ไชโย” เป็นคำอวยไชย จากนั้นมาจึงนิยมคำอวยไชยว่า “ไชโย ไชโย ไชโย”แทนการโห่แล้วฮิ้วสามลาดังเคยใช้มาแต่โบราณ


 ความคิดเห็นที่ 26

1 ก.ค.2553  เวลา 16:24 น.
โดย.. เหมียวฟลุค 118.173.132.239  

๖.พระราชนิยมเรื่องการสร้างโรงเรียนแทนวัด

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กระทรวงธรรมการออกประกาศพระราชนิยมเรื่องการสร้างโรงเรียนแทนการสร้างวัด  ประชาชนทั่วประเทศจึงได้พร้อมใจกันเจริญรอยพระยุคลบาทบริจาคทุนทรัพย์จัดสร้างโรงเรียนขึ้นในท้องถิ่นของตนจนมีโรงเรียนเกิดขึ้นทั่วประเทศ  และได้พร้อมกันถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ในการนี้ได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานนามโรงเรียนไว้หลายสิบโรงเรียน

โรงเรียนในภาคใต้ที่ได้รับพระราชทานนามมีดังนี้

 “เบญจมราชูทิศ” พระราชทานให้เป็นนามโรงเรียนประจำมณฑล ปราจิณบุรี,  จันทบุรี,  ราชบุรี,  และปัตตานี  กับเป็นนามโรงเรียนประจำจังหวัดอุทัยธานี มณฑลนครสวรรค์  และโรงเรียนประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช  มณฑลนครศรีธรรมราช

โรงเรียนประจำมณฑลภูเก็ต  พระราชทานนามว่า “ตัณฑวณิชวิทยาคม”

โรงเรียนประจำจังหวัดตรัง  มณฑลภูเก็ต  พระราชทานนามว่า “วิเชียรมาตุ”

โรงเรียนปลูกปัญญา  จังหวัดภูเก็ต  มณฑลภูเก็ต

และโรงเรียนเพาะปัญญา  จังหวัดตรัง  มณฑลภูเก็ต

 

(บรรยายภาพดังนี้..โรงเรียนเพาะช่างที่เสด็จเปิดเมื่อวันที่ ๗ มกราคม พ.ศ. ๒๔๕๖)


 ความคิดเห็นที่ 27

1 ก.ค.2553  เวลา 16:29 น.
โดย.. เหมียวฟลุค 118.173.132.239  

จบชุดที่ ๒ ค่ะ ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ

พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราวุธ  พระมงกฎเกล้าเจ้าแผ่นดินสยาม  พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นนักการทหารและจอมปราชญ์ของโลก

โดยคุณวรชาติ  มีชูบท

 

ตอนนี้ขอพักก่อนเตรียมเขียนเรื่องราวชุดที่ ๓ ครั้งเสด็จเยือนตรัง


 ความคิดเห็นที่ 28

1 ก.ค.2553  เวลา 17:41 น.
โดย.. เหมียวฟลุค 118.173.132.239  

จังหวัดตรัง

 

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินจังหวัดตรัง รวม ๔ ครั้ง  กล่าวคือ

๑. เมื่อวันที่  ๘-๙ พฤษภาคม  พ.ศ. ๒๔๓๓ (ร.ศ.๑๐๙)  คราวที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าฯ เสด็จควนธานี

๒. เมื่อวันที่ ๘-๒๒พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๕๒(ร.ศ.๑๒๘) ครั้งยังทรงพระอิสริยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามกุฎราชกุมาร  ซึ่งได้มีการบันทึกใน

 

 

จดหมายเหตุ

ประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้

๔๒

ร.ศ. .๑๒๘

ของ

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช

 

ซึ่งเอกสารที่พระองค์บันทึกไว้โดยใช้นามปากกาว่า  นายแก้ว

 

โดยในเอกสารช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดตรังจะเริ่มจาก  ฉบับที่ ๘ ตำหนักจันทน์  เมืองตรัง

ในวันที่ ๘ พฤษภาคม  รัตนโกสินทร์ศก  ๑๒๘ (เย็น)


 ความคิดเห็นที่ 29

1 ก.ค.2553  เวลา 17:42 น.
โดย.. เหมียวฟลุค 118.173.132.239  

จนกระทั่งถึง วันที่ ๒๑ พฤษภาคม  รัตนโกสินทร์ศก ๑๒๘(บ่าย)


 ความคิดเห็นที่ 30

1 ก.ค.2553  เวลา 17:46 น.
โดย.. เหมียวฟลุค 118.173.132.239  

เอกสารชุดนี้มีช่วงหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับตำหนักทั้งจึงขอคัดมาฝากค่ะ จากย่อหน้าที่ ๒ หน้า ๑๘๑

 

                วันนี้จะเสด็จออกพ้นจากเขตเมืองตรังแล้ว  เจ้าคุณรัษฎาเห็นว่าเป็นโอกาสอันดี จึงได้กราบทูลขอให้พระราชทานนามตำหนักที่ประทับแรม ในเขตเมืองตรังนี้เสียให้ทั่วทุกแห่ง เพื่อจะได้เป็นการสะดวกต่อไป ที่เมืองตรังได้พระราชทานนามแล้วว่า “ตำหนักจันทน์” ในวันนี้ได้พระราชทานใหม่ ๓ แห่ง คือที่ทับเที่ยงเรียกว่า  “ตำหนักผ่อนกาย” ที่ช่องเรียกว่า “ตำหนักโปร่งฤทัย” ที่เขาขาวนี้เรียกว่า “ตำหนักรื่นรมย์"

 

หมายเหตุ ในขณะนั้นเมืองตรังยังอยู่ที่กันตัง  ช่อง คือ น้ำตกกระช่องในปัจจุบัน และ เขาขาว ในอดีตเดิมเป็นอำเภอหนึ่งในตรัง ซึ่งปัจุบันนี้ก็คือ ตำบลเขาขาว อำเภอห้วยยอด

 


 ความคิดเห็นที่ 31

1 ก.ค.2553  เวลา 17:48 น.
โดย.. เหมียวฟลุค 118.173.132.239  

ถนนเลียบทุ่งนา ติดต่อเขาใหญ่(เขาหลวง) จังหวัดตรัง    พฤษภาคม  พ.ศ.๒๔๕๒


 ความคิดเห็นที่ 32

1 ก.ค.2553  เวลา 18:22 น.
โดย.. เหมียวฟลุค 118.173.132.239  

เมื่อวันที่  ๒๕มิถุนายน ถึง ๖ กรกฎาคม  พ.ศ.๒๔๕๘  เป็นการเสด็จพระราชดำเนินครั้งแรกภายหลังจากเสด็จขึ้นครองราชย์แล้ว  ในการเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ประทับแรมที่ตำหนักโปร่งฤทัย  ซึ่งได้มีการบันทึกใน

 

 

จดหมายเหตุ

ระยะทางเสด็จพระราชดำเนินเลียบมณฑลปักษ์ใต้

ของ สักขี (มหาเสวกโท พระยาศรีวรวงศ์ (ม.ร.ว.จิตร  สุทัศน์)

ตั้งแต่วันที่ ๔ มิถุนายน ถึง วันที่ ๕  สิงหาคม

พระพุทธศักราช  ๒๔๕๘

 

 

 

 

 

ในวันที่ ๓ กรกฎาคม  เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดโรงเรียนเพาะปัญญา (อำเภอนาโยง)

โรงเรียนเพาะปัญญา    เป็นโรงเรียนประถมศึกษา   ตั้งอยู่หมู่ที่  5  ตำบลนาโยงใต้       อำเภอเมืองตรัง  จังหวัดตรัง   มหาอำมาตย์โท พระยารัษฎานุประดิษฐ    มหิศรภักดี  ( คอซิมบี้  ณ ระนอง )      สมุหเทศาภิบาล  มณฑลภูเก็ต  เป็นผู้จัดตั้ง  สร้างอาคารเสร็จเมื่อ  พ.ศ. ๒๔๕๖

 

เพาะปัญญา  ได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ และได้พระราชนิพนธ์เกี่ยวกับนามโรงเรียนว่า

“โรงเรียนเพาะปัญญา หมายความว่า ปัญญาไม่ใช่แต่ความรู้หนังสือ เป็นความรู้ทั่วๆไปสำหรับทำมาหาเลี้ยงชีพได้ และเป็นพลเมืองดี เพื่อเป็นประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองสืบไป”

 

 

 

 

วันเสาร์ที่    กรกฎาคม  พ.ศ. ๒๔๕๘

เวลาเที่ยง ทรงเครื่องสนามเสือป่ากรมราบหลวงรักษาพระองค์

เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากที่ประทับแรมสวนโปร่งหฤทัย  ตำบลนาโยง

ถึงโรงเรียนประชาบาลตำบลนาโยงซึ่งทำแล้วใหม่  ประทับที่มุขโรงเรียนแล้ว

หลวงอุปการศิลปเสรษฐ (อั๋น  ชัชกุล) ธรรมการมณฑลภูเก็ต อ่านรายงานการสร้างโรงเรียน

ทรงตอบแล้ว  ทรงชักเชือกเปิดผ้าคลุมป้ายนามโรงเรียนว่า “โรงเรียนเพาะปัญญา”

เสด็จเข้าประทับในห้องเรียน

ขุนเพาะนิสัยชอบ (เชื้อ  รัชตรัตน) ธรรมการเมืองตรัง  นำนักเรียนเข้าประจำที่

เริ่มการสอนว่าด้วยการรักชาติแลชื่อเสียง  ศาสนา  พระมหากษัตริย์

แล้วทรงรถพระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินไปพระตำหนักผ่อนกายที่ตำบลทับเที่ยง

ประทับเสวยกลางวันแล้ว  พระยามหาอำมาตยาธิบดี (เส็ง  วิรยศิริ) ผู้แทนเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย

นำนักบวช ยูเอน. บี, ดันแล็บ ชาวอเมริกันผู้สอนลัทธิคริสตัง  ผู้จัดการโรงพยาบาลทับเที่ยง

เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทกราบบังคมทูลรายงานโรงพยาบาล

พระราชทานเงินส่วนพระองค์จำนวน ๓,๐๐๐ บาท  สำหรับเป็นทุนสร้างห้องพยาบาลในการผ่าตัด

แล้วเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์ไปยังตำบลกันตัง  ข้าราชการ พ่อค้า นายเหมืองและบุตรภรรยา

เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทที่สวนบันเทิงสถาน  แล้วเสด็จประทับพระตำหนักจันทน์

 


 ความคิดเห็นที่ 33

1 ก.ค.2553  เวลา 18:35 น.
โดย.. เหมียวฟลุค 118.173.132.239  

หมายเหตุ โรงพยาบาลทับเที่ยง หรือ โรงพยาบาลหมอดันแล็บ เป็นโรงพยาบาลแห่งแรกของจังหวัดตรัง ปัจจุบันคือพื้นที่บริเวณสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดตรัง  จนถึงบริเวณโรงพยาบาลตรังชาตะสงเคราะห์ ( จากหนังสือ สยาม คือบ้านของเรา ที่บันทึกโดย เอ็ดน่า  บรูเนอร์ บัลค์ลีย์ มิชชันนารีอเมริกัน จากบทที่ ๒๔  หน้า๒๕๓ถึง หน้า๓๓๓)

 

(คำบรรยายใต้ภาพดังนี้...รัชกาลที่ ๖ เสด็จปักษ์ใต้  ราษฎรเฝ้ารับเสด็จที่อำเภอทับเที่ยง)

 


 ความคิดเห็นที่ 34

1 ก.ค.2553  เวลา 18:38 น.
โดย.. เหมียวฟลุค 118.173.132.239  

วันที่ ๔ กรกฎาคม  สด็จเมืองตรัง(กันตัง)  และได้ พระราชทานพระแสงศาสตราประจำเมืองตรัง ที่สนามวัดตรังคภูมิพุทธาวาส

 ความคิดเห็นที่ 35

1 ก.ค.2553  เวลา 18:47 น.
โดย.. เหมียวฟลุค 118.173.132.239  
ในการเสด็จพระราชดำเนินจังหวัดตรังคราวนี้ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายที่ว่าการเมืองตรังจากกันตังมาอยู่ที่อำเภอเมืองปัจจุบัน

 ความคิดเห็นที่ 36

1 ก.ค.2553  เวลา 18:52 น.
โดย.. เหมียวฟลุค 118.173.132.239  

๔.เมื่อวันที่  ๒ – ๔  พฤษภาคม  พ.ศ. ๒๔๖๐   ซึ่งได้มีการบันทึกใน

 

 

จดหมายเหตุ

ระยะทางเสด็จพระราชดำเนินเลียบมณฑลปักษ์ใต้

ของ สักขี (มหาเสวกโท พระยาศรีวรวงศ์ (ม.ร.ว.จิตร  สุทัศน์)

ตั้งแต่วันที่  ๑๐  เมษายน ถึง วันที่ ๒๒ พฤษภาคม

พระพุทธศักราช  ๒๔๖๐

 

 

ทรงเปิดโรงเรียนประจำจังหวัดตรัง  เมื่อวันที่    พฤษภาคม  และได้พระราชทานนามโรงเรียนนี้ว่า “วิเชียรมาตุ”  

 


 ความคิดเห็นที่ 37

1 ก.ค.2553  เวลา 18:52 น.
โดย.. เหมียวฟลุค 118.173.132.239  

2.

 ความคิดเห็นที่ 38

1 ก.ค.2553  เวลา 19:00 น.
โดย.. เหมียวฟลุค 118.173.132.239  

แผ่นสุดท้ายค่ะ


 ความคิดเห็นที่ 39

1 ก.ค.2553  เวลา 19:01 น.
โดย.. เหมียวฟลุค 118.173.132.239  

ของแถมนำมาฝากเพิ่มเติมค่ะ

 ความคิดเห็นที่ 40

1 ก.ค.2553  เวลา 19:02 น.
โดย.. เหมียวฟลุค 118.173.132.239  

เป็นการละเล่นในสมัยรัชกาลที่ ๖


< หน้าก่อน   1 2 3    หน้าถัดไป >


    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน