ขอสงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำข้อมูลในกระทู้นี้ไปเผยแพร่ต่อ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากเจ้าของข้อมูลแล้วเท่านั้น !!!

บทความ ประเพณีถือศีลกินผัก


< หน้าก่อน   1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85 86 87 88 89 90 91 92 93 94 95 96 97 98 99 100 101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 121 122 123 124 125 126 127 128 129 130 131 132 133    หน้าถัดไป >


กระทู้นี้เดิมเป็นกระทู้ประเพณีถือศีลกินผัก แต่เนื่องจากว่ามีการโพสข้อมูลที่มีเนื้อหาสาระเข้ามาเยอะมากๆ
เลยขอปรับกระทู้นี้ให้เป็นกระทู้ บทความที่เกี่ยวเนื่องกับประเพณีถือศีล กินผัก โดยเฉพาะ
ซึ่งทุกท่านสามารถส่งเข้ามายังกะทู้นี้ได้ ไม่เฉพาะต้องเขียนโดยผู้เขียนเท่านั้น มีเนื้อหาครอบคลุม
- ประเพณีถือศีลกินผักทั่วไป
- ประเพณีถือศีลกินผักที่เกี่ยวเนื่องกับเมืองตรัง
- ประวัติศาลเจ้าและพระที่นับถือ
- ประกาศงานบุญ

ในกะทู้นี้ต่อไปหากมีข้อมูลมากพอก็จะรวบรวมจัดแบ่งให้ชัดเจนยิ่งขึ้น กะทู้นี้ผู้เขียนขอให้คงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์จึงต้องระมัดระวังในการกล่าวคำอย่างยิ่ง ให้สัญลักษณ์เป็น ดอกเหมย เป็นปฐมบทของการปรับปรุงกะทู้ดั้งเดิม

โดย.. บุนเต้หลาง 124.157.209.249   


 

 ความคิดเห็นที่ 321

17 ม.ค.2550  เวลา 08:13 น.
โดย.. ไท้เฉวียน 125.25.55.165  
ศรัทธาและเห็นความจริงใจของท่าน คุณบุนเต้หลาง ผมเห็นด้วยกับการมาร่วมพลังสร้างสรรเวปเพื่อสืบสานประเพณีถือศีลกินผักของคนเมืองตรัง เพื่อบันทึกเอาไว้ให้ปรากฏแก่คนรุ่นหลังครับ ผมไม่ใช่คนเมืองตรังครับ แต่เป็นคนพื้นที่ภาคใต้ที่มีความสำนึกอยากเห็น ประเพณีอันดีงามให้สืบทอดเพื่อให้คนรุ่นต่อๆไปได้รับทราบครับ เมื่อถึงโอกาสนั้นในสิ่งที่ คุณบุนเต้หลาง ตั้งใจไว้ผมจะให้ความร่วมมือตามความสามารถที่ผมมีอยู่ให้ถึงที่สุดเหมือนกันครับ

 ความคิดเห็นที่ 322

17 ม.ค.2550  เวลา 11:37 น.
โดย.. คนต่างจังหวัด 203.152.27.142  

ขอแสดงความนับถือ คุณบุนเต้หลาง ด้วยใจจริง นับถือ ครับ แม้ผมไม่ใช่คนตรัง แต่ก็เป็นคนใต้ ลูกหลานชาวจีนเหมือนกัน ซึ่งได้เข้ามาอ่านสาระ ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับประเพณีถือศีลกินผัก ของจังหวัดตรัง แล้ว มีความรู้สึกยินดี และภูมิใจ แทนชาวตรังทุกท่าน ที่ร่วมสืบสานประเพณีกินผักให้สืบนานต่อไป จะรบกวนถามคุณบุนเต้หลาง ว่า ไม่ทราบว่าคุณบุนเต้หลาง เป็นกรรมการ ศาลเจ้า ที่ไหนหรือเปล่า หรือเป็นบุคคลทั่วไป ๆ ที่เป็นผู้ให้ที่น่าเคารพนับถือมาก แต่ถ้าไม่ได้เป็นกรรมการศาลเจ้า แล้วจะมีแรงส่งหรือแรงขับดัน ให้ประเพณีกินผัก เดินหน้าด้วยความมั่นคงตลอดไปได้อย่างไร ในเมื่อผู้คนก็ยังต่างความคิดเห็น กรรมการ ศาลเจ้าก็มีพรรค มีพวก แล้วไม่ขัดแย้งกันหรือครับ  เปรียบเสมือนเราทำอยู่วงนอก แล้ววงใน (กรรมการศาลเจ้า) ไม่รู้เค้าคิดกันอย่างไร ที่ถามไม่ได้มีเจตนาใด ๆ แค่อยากรู้ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพราะคนที่อยู่วงนอกจะไปมีปากมีเสียงกับคนวงในได้อย่างไร  ถ้าคำบางคำหรือคำถามที่ถาม ดูแล้วไม่เหมาะสมก้อต้องขออภัยด้วย เพราะคนตั้งใจจริง มักจะมีพวกอิจฉาตาร้อน ขัดขวางตลอด ในเมื่อมีฝ่ายธรรมะ ก็ย่อมมีฝ่ายอธรรม


 ความคิดเห็นที่ 323

17 ม.ค.2550  เวลา 13:13 น.
โดย.. เทียนเล้ง 210.86.135.20  

ถือว่าทุกบทความล้วนให้ความรู้กับทุกคนทั้งสิ้นเราไม่จำเป็นต้องมาประนามหรือเหยียดหยามกันเลยทุกคมล้วนมีวัตถุประสงค์เดียวกันทั้งสิ้น คือมอบความรู้ให้เป็นวิทยาทานเพื่อสร้างกุศลอุทิศแด่องค์ศักดิ์ศิทธิ์ทุกพระองค์หากเรารู้อะไรก็ควรเผยแพร่หรือถ่ายทอดให้คนอื่นรู้ดีกว่าเพราะตายไปคุณก็คงเอาติดตัวไปไม่ได้จริงมั๊ยครับผมภูมิใจที่ได้เป็นสมาชิกคนหนึ่งในเว็บนี้ขอบคุณทุกๆท่านที่ช่วยให้ความรู้............


 ความคิดเห็นที่ 324

18 ม.ค.2550  เวลา 00:25 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.83.200  

ชาวตรังทั่วไปคงทราบดีว่า สมัยก่อนชาวจีนอพยพมายังเมืองตรัง แรกเริ่มที่มานั้น ล้วนประสบความยากลำบาก ยากจนปากกัดตีนถีบกันเป็นส่วนใหญ่ ครั้นจะมานั่งพูดคุยให้เห็นหน้าค่าตากันนั้น มักมีเวลาเพียงยามเช้าเท่านั้น จึงบังเกิดเป็นวัฒนธรรมนั่งร้านกาแฟหรือร้านโกปี้ เนื่องจากร้านโกปี้เป็นแหล่งข่าวคราวที่สำคัญชั้นดี ลูกหลานใครแต่งงาน บรรพบุรุษของใครถึงแก่กรรม กำหนดงานบุญต่างๆ ล้วนรับทราบข้อมูลจากที่นี่ ตามฝาบ้านร้านกาแฟนั้น มักมีกระดานให้ชาวบ้านได้ติดใบประกาศต่างๆ สมัยก่อนมักมีโฆษณาของโรงหนังที่เข้าฉาย ใบประกาศงานฌาปนกิจศพ และใบประกาศงานบุญ โดยเฉพาะในเมืองตรังมีชาวจีนอาศัยอยู่มาก งานบุญของชาวบ้านในเมืองตรัง จึงมักเป็นใบประกาศงานบุญของศาลเจ้าต่างๆ โดยส่วนใหญ่มักเป็นกระดาษสีเหลืองหรือสีชมพูตามคตินิยมดั้งเดิมของศาลเจ้านั้นๆ ทั้งงานบุญประจำปี หรืองานคล้ายวันเกิดของพระในศาลที่ชาวบ้านนับถือ ทยอยออกมาทั้งปี ไม่จำกัดเฉพาะเมื่อถึงงานบุญประเพณีถือศีลกินผักเดือนเก้าเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่หลังตรุษจีนเป็นต้นไปประมาณสามถึงสี่เดือนแรก ความชุกค่อนข้างถี่ เนื่องจากเป็นหน้าแล้งไม่มีลมฝน หยุดตัดยาง ชาวบ้านมีเวลาว่าง บางศาลเจ้าที่อยู่ต่างอำเภอ อาจติดใบประกาศในตัวเมืองตรังด้วย หรือประกาศเฉพาะอำเภอของตนและละแวกใกล้เคียงก็ได้ ซึ่งบางครั้งผู้ที่อยู่ในเมืองตรังเอง ถ้าไม่ไปต่างอำเภออาจไม่ทราบกำหนดงานบุญดังกล่าว ดังนั้นเมื่อวิทยาการก้าวหน้าผู้เขียนจึงมีความคิดนำร่อง หากสมาชิกผู้ใดอยู่ในท้องถิ่นใด ไม่ว่าในตัวเมืองตรังหรือต่างอำเภอในจังหวัดตรังทั้งใกล้และไกล สามารถถ่ายภาพใบประกาศงานบุญ แล้วโพสต์เข้ามาล่วงหน้าสัก 2-3 สัปดาห์ โดยถ่ายให้เห็นอักษรรายละเอียดชัดเจนน่าจะเป็นสิ่งดี จะเป็นประโยชน์ต่อลูกหลานที่อยู่ไกลบ้านทั้งในกรุงเทพและทั่วไทย ให้วางแผนล่วงหน้ามาร่วมงานดังกล่าวได้โดยถูกต้องแม่นยำ ถือเป็นการสร้างบุญร่วมกัน ในการนี้ถ้าเจ้าหน้าที่ศาลเจ้าใดต้องการให้ลูกหลานในศาลถ่ายภาพส่งมาประชาสัมพันธ์ด้วยก็จะดียิ่ง

(ในภาพ ประกาศงานบุญของศาลเจ้าสามหูอ่องเอี๋ย บ้านจิจิก ต.ท่าสะบ้า อ.วังวิเศษ จ.ตรัง

ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมพิธีถือศีลกินผัก เพื่อเป็นศิริมงคลแก่ตัวท่านและครอบครัวสืบไป)


 ความคิดเห็นที่ 325

18 ม.ค.2550  เวลา 00:30 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.83.200  

สำหรับข้อถามที่ว่าผู้เขียนนั้นเป็นกรรมการศาลใดหรือไม่ ซึ่งเคยกล่าวไว้แล้วว่าไม่ได้เป็น ข้อนี้น่าจะเป็นข้อยุติในแง่บวก ที่สามารถแสดงความคิดเห็นได้โดยอิสระ เป็นกลาง ไม่ผูกพันยึดติดกับผลประโยชน์ของศาลใดศาลหนึ่งจนเสียการ ผู้เขียนเคยตั้งใจว่าจะใช้เวลาว่างนอกเวลาทำงานประจำปฏิบัติภารกิจเพื่อสืบสานประเพณีถือศีลกินผัก หนึ่งในภารกิจนั้นคือบทบาทผู้สื่อสารส่งถึงฉ่ายอิ้ว ประชาชนทั่วไปเป็นสำคัญและจะถึงกรรมการหลายท่านที่อยู่วงในหรือไม่ขึ้นกับวิจารณญาณ ส่วนหนึ่งเป็นข้อมูลให้ส่วนราชการและองค์กรประชาสังคมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการงานและกรรมการศาลที่อยู่ทั้งใกล้และไกลได้รับทราบก่อนงานล่วงหน้าในระยะเวลาเกือบปี เนื่องจากต้องยอมรับว่าแต่ละท่านมักมีภารกิจงานประจำรัดตัว ส่วนใหญ่มักมีเวลาคิดเตรียมงานประจำปีเพียงไม่กี่เดือนก่อนเริ่ม ซึ่งแท้จริงแล้วหากจะมีการวิเคราะห์ ทบทวนงาน กำหนดรูปแบบให้บังเกิดผลดีนั้น ควรมีเวลาเตรียมการไม่ต่ำกว่าครึ่งปี ซึ่งบางครั้งกรรมการหลายท่านอยู่คลุกคลีกับสิ่งที่เคยชินมานาน อาจมองข้ามสิ่งที่เปลี่ยนแปลงบางอย่าง จนเป็นที่ไม่สบายใจของฉ่ายอิ้วผู้ถือเป็นสมาชิกส่วนใหญ่ ซึ่งนับเป็นผู้จรรโลงและค้ำจุนประเพณีนี้อย่างแท้จริง ข้อความต่างๆจึงเปรียบเสมือนกระจกเงา ได้โปรดอย่าวิตกหรือรังเกียจไปเสียก่อน หากมองในแง่บวก ก็จะนับว่าเป็นคุณ เพราะผู้เขียนมีความปรารถนาดี มีความตั้งใจปฏิบัติภารกิจนี้ให้สำเร็จลุล่วง จุดประสงค์เพื่อสืบสานงานบุญประเพณีถือศีลกินผักเมืองตรัง และดำรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์แห่งยัญกรรมบูชาดั้งเดิม

หมายเหตุ ผู้เขียนยังคงรอน้องที่โพสต์ข้อความ บก.และผู้ดูแลเวปในการสางกะทู้ดังกล่าวก่อนหน้านี้ เพื่อเดินหน้ากะทู้ต่อไป หากขัดข้องประการใด หรือคิดว่าผู้เขียนสามารถให้คำแนะนำได้โปรดแสดงให้รับทราบ จักขอบพระคุณยิ่ง/บุนเต้หลาง

(ในภาพ ภาพมงคลเด็กน้อยและปลา ให้ความหมายมั่งมีศรีสุข)


 ความคิดเห็นที่ 326

18 ม.ค.2550  เวลา 08:48 น.
โดย.. คนต่างจังหวัด 203.152.27.142  

ได้อ่าน อย่างคุณบุนเต้หลาง อธิบาย แล้ว ยอมรับนับถือครับ ขอคารวะ นี่แหละ ตัวอย่างบุคคลที่เป็นผู้ให้อย่างแท้จริง


 ความคิดเห็นที่ 327

19 ม.ค.2550  เวลา 09:37 น.
โดย.. บก.ตั้ม 58.8.91.105  
ต้องขอโทษด้วยนะครับ ที่ผมไม่ค่อยได้เข้ามาโพสในกระทู้นี้ซักเท่าไหร่
พอดีว่าผมเกิดมาในครอบครัวที่ไม่ได้กินเจน่ะครับ เลยไม่ค่อยมีความรู้เรื่องนี้ และไม่รู้จะถาม-ตอบ คำถามอะไรดี
แต่ก็ดูอยู่ห่างๆ นะครับ และก็ไม่คิดที่จะลบกระทู้นี้ด้วย เพราะกระทู้นี้เป็นกระทู้ที่ให้ความรู้เป็นอย่างมาก
ต้องขอบคุณ
- คุณ บุนเต้หลาง
- คุณ dackwatt

และอีกหลายๆ คนที่ทำให้กระทู้นี้เป็นเสมือนห้องสมุดขนาดใหญ่ที่รวบรวมความรู้เกี่ยวกับเทศกาลประเพณีกินผัก เอาไว้
สำหรับกระทู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเดี๋ยวผมจะให้ Password ในการลบความคิดเห็นกับพี่ บุนเต้หลาง ไว้นะครับ จะได้ทำการลบความคิดเห็นต่างๆ ได้สะดวก

หรือถ้าคุณ dackwatt ต้องการ เดี๋ยวผม Create ให้อีกคนนึงครับ ขอบคุณมากนะครับที่แสดงความคิดเห็นเข้ามา ผมจะได้รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป...

 ความคิดเห็นที่ 328

20 ม.ค.2550  เวลา 08:35 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.78.26  

กะทู้บทความ

กะทู้นี้เป็นกะทู้ดั้งเดิมแต่ปรับเปลี่ยนให้คล่องตัวขึ้น กะทัดรัดขึ้น โดยผู้เขียนขอให้เป็นที่รวมบทความที่เกี่ยวเนื่องกับประเพณีถือศีลกินผักจริงๆ ซึ่งทุกท่านสามารถส่งเข้ามายังกะทู้นี้ได้ ไม่เฉพาะต้องเขียนโดยผู้เขียนเท่านั้น มีเนื้อหาครอบคลุมประเพณีถือศีลกินผักทั่วไป ประเพณีถือศีลกินผักที่เกี่ยวเนื่องกับเมืองตรัง ประวัติศาลเจ้าและพระที่นับถือ และประกาศงานบุญ ในกะทู้นี้ต่อไปหากมีข้อมูลมากพอก็จะรวบรวมจัดแบ่งให้ชัดเจนยิ่งขึ้น กะทู้นี้ผู้เขียนขอให้คงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์จึงต้องระมัดระวังในการกล่าวคำอย่างยิ่ง ให้สัญลักษณ์เป็นดอกเหมยเป็นปฐมบทของการปรับปรุงใหม่

(ในภาพ ดอกเหมยฮวา เป็นดอกไม้หนึ่งในสิบตำนานชาวจีน เป็นดอกไม้ประจำเกาะไต้หวัน)


 ความคิดเห็นที่ 329

20 ม.ค.2550  เวลา 13:34 น.
โดย.. dackwatt 58.9.80.185  

 

ขอบคุณมากครับคุณตั้ม

หากคุณเห็นว่ามีอะไรที่ผมพอจะช่วยเหลือแบ่งเบาภาระคุณได้บ้าง  ผมก็ยินดีครับ
ติดต่อผมทางอีเมล์สะดวกกว่านะครับ

dackwatt@hotmail.com

ขอบคุณคุณตั้มและทุกๆท่านที่ให้ความร่วมมือครับ


 ความคิดเห็นที่ 330

20 ม.ค.2550  เวลา 20:28 น.
โดย.. ไท้เฉวียน 125.25.57.51  

เมื่อดอกเหมยฮวาบานสะพรั้ง เป็นนิมิตหมายที่ดี ในการเริ่มสิ่งที่ดีๆ ผมจึงขอมีส่วนร่วมในการเผยแพร่แลกเปลี่ยนความรู้ของประเพณีวัฒนธรรมถือศีลกินผัก ซึ่งมีมายาวนานให้สืบทอดคงอยู่ ตามวิถีทางที่ควรจะเป็น เมื่อดอกเหมยฮวาเบ่งบาน เป็นสัญลักษณ์ว่าสาร์ทลิบชุนจะมาเยือน อีกไม่นานก็จะตรุษจีน เริ่มสักกาหลาดของปีใหม่ ผมจึงขออำนวยพรให้ทุกท่านที่มาเยือนในเวปบอร์ดนี้ ขอให้มีอายุ วรรณะ สุขะ พละยั่งยืนนาน ให้เจอแต่สิ่งที่ดีๆ บุญบารมีที่สั่งสมมาให้ช่วยคุ้มครอง และคิดสิ่งใดขอให้สมความปรารถนาทุกประการเทอญ (ในภาพ ส.ค.ส แบบจีนที่ส่งความสุขให้ในช่วงตรุษจีน)

 ความคิดเห็นที่ 331

25 ม.ค.2550  เวลา 10:45 น.
โดย.. dackwatt 58.9.80.75  

 

ขอแสดงความยินดีกับการขึ้นบ้านใหม่ของ trangzone.com นะครับ
ขอให้มีการพัฒนายิ่งๆขึ้นไปเพื่อประโยชน์และความสุขของผู้อ่านทุกท่านครับ


 ความคิดเห็นที่ 332

25 ม.ค.2550  เวลา 21:41 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.76.103  

ขอให้ลูกหลานชาวตรังและจังหวัดใกล้ไกลไม่ว่าบรรพบุรุษสืบเชื้อสายมาแต่ถิ่นใด

ผู้ซึ่งมีศรัทธาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้มีความสมัครสมานสามัคคี

อนิสงค์ดังกล่าวจะฟูมฟักทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งรวบรวมความรู้

รักษาคติความเชื่อและสืบสานประเพณีที่มีมาเก่าก่อนให้เข้มแข็งตลอดไป

(ในภาพ ดอกโบตั๋น เป็นดอกไม้หนึ่งในสิบตำนานชาวจีน เป็นดอกไม้ประจำชาติจีน)


 ความคิดเห็นที่ 333

25 ม.ค.2550  เวลา 21:45 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.76.103  

(ในภาพ ดอกมู่เหมียนฮวาหรือหมุกหมี่นฟา เป็นดอกไม้ประจำมณฑลกวางตุ้ง)


 ความคิดเห็นที่ 334

25 ม.ค.2550  เวลา 21:47 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.76.103  

(ในภาพ ดอกสุ่ยเซียนฮวา เป็นดอกไม้หนึ่งในสิบตำนานชาวจีน เป็นดอกไม้ประจำมณฑลฮกเกี้ยน)


 ความคิดเห็นที่ 335

25 ม.ค.2550  เวลา 21:52 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.76.103  

(ในภาพ เป็นดอกซานเจี่ยวเหมยหรือดอกเฟื่องฟ้า เป็นดอกไม้ประจำมณฑลไหหลำ)


 ความคิดเห็นที่ 336

25 ม.ค.2550  เวลา 21:53 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.76.103  

(ในภาพ ดอกจินเฟิงฮวาหรือกิมฮ้งฮวย เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ประจำท้องถิ่นแต้จิ๋ว)


 ความคิดเห็นที่ 337

25 ม.ค.2550  เวลา 21:58 น.
โดย.. เด็กอยากทราบ 58.147.119.240  

ขอทราบประวัติ องค์อั๊งไฮ้ยี้คับ  รบกวนด้วยครับผมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม


 ความคิดเห็นที่ 338

25 ม.ค.2550  เวลา 22:00 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.76.103  

(ในภาพ ดอกเหมยฮวานอกจากเป็นสัญลักษณ์ของชาวจีนในอดีตแล้ว ยังเป็นสัญลักษณ์ของชาวฮากกา)


 ความคิดเห็นที่ 339

26 ม.ค.2550  เวลา 00:19 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.83.175  

พระท่ามกงเยี้ย

 

พระท่ามกงเยี้ย ท่านมีนามเดิมว่า ท่ามอู๋เต็ก เกิดที่เมืองกุยสร้าน ซึ่งคือย่านถานกงหงฮวาหยวนถานเก๋อตี้ หรือหมู่บ้านท่ามกั๊ก ตามนามสกุลแซ่ของท่าน ตำบลหุ้ยตัง  อำเภอหุ้ยจิวในปัจจุบัน โดยปัจจุบันน้ำกัดเซาะหมู่บ้านบางส่วน จนกลายเป็นมุมสันดอนติดกับแผ่นดินใหญ่ ชนในท้องถิ่นเป็นชาวฮากกา ท่านเกิดในช่วงคาบเกี่ยวระหว่างปลายราชวงศ์หงวนและต้นราชวงศ์เหม็ง ซึ่งตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 แห่งกรุงศรีอยุธยา จากตำนานของท่านที่มีการบันทึกหลายแห่ง พบว่าท่านปรากฎอิทธิฤทธิ์และบุญญาธิการตั้งแต่กำเนิด ดังปรากฏอิทธิฤทธิ์ตั้งแต่ท่านอายุประมาณ 7-8 ขวบ

(ในภาพ ป้ายนามพระท่ามกงเยี้ย)


 ความคิดเห็นที่ 340

26 ม.ค.2550  เวลา 00:21 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.83.175  

ด้วยในวัยเยาว์ท่านกำพร้าบิดาและมารดาตั้งแต่อายุ 3 ขวบ จึงถูกเลี้ยงโดยอาผู้ชาย แต่ส่วนใหญ่ท่านมักอาศัยอยู่กับยายของท่านที่หมู่บ้านหม้ายเถียนชุน โดยมีหน้าที่เลี้ยงวัวช่วยเหลือครอบครัว กล่าวว่าเมื่อท่านเกิดมานั้นปรากฏความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหาร พลิกจากหมู่บ้านที่แห้งแล้งไปในทางที่ดีขึ้น จนมีผู้กล่าวเนื่องด้วยบุญบารมีของท่าน ในบรรดากลุ่มเพื่อนสนิทของท่านมีด้วยกัน 5 คน มีเจ้าโตที่กำยำและแข็งแรงที่สุดเป็นหัวหน้ากลุ่ม ครั้งหนึ่งกลุ่มของท่านได้ขึ้นเขาไปเลี้ยงวัวตามปกติ เมื่อถึงที่หมายต่างคนต่างออกวิ่งเล่นตามประสาเด็ก เว้นท่านผู้เดียวไม่ยอมลงจากม้า ซ้ำยังควบม้าโดยเร็ว ตีลังกาขึ้นฟ้าอย่างรวดเร็ว แล้วลงมายืนบนพื้นดิน นี่เป็นเหตุการณ์อัศจรรย์ครั้งแรก จนเพื่อนๆของท่านเปรียบท่านเป็นซุนหงอคง ขนานนามท่านเป็นยุวเทพผู้ทรงฤทธิ์

(ในภาพ แท่นบูชาพระท่ามกงเยี้ยในเมืองตรัง)

ขอสงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำข้อมูลในกระทู้นี้ไปเผยแพร่ต่อ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากเจ้าของข้อมูลแล้วเท่านั้น !!!


< หน้าก่อน   1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85 86 87 88 89 90 91 92 93 94 95 96 97 98 99 100 101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 121 122 123 124 125 126 127 128 129 130 131 132 133    หน้าถัดไป >


    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน