ขอสงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำข้อมูลในกระทู้นี้ไปเผยแพร่ต่อ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากเจ้าของข้อมูลแล้วเท่านั้น !!!

บทความ ประเพณีถือศีลกินผัก


< หน้าก่อน   1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85 86 87 88 89 90 91 92 93 94 95 96 97 98 99 100 101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 121 122 123 124 125 126 127 128 129 130 131 132 133    หน้าถัดไป >


กระทู้นี้เดิมเป็นกระทู้ประเพณีถือศีลกินผัก แต่เนื่องจากว่ามีการโพสข้อมูลที่มีเนื้อหาสาระเข้ามาเยอะมากๆ
เลยขอปรับกระทู้นี้ให้เป็นกระทู้ บทความที่เกี่ยวเนื่องกับประเพณีถือศีล กินผัก โดยเฉพาะ
ซึ่งทุกท่านสามารถส่งเข้ามายังกะทู้นี้ได้ ไม่เฉพาะต้องเขียนโดยผู้เขียนเท่านั้น มีเนื้อหาครอบคลุม
- ประเพณีถือศีลกินผักทั่วไป
- ประเพณีถือศีลกินผักที่เกี่ยวเนื่องกับเมืองตรัง
- ประวัติศาลเจ้าและพระที่นับถือ
- ประกาศงานบุญ

ในกะทู้นี้ต่อไปหากมีข้อมูลมากพอก็จะรวบรวมจัดแบ่งให้ชัดเจนยิ่งขึ้น กะทู้นี้ผู้เขียนขอให้คงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์จึงต้องระมัดระวังในการกล่าวคำอย่างยิ่ง ให้สัญลักษณ์เป็น ดอกเหมย เป็นปฐมบทของการปรับปรุงกะทู้ดั้งเดิม

โดย.. บุนเต้หลาง 124.157.209.249   


 

 ความคิดเห็นที่ 2341

19 ส.ค.2550  เวลา 17:44 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.80.63  

ท่านหลิ่มกอเหนียวกับญาตินำเรือออกเดินทางรอนแรมนับเวลาหลายเดือน

จนกระทั่งถึงเขตเมืองปัตตานี ได้ทอดสมอจอดเรือไว้ที่ริมฝั่ง

(ในภาพ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง)

 


 ความคิดเห็นที่ 2342

19 ส.ค.2550  เวลา 17:46 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.80.63  

ครั้นท่านหลิ่มกอเหนียวกับพวกได้เดินทางเข้าไปในเมือง สอบถามชาวบ้านได้ความว่า

หลิ่มเต้าเคียนยังมีชีวิตอยู่ ทั้งยังได้ดิบได้ดีเป็นใหญ่เป็นโตอยู่ที่นี่ ทุกคนต่างก็มีความปิติยินดียิ่ง

(ในภาพ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง)

 


 ความคิดเห็นที่ 2343

19 ส.ค.2550  เวลา 17:46 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.80.63  

ครั้นพบหน้าพี่ชายแล้ว ท่านหลิ่มกอเหนียวก็เล่าความประสงค์ที่ได้ติดตามมาพี่ชายในครั้งนี้ว่า

พี่ชายได้ทอดทิ้งมารดาและน้องสาว ออกจากบ้านมาอยู่แดนไกลเช่นนี้หาควรไม่

(ในภาพ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง)

 


 ความคิดเห็นที่ 2344

19 ส.ค.2550  เวลา 17:49 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.80.63  

แม้นพี่กลับไปอยู่บ้านเดิมก็ยังพอทำกินมีความสุขได้ อีกทั้งทุกคนจะได้อยู่พร้อมหน้า

อยู่ใกล้ชิดมารดาซึ่งแก่เฒ่าก่อนที่ท่านจะสิ้นบุญ แต่หลิ่มเต้าเคียนคิดตรึกตรองแล้วว่า

(ในภาพ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง)

 


 ความคิดเห็นที่ 2345

19 ส.ค.2550  เวลา 17:50 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.80.63  

ถ้าหากกลับไปในขณะนี้ก็เท่ากับหาความยุ่งยากลำบากใจให้กับตนเอง

เพราะทางราชการเมืองจีนยังไม่ประกาศอภัยโทษแก่ตน

ฐานะความเป็นอยู่ของตนทางนี้ก็มีความสมบูรณ์พูนสุข ไม่ต้องระหกระเหินพเนจรอีกต่อไป

(ในภาพ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง)

 


 ความคิดเห็นที่ 2346

19 ส.ค.2550  เวลา 17:51 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.80.63  

จึงกล่าวว่า ตัวเองนั้นใช่จะเป็นผู้คิดเนรคุณทอดทิ้งมารดาและน้องสาว

ด้วยเหตุที่ถูกทางราชการในเมืองจีนตีตรากล่าวโทษว่าเป็นโจรสลัดเป็นความอัปยศยิ่ง

จำต้องพลัดพรากหนีมาพึ่งพาอาศัยอยู่ที่นี่ จนไม่มีโอกาสกลับไปทดแทนคุณมารดาได้

(ในภาพ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง)

 


 ความคิดเห็นที่ 2347

19 ส.ค.2550  เวลา 17:51 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.80.63  

อีกทั้งตนเองอยู่ทางนี้ก็มีภารกิจมากมาย และได้อาสาท่านเจ้าเมืองปัตตานีก่อสร้างมัสยิด

จึงมิอาจรับคำเพื่อกลับบ้านเกิดพร้อมกับท่านหลิ่มกอเหนียวในขณะนี้ได้ ขอจงอภัยให้กับตนเอง

(ในภาพ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง)

 


 ความคิดเห็นที่ 2348

19 ส.ค.2550  เวลา 17:52 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.80.63  

หลิ่มเต้าเคียนจึงจัดหาสิ่งของมีค่าเป็นอันมาก เพื่อให้ท่านหลิ่มกอเหนียวนำกลับไป

ฝากมารดาและญาติพี่น้อง ท่านหลิ่มกอเหนียวจึงขออาศัยพักอยู่ที่เมืองปัตตานีเป็นการชั่วคราว

พลางคิดหาโอกาสอ้อนวอนพี่ชายให้กลับไปเมืองจีนให้ได้
(ในภาพ ป้ายนามศาลเล่งจูเกียง)

 


 ความคิดเห็นที่ 2349

19 ส.ค.2550  เวลา 17:58 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.80.63  

ภายหลังเจ้าเมืองปัตตานีได้ถึงแก่อนิจกรรมด้วยความชรา ไม่มีบุตรที่จะยกขึ้นครองเมือง

พวก ศรีตวัน กรมการจึงปรึกษาหารือกันเพื่อเลือกบุตรพระญาติวงศ์องค์ใดขึ้นเป็นเจ้าเมือง

(ในภาพ บรรยากาศภายในศาลเจ้าเล่งจูเกียง)

 


 ความคิดเห็นที่ 2350

19 ส.ค.2550  เวลา 17:59 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.80.63  

แต่ยังไม่ทันจะลงความเห็นเกิดกบฏแย่งชิงอำนาจรบพุ่งระหว่างพระญาติวงศ์ของเจ้าเมือง

พวกกบฏนั้นได้เตรียมการไว้แล้ว ต่างกับฝ่ายเจ้าเมืองที่ไม่ทันระวังมาก่อน

จึงมิอาจต่อต้านป้องกันได้ทันท่วงที

(ในภาพ บรรยากาศภายในศาลเจ้าเล่งจูเกียง)

 


 ความคิดเห็นที่ 2351

19 ส.ค.2550  เวลา 17:59 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.80.63  

หลิ่มเต้าเคียนกับเหล่าทหารผู้ภักดีได้ต่อสู้กับพวกกบฏเป็นสามารถ

ท่านหลิ่มกอเหนียวประสบเหตุการณ์เช่นนี้ ด้วยความเป็นห่วงพี่ชายจะได้รับอันตราย

จึงได้เสี่ยงชีวิตเข้าช่วยพี่ชายรบรุกกับพวกกบฏอย่างห้าวหาญ

(ในภาพ บรรยากาศภายในศาลเจ้าเล่งจูเกียง)

 


 ความคิดเห็นที่ 2352

19 ส.ค.2550  เวลา 18:00 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.80.63  

ข้างฝ่ายกบฏที่ซุ่มอยู่อีกทางหนึ่ง ครั้นเห็นท่านหลิ่มกอเหนียวรุกไล่มา

ก็กรูกันออกมาล้อมตีสกัดไว้ เมื่อถูกห้อมล้อม ท่านหลิ่มกอเหนียวก็ไม่คิดหวาดหวั่นหรือถอยหนี

นำพรรคพวกเข้าต่อสู้อยู่ท่ามกลางวงล้อม แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ

(ในภาพ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง แท่นบูชาพระหลิ่มกอเหนียว)

 


 ความคิดเห็นที่ 2353

19 ส.ค.2550  เวลา 18:03 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.80.63  

ในเวลาไม่นานนัก พรรคพวกของท่านก็ถูกฟันล้มตายบาดเจ็บไปหลายคน

ครั้นท่านหลิ่มกอเหนียวจวนสิ้นกำลังใกล้จะเสียทีแก่ฝ่ายกบฏ

(ในภาพ บรรยากาศภายในศาลเจ้าเล่งจูเกียง)

 


 ความคิดเห็นที่ 2354

19 ส.ค.2550  เวลา 18:04 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.80.63  

จึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่า ถึงตัวตายครั้งนี้ก็ขอให้ปรากฎชื่อไว้เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล

ท่านหลิ่มกอเหนียวจึงสละชีวิตด้วยการใช้ดาบกระทำอัตตวินิบาตกรรมเสียในขณะนั้น

 (ในภาพ พระเฉ่งจุ้ยจ๋อซือ ประธานศาลเจ้าเล่งจูเกียง)

 


 ความคิดเห็นที่ 2355

19 ส.ค.2550  เวลา 18:07 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.80.63  

แต่อีกตำนานหนึ่งกล่าวว่า ท่านหลิ่มกอเหนียวคิดน้อยใจพี่ชายที่ไม่ยอมตามตน

กลับไปหามารดาที่เมืองจีน จึงทำลายชีวิตของตัวเองด้วยการผูกคอที่ต้นมะม่วงหิมพานต์

หวังว่าเป็นวิธีสุดท้ายที่สามารถเปลี่ยนใจพี่ชายให้กลับบ้านไปหามารดาได้
(ในภาพ งานประจำปีสมโภชพระหลิ่มกอเหนียว พิธีแห่พระ)

 


 ความคิดเห็นที่ 2356

19 ส.ค.2550  เวลา 18:11 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.80.63  

ฝ่ายหลิ่มเต้าเคียนได้นำไพร่พลตีฝ่าวงล้อมของพวกกบฏจนแตกพ่ายถอยหนีไป

แต่เป็นที่น่าเศร้าน้องสาวจำต้องมาจากตนไปเสียก่อน หลิ่มเต้าเคียนกับพวกต่างเศร้าโศกอาลัย

จึงพร้อมกันจัดการปลงศพตามประเพณีอย่างสมเกียรติ ทำเป็นหลุมฝังศพปรากฏมาจนทุกวันนี้

ที่หมู่บ้าน กรือเซะ ตำบลตันหยงลูโละ อำเภอเมืองปัตตานี

(ในภาพ งานประจำปีสมโภชพระหลิ่มกอเหนียว พิธีแห่พระ)

 


 ความคิดเห็นที่ 2357

19 ส.ค.2550  เวลา 18:12 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.80.63  

ส่วนผู้ที่ติดตามมากับท่านหลิ่มกอเหนียวในครั้งนั้น ไม่มีใครคิดจะกลับไปเมืองจีนอีก

นายท้ายเรือของท่านหลิ่มกอเหนียวชื่อ จูก๋ง มีใจเด็ดเดี่ยว ได้ตั้งคำสัตย์ปฏิญาณไว้ว่า

ตราบใดที่หลิ่มเต้าเคียนไม่ยอมกลับไปเมืองจีน ตนก็จะขออยู่เฝ้าเรือจนกว่าชีวิตจะหาไม่

(ในภาพ งานประจำปีสมโภชพระหลิ่มกอเหนียว พิธีแห่พระ)

 


 ความคิดเห็นที่ 2358

19 ส.ค.2550  เวลา 18:12 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.80.63  

ภายหลังเรือจมลง จูก๋งก็ตายไปพร้อมกับเรือลำนั้นตามที่ได้ตั้งคำสัจจวาจาไว้

ปัจจุบันในศาลเจ้ายังมีแผ่นป้ายจารึกนามของจูก๋งไว้สักการบูชา

(ในภาพ งานประจำปีสมโภชพระหลิ่มกอเหนียว พิธีแห่พระ)

 


 ความคิดเห็นที่ 2359

19 ส.ค.2550  เวลา 18:14 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.80.63  

ตามตำนานกล่าวว่า เรือสำเภาที่ท่านหลิ่มกอเหนียวนำมามีอยู่เก้าลำ

เมื่อขาดการดูแล เรือจึงจมลงในท้องทะเลหมด เห็นเพียงแต่เสากระโดงเรือซึ่งทำด้วยต้นสนเก้าต้น

สถานที่นั้นจึงเรียกว่า รูสมิแล แปลว่า สนเก้าต้น

(ในภาพ งานประจำปีสมโภชพระหลิ่มกอเหนียว พิธีแห่พระ)

 


 ความคิดเห็นที่ 2360

19 ส.ค.2550  เวลา 18:20 น.
โดย.. บุนเต้หลาง 58.9.80.63  

บางตำนานก็กล่าวว่า สาเหตุที่มีชื่อเช่นนี้เพราะผู้ที่ติดตามมากับท่านหลิ่มกอเหนียวในครั้งนั้น

ต่อมาล้มป่วยตายไปเก้าคน จัดฝังศพไว้ที่นั่น โดยตัดต้นสนปักไว้ทำเป็นเครื่องหมาย
(ในภาพ งานประจำปีสมโภชพระหลิ่มกอเหนี่ยว พิธีแห่พระ)

 

ขอสงวนลิขสิทธิ์ ห้ามนำข้อมูลในกระทู้นี้ไปเผยแพร่ต่อ ยกเว้นได้รับการอนุญาตจากเจ้าของข้อมูลแล้วเท่านั้น !!!


< หน้าก่อน   1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 61 62 63 64 65 66 67 68 69 70 71 72 73 74 75 76 77 78 79 80 81 82 83 84 85 86 87 88 89 90 91 92 93 94 95 96 97 98 99 100 101 102 103 104 105 106 107 108 109 110 111 112 113 114 115 116 117 118 119 120 121 122 123 124 125 126 127 128 129 130 131 132 133    หน้าถัดไป >


    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน