ขอสงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำข้อมูลในกระทู้นี้ไปเผยแพร่ต่อ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากเจ้าของข้อมูลแล้วเท่านั้น !!!

บทความ ประเพณีถือศีลกินผัก


< หน้าก่อน   1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85 86 87 88 89 90 91 92 93 94 95 96 97 98 99 100 101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 121 122 123 124 125 126 127 128 129 130 131 132 133    หน้าถัดไป >


กระทู้นี้เดิมเป็นกระทู้ประเพณีถือศีลกินผัก แต่เนื่องจากว่ามีการโพสข้อมูลที่มีเนื้อหาสาระเข้ามาเยอะมากๆ
เลยขอปรับกระทู้นี้ให้เป็นกระทู้ บทความที่เกี่ยวเนื่องกับประเพณีถือศีล กินผัก โดยเฉพาะ
ซึ่งทุกท่านสามารถส่งเข้ามายังกะทู้นี้ได้ ไม่เฉพาะต้องเขียนโดยผู้เขียนเท่านั้น มีเนื้อหาครอบคลุม
- ประเพณีถือศีลกินผักทั่วไป
- ประเพณีถือศีลกินผักที่เกี่ยวเนื่องกับเมืองตรัง
- ประวัติศาลเจ้าและพระที่นับถือ
- ประกาศงานบุญ

ในกะทู้นี้ต่อไปหากมีข้อมูลมากพอก็จะรวบรวมจัดแบ่งให้ชัดเจนยิ่งขึ้น กะทู้นี้ผู้เขียนขอให้คงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์จึงต้องระมัดระวังในการกล่าวคำอย่างยิ่ง ให้สัญลักษณ์เป็น ดอกเหมย เป็นปฐมบทของการปรับปรุงกะทู้ดั้งเดิม

โดย.. บุนเต้หลาง 124.157.209.249   


 

 ความคิดเห็นที่ 261

12 ธ.ค.2549  เวลา 06:04 น.
โดย.. บ่านเหลง 222.123.40.27  


 ความคิดเห็นที่ 262

12 ธ.ค.2549  เวลา 06:05 น.
โดย.. บ่านเหลง 222.123.40.27  

โก้ยโห่ย

 ความคิดเห็นที่ 263

12 ธ.ค.2549  เวลา 06:20 น.
โดย.. บ่านเหลง 222.123.40.27  

งานประเพณีนี้จะเริ่มขึ้นในทุก 15 ค่ำ เดือน 1จีนของทุกปีเพื่อเป็นการรำลึกถึง การลอยน้ำทะเลมาขึ้นฝั่ง ของ ตี่ฮู้อ่องเอี่ย  ในเมื่อหลายชั่วอายุคนมาแล้ว  ซึ่งทั่ง 2  สาลเจ้า มีตี่ฮู้อ่องเอี่ยเป็นองคืประธาน  การที่ผมมาโพสในครั่งนี้เพื่อต้องการเผ่ยแพร่ให้ คนทั่วไปได้รู้จักพิธีกรรมท่องถิ่นของชาวไทยเชื่อสายจีนในและชาวไทยพุทธ 3 จังหวัดชายแดนใต้ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยแต่ยังมีความสามัคคีและเข็มแข็งที่จะยืดหยัดสามัคคีกันเพื่อสืบสานประเพณีท่องถิ่นของตนเองให้คงอยู่จนชั่วลูกชั่วหลาน อยากให้คนอื่นๆรู้ว่าเรายังมีความสามัคคีซึ้งเป็นเกราะกำบังอันตรายต่างๆ ความเข็มแข็งของชุมชนและกลุ่มคน และสิ่งศักสิทธิ์ที่ยึดถือ แผ่นดินอันมีคุณต่อเราเราจะไม่ทิ้งไหนแค่นั้นก็พอคับ

                                                ด้วยความนับถือ/บ่านเหลง


 ความคิดเห็นที่ 264

12 ธ.ค.2549  เวลา 06:23 น.
โดย.. บ่านเหลง 222.123.40.27  

ตี่ฮู้อ่องเอี่ย


 ความคิดเห็นที่ 265

13 ธ.ค.2549  เวลา 01:51 น.
โดย.. เด็กสระบุรี 61.47.0.132  
ขอขอบคุณบ่านเหล็งมากจากใจจริงนะครับ แล้วจะรบกวนหรือเปล่าถ้าจะให้โพสรูปอากงกิมเฉี้ยมาอีกนะครับ แบบทุกกริยาบท ขอขอบคุณมากเลยนะครับ

 ความคิดเห็นที่ 266

13 ธ.ค.2549  เวลา 19:05 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.80.227  

ธรรมเนียมการสร้างศาลเจ้า โดยประเพณีนิยมของชาวตรัง มักสร้างศาลเจ้าเป็นลักษณะปิด

ในรูปแบบศาลเจ้ากึ่งพระราชวัง ชาวตรังจึงมักเรียกศาลเจ้าว่าเก็งในนามท้าย

มักมีประตูเข้าออกที่มิดชิด และเป็นลานเปิดโล่งภายในบริเวณกลางอาคาร

เพื่อรับแสงอาทิตย์สาดส่องยามเช้า โดยมักหันด้านหน้าของศาลเจ้ามุ่งไปยังทิศตะวันออกหรือทิศเหนือ

มีคติการสร้างแท่นบูชาฟ้าดินภายนอกอาคารศาล ซึ่งตรงกับประตูศาล

บางศาลเจ้าอาจสร้างเป็นแท่นบูชาโล่ง แต่ส่วนใหญ่มักสร้างเป็นศาลาจีนมีแท่นบูชากราบไหว้โดยถาวร

 มีอักษรจีนกำกับว่าเป็นที่สถิตย์แห่งบิดรมารดาแห่งผืนดินและแผ่นฟ้า(เทียนเต่เป่โบ้)

อันหมายรวมถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ไม่ได้ประจำภายในศาล

ยังหมายถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สูงสุดนั่นคือ พระยกอ๋องส่งเต่ จึงมีผู้เรียกถี่กองเต๋งเป็นอีกนามหนึ่ง

(ในภาพ เป็นแท่นบูชาฟ้าดินของศาลเจ้ากิวอ๋องเอี่ย)

(มีอักษรกำกับว่าเป็นแท่นบูชาแห่งบิดรมารดาแห่งผืนดินและแผ่นฟ้า)

 


 ความคิดเห็นที่ 267

13 ธ.ค.2549  เวลา 20:07 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.79.234  

เนื่องจากแท่นบูชาดังกล่าว ในศาลเจ้าที่กำหนดเป็นมณฑลพิธีถือศีลกินผักนั้น

มักสร้างตรงกับตำแหน่งแห่งพิธีการขึ้นเสาเต็งโก 燈篙 จึงมีผู้เรียกว่า เต็งโกตั๋ว

อันหมายถึงแท่นบูชาแห่งเสาเต็งโก ซึ่งหมายถึงราวเสาลำไม้ไผ่ที่นำมาใช้เพื่อแขวนตะเกียง

ในบางสถานที่อาจเรียกว่ากัวเต็ง 竿燈 หรือตามสำเนียงท้องถิ่นปักษ์ใต้บางแห่งเรียกโกเต้ง

ซึ่งก็ไม่ต่างกันในความหมาย เพียงแต่เป็นความถนัดตามพื้นถิ่นของบรรพบุรุษ

ที่มาจากเมืองจีนต่างเมืองและแรกเริ่มที่ได้เรียกมาตามกัน

เช่นชาวปักษ์ใต้เดียวกัน อาจเรียกของบางสิ่งที่คล้ายกัน แต่ไม่เหมือนกัน

หากฟังแล้วก็จะรับรู้ได้โดยไม่ต้องแปลความหมาย

ซึ่งนอกจากเมืองตรังแล้ว เมืองกระบี่ก็เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่เรียกเสาเต็งโกในความหมายเดียวกัน

(ในภาพ เป็นแท่นบูชาฟ้าดินของศาลเจ้ากิวอ๋องไต่เต่ห้วยยอด สร้างขึ้นทดแทนกระท่อมมุงจาก)

(ยังปรากฏตับจากบนหลังคาให้ย้ำเตือนถึงความเรียบง่าย พร้อมคำอักษรว่าเป็นแท่นบูชาแห่งเสาเต็งโก)

 

 

 


 ความคิดเห็นที่ 268

13 ธ.ค.2549  เวลา 22:52 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.79.32  

(ในภาพ เป็นแท่นบูชาฟ้าดินของศาลเจ้าหมื่นราม ซึ่งเป็นแบบเปิดโล่งดังกล่าว)

(ขณะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้า พระไต่เซี่ยฮุดโจ้วกำลังประกอบพิธีกรรม)

 

 


 ความคิดเห็นที่ 269

13 ธ.ค.2549  เวลา 23:49 น.
โดย.. เด็กสระบุรี 61.47.0.132  
เรียนคุณ บ่านเหล็ง พอจะมีฮู้ของอากงกิมจาปะครับถ้ามีช่วยส่งมานะครับ ขอขอบคุณล่วงหน้านะครับ

 ความคิดเห็นที่ 270

14 ธ.ค.2549  เวลา 23:53 น.
โดย.. ลูกพระบาท 61.47.0.132  
เรียนท่านผู้รู้ทุกท่านครับ ท่านใดพอจะมีรูป องค์พ่อเห้งเจีย บ้างครับส่งรูป ให้ชมบ้างนะครับ

 ความคิดเห็นที่ 271

16 ธ.ค.2549  เวลา 11:41 น.
โดย.. จิ้ 222.123.100.159  

ขอบคุณ  คุณบ่านเหลงมากๆคับที่ทำให้ผมได้มีความรู้เกี่ยวกับ ประเพณีของชาวจีนใน 3 จังหวัดคับเพราะไม่เคยได้เห็นและได้รู้มาก่อนว่ามีพิธีกรรมของชาวจีน  และขอเป็นกำลังใจให้กับคุณ  บ่านเหลง มากๆคับ


 ความคิดเห็นที่ 272

17 ธ.ค.2549  เวลา 14:54 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.77.88  

ก้องเต็กจุนอ๋อง ท่านมีชื่อเดิมว่า โก๊ยตงฮก เกิดในสมัยราชวงศ์ถังเมื่อวัน 22 ค่ำ เดือน 2 จีน(บางตำนานอาจไม่ตรงกัน) ปีพุทธศักราช 1466 เป็นชาวเมืองจ๋วนจิว  ถิ่นกำเนิดที่หมู่บ้านซีซัว อำเภอหลำอัว เป็นลูกชาวนายากจน เมื่อต้องกำพร้าบิดาแต่เยาว์วัยตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ท่านและมารดาจึงได้ย้ายมายังหมู่บ้านกิมก๊ก อำเภออานโคย อาศัยอยู่กับครอบครัวตระกูลเอี๋ยว โดยทำหน้าที่เป็นผู้เลี้ยงวัว เลี้ยงแกะ ในวัยเยาว์ท่านเป็นเด็กที่ขยันขันแข็ง มีคุณธรรม เคารพบิดรมารดา มีความกตัญญู เมื่อท่านได้นำสัตว์เหล่านั้นขึ้นภูเขาไปเลี้ยงพร้อมกับเด็กคนอื่น ท่านก็เริ่มฉายแววความฉลาด มีลักษณะความเป็นผู้นำ ทำให้เด็กเหล่านั้นเชื่อฟังและทำตาม ในขณะนั้นท่านเริ่มมีญาณวิเศษสามารถทำบางสิ่งที่ปุถุชนทั่วไปไม่สามารถกระทำได้ ท่านและเพื่อนๆมักเล่นเป็นกษัตริย์และข้าราชบริพารตามประสาเด็ก

(ในภาพ พระก้องเต็กจุนอ๋อง)

 

 


 ความคิดเห็นที่ 273

17 ธ.ค.2549  เวลา 15:00 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.77.88  

จนเมื่อโตขึ้นทางบ้านได้เชิญซินแสท่านหนึ่งมาดูฮวงจุ้ยภายในบ้าน เมื่อซินแสท่านนั้นพบกับท่าน ก็มองออกถึงความมีวาสนา ท่านได้รับมอบหมายให้ปรณนิบัติซินแส ซึ่งทำได้เป็นอย่างดี ซินแสท่านจึงเอ็นดู ได้ชี้แนะตำแหน่งฮวงจุ้ยภายในบ้านที่ดีที่สุด ซึ่งเป็นตำแหน่งของบุญบารมีแห่งกษัตริย์ พร้อมแนะนำให้ท่านนำเถ้ากระดูกของบิดามาฝังไว้ ณ ตำแหน่งนี้ แล้วชีวิตท่านจะสมปรารถนาทุกประการ และเมื่อท่านจำต้องจากบ้านตระกูลเอี๋ยว เพราะต่อหัวเสือได้เข้ามาทำร้ายกัดต่อยแกะและวัวตายหมดคอก เจ้าของบ้านจึงไม่พอใจ ท่านและมารดาจึงจำต้องออกจากบ้านตระกูลเอี๋ยว

(ในภาพ พระก้องเต็กจุนอ๋อง)


 ความคิดเห็นที่ 274

17 ธ.ค.2549  เวลา 15:02 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.77.88  

ท่านจึงกลับไปหาซินแสท่านเดิม ซินแสได้ชี้แนะให้ท่านได้เดินทางต่อ และทิ้งปริศนาเงื่อนไข 4 ประการที่ทำให้ท่านได้สำเร็จธรรมเต๋า กำเนิดเซียน นั่นคือ ปริศนาวัวขี่คน ทองแดงครอบศรีษะ น้ำเปลี่ยนเป็นสีแดง และปลาหลีฮื้อดิ้นพราดๆอยู่บนยอดไม้ ท่านคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แล้วซินแสก็อำลาจากไป ระหว่างทางที่ท่านได้เดินทางพร้อมมารดา พลันคิดว่าจะไป ณ ที่แห่งใดนั้น ปรากฏฝนตกหนักมีซือกงท่านหนึ่งเดินตากฝนเอาฉาบตีที่ทำด้วยทองแดงกั้นครอบศรีษะ พลันเห็นเด็กหลบฝนใต้ท้องวัว พลันน้ำบ่าเป็นสีแดงคลั่ก และชาวบ้านตกปลาหลบใต้ต้นไม้ นำปลาที่ตกได้แขวนไว้บนต้นไม้ ปลาดิ้นพราดๆ คำปริศนาทั้ง 4 จึงถูกค้นพบ และชักนำให้ท่านมาพำนักที่ห่องหองซัว

(ในภาพ พระก้องเต็กจุนอ๋อง)


 ความคิดเห็นที่ 275

17 ธ.ค.2549  เวลา 15:05 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.77.88  

เมื่ออายุ 16 ปี ครั้งหนึ่งท่านได้ขึ้นไปเก็บกิ่งไม้แห้งนั่งบนตั่งยอดไม้ โดยเด็กเลี้ยงวัวเก็บไม้อยู่ข้างล่าง แต่แล้วท่านก็นิ่งไปเป็นที่ผิดสังเกตุ เมื่อมารดามาพบเข้าก็พลันตกตะลึง พบท่านตัวแข็งทื่อ อยู่ในลักษณะนั่งบนยอดไม้ หน้าแดงกล่ำ ดวงตาเบิกกว้าง ปากกว้าง ตั้งคอตรง  ขายกขัดสมาตรทั้ง 2 ข้าง มารดาจึงดึงขาท่านได้เพียง 1 ข้าง ขาอีกข้างยังอยู่ในลักษณะเดิม กล่าวว่าท่านละทิ้งสังขาร สำเร็จเต๋า ในลักษณะเช่นกิมซิ้นที่นิยมบูชา  ด้วยคอที่ตั้งตรงและดวงตาที่เบิกกว้าง เพราะต้องการมองเห็นได้ไกล เหตุการณ์นี้ล่ำลือไปทั่วทั้งหมู่บ้าน ต่อมามีผู้นับถือท่านมากขึ้นเรื่อยๆ ชาวบ้านจึงสร้างศาลให้ท่านอยู่  แรกเริ่มผู้คนมักแต่งกายให้ท่านอยู่ในชุดทหาร ชาวบ้านจึงเรียกศาลท่านว่า จงกุนสี่ ต่อมาจึงเรียกเป็นห่องซานสี่ เนื่องจากตั้งศาลอยู่บนเนินห่องซัว

(ในภาพ พระก้องเต็กจุนอ๋อง )

 


 ความคิดเห็นที่ 276

17 ธ.ค.2549  เวลา 15:09 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.77.88  

แรกเริ่มชาวบ้านเรียกท่านว่า โก๊ยเซ่งอ๋อง ต่อมามีผู้สร้างศาลให้ท่านที่หมู่บ้านกิมก๊ก อำเภออานโคย บ้านตระกูลเอี๋ยวเดิมที่ท่านเคยพำนักอาศัย ในตำแหน่งจุดฮวงจุ้ยที่ซินแสเคยชี้แนะ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับตำแหน่งหลุมฝังศพของบิดาท่าน เรียกว่าไท้อ๋องเหลง

(ในภาพ พระก้องเต็กจุนอ๋อง )


 ความคิดเห็นที่ 277

17 ธ.ค.2549  เวลา 15:14 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.77.88  

ต่อมาในภายหลังมีเรื่องตำนานกล่าวถึงการสร้างกิมซิ้นเซ่งโบ้ในตำแหน่งภรรยาของท่านในศาลเดียวกัน ซึ่งไม่ปรากฏว่าในช่วงที่ท่านมีชีวิตได้แต่งงานมีภรรยา กล่าวว่าเซ่งโบ้ท่านนี้ชื่อเดิมคือเอี๋ยวเชียนกิมเป็นลูกสาวของเต๋าซือท่านหนึ่ง ซึ่งนางได้ฝันเห็นชายหนุ่มรูปงามในความฝันอยู่บ่อยครั้งเป็นอาจิน จนล่วงรู้ถึงเต๋าซือซึ่งท่านก็ไม่สบายใจและไว้วางใจ จึงได้เร่งรัดให้ลูกสาวต้องแต่งงานกับบุตรชายตระกูลลี่ ระหว่างทางผ่านหน้าศาลพระโก๊ยเซ่งอ๋อง เจ้าสาวเกิดหายไปจากเกี้ยวและกลับกลายเป็นกิมซิ้นอยู่ข้างกายท่านนับจากบัดนั้น จากนั้นกล่าวว่าท่านมีบุตรชายรวมทั้งสิ้น 13 คน เรียกจับซาไท้จื้อ ซึ่งต่างได้รับมอบหมายให้ประจำดูแลแห่งหนตำบลสถานที่ต่างๆที่ไม่ซ้ำกัน

(ในภาพ โป้อันจับซาไท้จื้อ บุตรของพระโก๊ยเซ่งอ๋องทั้ง 13 ท่าน)

 


 ความคิดเห็นที่ 278

17 ธ.ค.2549  เวลา 15:18 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.77.88  

ในศาลท่านมักมีขุนพลข้างกาย เบื้องซ้ายคือ ตั๋นจงกุน ชื่อเดิมตั๋นหย้ง

ส่วนขุนพลเบื้องขวาคือ อึ๋งไท้อุย ชาวบ้านเรียกท่านว่า อั้วกอง

และยังมีขุนพลเบื้องหน้าอีก 2 ท่าน เรียกจ๋งเต็กจุนโห้ว และเอี้ยนอิ่วจุนโห้ว

(ในภาพ ขุนพลข้างกายเบื้องขวาของพระก้องเต็กจุนอ๋อง คืออึ๋งไท้อุย นามไท้ฮู)

 


 ความคิดเห็นที่ 279

17 ธ.ค.2549  เวลา 15:20 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.77.88  

จากกิตติศัพท์ร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน ผู้คนจึงมักบนบานท่านในเรื่องปกป้องบ้านเมืองให้อยู่ดีมีสุข หลีกเลี่ยงอัคคีภัย โรคภัยหายเจ็บ เนื่องจากมีความเขื่อว่าท่านเป็นผู้พิทักษ์พระราชวังของกษัตริย์ให้รอดพ้นจากอัคคีภัย พระเจ้าซ้องโกจอง(ซ่งกาวจง)จึงได้แต่งตั้งท่านเป็น อุยตินก้องเต็กโห้ว

(ในภาพ  ขุนพลข้างกายเบื้องซ้ายของพระก้องเต็กจุนอ๋อง คือตั๋นจงกุน ชื่อหย้ง นามก๊วดชือ)

 


 ความคิดเห็นที่ 280

17 ธ.ค.2549  เวลา 15:23 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.77.88  

จากนั้นท่านได้รับการแต่งเติมสมัญญานามอีกในหลายยุคสมัย

จนกระทั่งหลังสุดพระเจ้าเชงบกจอง(ชิงมู่จง)

สถาปนาท่านเป็น อุยตินตงเอ็งฮูหุ่ยอุยบู้เอ็งเหลียดโป้อันก้องเต็กจุนอ๋อง ตราบจนปัจจุบัน

(ในภาพ องครักษ์เบื้องหน้าจ๋งเต็กจุนโห้ว)

 

ขอสงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำข้อมูลในกระทู้นี้ไปเผยแพร่ต่อ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากเจ้าของข้อมูลแล้วเท่านั้น !!!


< หน้าก่อน   1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85 86 87 88 89 90 91 92 93 94 95 96 97 98 99 100 101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 121 122 123 124 125 126 127 128 129 130 131 132 133    หน้าถัดไป >


    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน 
sisli escort mecidiyekoy escort taksim escort umraniye escort istanbul escort besiktas escort bomonti escort istanbul escort maslak escort atakoy escort bakirkoy escort beylikduzu escort atasehir escort kadikoy escort bishkek escorts tuzla escort bagcilar escort beykoz escort turbanli escort kartal escort maltepe escort bebek escort levent escort pendik escort sisli escort istanbul escort isitme cihazi umraniye escort erotik shop sex shop erotik shop erotik shop erotik shop erotik shop erotik shop erotik shop erotik shop erotik shop