"ทายาทรุ่นที่ 7 พระนางมะซูรีย์" พระนางเลือดขาว






"ทายาทรุ่นที่ 7 พระนางมะซูรีย์" พระนางเลือดขาว  


เช้าตรู่วันที่ 8 เดือน 8 พ.ศ. 2528 เด็กหญิงตัวน้อยๆ ลืมตาดูโลกที่โรงพยาบาลวชิระ ภูเก็ต น่าประหลาดที่ท้องฟ้าซึ่งกระจ่างใสอยู่ดีๆ กลับมืดครึ้ม ฝนเทกระหน่ำ ยิ่งไปกว่านั้น วันนั้นทั้งวันในโรงพยาบาลไม่มีเด็กคนไหนคลอดอีกเลย กว่าจะมีเสียงอุแว้ของทารกคนต่อไป ก็จวบจนเวลาเที่ยงคืนขึ้นวันใหม่ไปแล้ว.
นั่นคือต้นกำเนิดของเด็กสาว "เมย์" ศิรินทรา ยายี ทายาทรุ่นที่ 7 ของพระนางเลือดขาว "มะซูรีย์" เจ้าของตำนานเลือดสีขาวผู้ถูกตัดสินประหารชีวิตโดยไร้ความผิดและร่ายคำสาปให้เกาะลังกาวีตกอยู่ในความทุกข์เข็ญมานานถึง 7 ชั่วคน เมื่อลังกาวีค่อยๆฟื้นชีพจากเกาะอันแร้นแค้นกลายเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญของรัฐเกดะห์ ประเทศมาเลเซียแน่นอนว่าคนมาเลย์ต่างพากันกล่าวขานว่าเป็นเพราะการมาถึงของน้องเมย์นั่นเอง.
หากยังจำข่าวเกรียวกราวเมื่อหลายปีก่อนได้ หลายคนคงทราบว่า หลังจากศิรินทราและครอบครัวเข้ารับพิธีขอขมาลาโทษจากเกาะลังกาวี ตั้งแต่ครั้งที่เธออายุ 14 ปี และได้รับคำเชิญจากรัฐบาลให้ไปเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ ทั้งยังได้เข้าเฝ้าฯ สุลต่านรัฐเกดะห์แล้วนั้น ก็ดูเหมือนชีวิตของสาวน้อยธรรมดาๆ จะพลิกผันสู่ฐานะเจ้าหญิงในมาเลเซีย.
เมย์ได้รับทุนการศึกษาให้เล่าเรียนจนจบมหาวิทยาลัยอิสลามนานาชาติ กรุงกัวลาลัมเปอร์และยังมีคำชวนให้เมย์และครอบครัวไปปักหลักที่นั่น โดยจะมอบบ้านพร้อมที่ดินให้ ไหนจะมีงานสัมภาษณ์ตามสื่อ งานถ่ายแบบนิตยสารมาเลเซียเรียงรายเข้ามาให้เลือก
แต่ ณ ปัจจุบัน เมย์ ได้ลาออกจากการเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยดังกล่าว 2 ปีแล้ว หลังจากมีปัญหากับบริษัทหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ฉบับหนึ่งในมาเลเซียซึ่งให้เธอเซ็นสัญญามอบอำนาจในการดูแลผลประโยชน์ให้ โดยขณะนี้ เมย์ศึกษาคณะมนุษยศาสตร์เอกภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
จากคำบอกเล่าของคุณแม่ของน้องเมย์ สุนี ยายี ผู้ถือเป็นหนึ่งในเชื้อสายทายาทรุ่นที่ 6ของพระนางเลือดขาว รวมทั้งตัวน้องเมย์เอง พบว่า ขณะที่เมย์เรียนที่มหาวิทยาลัยนานาชาติอยู่นั้น มีอยู่ครั้งหนึ่ง เมย์กลับภูเก็ตเพื่อมาเยี่ยมครอบครัว และมาช่วยจังหวัดประชาสัมพันธ์งาน "ฮาลาล ฟู้ด" แต่บริษัทสื่อดังกล่าวเข้าใจว่า เมย์รับเงินค่าตัวโดยไม่แจ้งให้ทราบ จึงไม่ยอมให้ค่าใช้จ่ายในการเรียนรวมถึงค่าที่พัก ครอบครัวจึงต้องส่งเงินไปให้ และรับตัวน้องเมย์กลับมาเรียนเมืองไทยในเวลาต่อมา
ด้วยอาชีพขับรถให้นักท่องเที่ยวของคุณพ่อ สุวรรณ ยายี ก็ถือว่าช่วยให้ครอบครัวนี้พอมีกินมีใช้ รวมทั้งส่งเสียให้น้องเมย์เล่าเรียนได้ไม่เดือดร้อน เมย์จึงเลือกเรียน ม.รามคำแหง โดยเลิกพึ่งพิงทุนการศึกษาจากมาเลเซีย ถึงแม้จะมีจดหมายและการติดต่อเรียกร้องให้เธอกลับไปเรียนตามเดิมก็ตาม
"เราก็อยู่อย่างปกติธรรมดามาตั้งแต่ยังเด็กๆ ถึงเขาจะเสนอบ้าน เสนอที่ดินให้เราไปอยู่ แต่ก็ไม่รู้หรอกว่าจะให้จริงหรือไม่อย่างไร ตอนนั้นเราก็เสียใจเหมือนกัน ว่าทำไมเขาถึงทำอย่างนั้นกับเราเอาผลประโยชน์จากเราไปตั้งเยอะ พาไปถ่ายแบบ แต่ไม่ให้ค่าตัว คุณพ่อเลยมารับเมย์กลับบ้าน เมย์คงไม่เอาแล้ว อยู่เมืองไทยดีกว่า" เป็นคำบอกเล่าจากเมย์
ทายาทพระนางเลือดขาวรุ่นที่ 7 บอกด้วยว่า ที่ผ่านมาตำนานเรื่องพระนางมะซูรีย์บรรพบุรุษของเธอ เป็นที่เล่าสืบทอดกันในครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่นอยู่แล้ว และมาเลเซียก็มีความพยายามในการตามหาทายาทของพระนางมาโดยตลอด จนเมื่อสืบทราบและค้นพบหลักฐานว่าตระกูลของเธอคือทายาทตัวจริงเสียงจริง ทำให้ครอบครัวของเธอเป็นที่สนใจของคนมาเลย์โดยตลอด ก่อนหน้านี้ คุณน้าของเมย์ก็เคยโดนคนมาเลเซียชวนให้ไปเรียนที่โน่น แต่เมื่อไปจริงๆ ก็กลับโดนยึดพาสปอร์ต ทำให้เข้าประเทศมาเลย์ไม่ได้อยู่หลายปี
แม้เมื่ออยู่ในเมืองมาเลย์ เมย์จะเป็นคนดัง ได้รับความสนใจอยู่ตลอด ไปไหนมาไหนต้องมีคนมาขอถ่ายรูปด้วย แต่เมย์ก็ยืนยันว่า การได้อยู่เมืองไทยบ้านเกิดเมืองนอนนี่ล่ะ คือสิ่งที่ดีที่สุด
"จะว่าเสียดายก็เสียดาย แต่ก็ไม่เป็นไร การไปเรียนที่นั่น ช่วยสอนอะไรเราเยอะมาก สอนให้เราช่วยตัวเอง ไปไหนมาไหนคนเดียวได้ ถ้าหากจะไปเที่ยว เราก็ยังอยากไปอยู่เมย์ไปที่นั่นบ่อยมากๆ ตั้งแต่สุสานของพระนางมะซูรีย์ยังเล็กๆ อยู่ เดี๋ยวนี้เขามีการขยายใหญ่ขึ้น มีการตั้งโรงละครด้วย ที่กรุงกัวลาร์ลัมเปอร์เขาก็ดูเจริญกว่าบ้านเรา สนามบินไฮเทค ไปไหนมาไหนสะดวก มีรถไฟฟ้ารอบเมือง แต่อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าบ้านเรา คนไทยจริงใจ ไปอยู่ที่โน่นก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร แม่สอนเสมอว่าให้ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ทุกวันนี้ก็พอใจกับที่เป็นอยู่อยู่แล้ว" เมย์ กล่าว
ขณะที่คุณแม่ของเมย์ เสริมว่า เธอวางอนาคตแค่ว่าขอเพียงให้ลูกสาวเป็นคนดีก็พอ เพราะว่าเมื่อเป็นคนดีแล้ว จะไปอยู่ตรงไหนก็ได้ ทุกวันนี้ครอบครัวยายีก็ยังไปเที่ยวมาเลเซียอยู่เสมอ แต่ก็ไปอย่างเป็นส่วนตัว แม้ถ้าหากแจ้งทางลังกาวีไป จะมีการจัดโรงแรมที่พัก มีการ์ดมาคอยดูแลห้อมล้อมก็ตาม
"เราจะสอนลูกว่า อย่าไปฟุ้งเฟ้อ ไม่ต้องไปดูคนที่รวยล้นฟ้า ให้ดูคนที่เขาใกล้เคียงกับเราก็พอ แค่มีกินมีใช้ อย่าไปยึดติดกับอะไร เมื่อตายไป เราก็เอาไปได้แค่ผ้าขาวห่อศพเท่านั้น" เป็นคำทิ้งท้ายจากคุณแม่
อย่างไรก็ดี ในฐานะที่เป็นทายาทพระนางมะซูรีย์รุ่นที่ 7 เมย์ ยืนยันว่า เมื่อมีลูกมีหลาน ก็จะขอเล่าเรื่องพระนางเลือดขาวสืบต่อไป เพราะนี่คือเรื่องราวประจำตระกูลที่ถ่ายทอดมาแล้วถึง 7 ชั่วอายุคนนั่นเอง.



ตำนานพระนางเลือดขาว
เมื่อประมาณ 200 ปีก่อน "วันดารุส" โอรสของเจ้าเกาะลังกาวีพบรักกับสาวงามบุตรชาวนา "มะซูรีย์" จนเมื่อทั้งคู่มีทายาทเป็นเจ้าชายนาม "วันฮาเกม" วันดารุสต้องออกไปรบ ระหว่างนั้น ผู้ไม่หวังดีกล่าวหาว่าเจ้าหญิงมะซูรีย์คบชู้ นางโดนพิพากษาให้ประหารชีวิตโดยไม่มีการไตร่สวน ก่อนถูกปลิดชีพด้วยกริชประจำตระกูล นางตั้งสัตย์อธิษฐานว่า ถ้าหากนางบริสุทธิ์ เลือดที่ออกมาจงเป็นสีขาว และขอให้เกาะลังกาวีจงประสบหายนะ 7 ชั่วอายุคน  
เมื่อเจ้าชายวันดารุสกลับมาทราบเรื่อง จึงตัดสินใจสละบัลลังก์ อพยพมาอยู่เกาะภูเก็ต ประเทศไทย และเกาะแห่งนี้ก็ประสบความยากเข็ญ ปลูกพืชหาปลาไม่ได้นานถึงขนาดนั้นจริงๆ
จากคำบอกเล่าของ สุรีย์ ยายี นับจากรุ่น "วันดารุส" และ "วันมะซูรีย์" แล้ว ก็เป็นรุ่น "วันฮาเกม" สู่รุ่น "วันฮาเก" สู่รุ่น "วันฮูเซน" สู่รุ่น "วันฮาเฉน" สู่รุ่น "วันนาวาวี" โดย 6 ชั่วคนนี้ สืบทอดเชื้อสายเป็น 4 ตระกูล คือ "ยายี" "ดุมลักษณ์" "สังวาล" และ"แสงทอง" จวบจนมีหนังสือพิมพ์มาเลเซียพบว่า "ศิรินทรา ยายี" เป็นทายาทรุ่นที่ 7
และทุกวันนี้ ครอบครัวยายียังรักษากริชประจำตระกูลไว้ ขณะที่พิพิธภัณฑ์บริเวณสุสานของพระนางมะซูรีย์ อ้างว่า นำของประจำตระกูลรวมทั้งกริชเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์เช่นกัน.


เกาะลังกาวี หรือ ไทรบุรี เคยเป็นเกาะที่อยู่ในอาณาเขตประเทศสยามก่อนสงครามโลก ปัจจุบันอยู่ในรัฐเคดาห์ ของมาเลเซีย ซึ่งนับเป็นเกาะพี่เกาะน้องกับเกาะตะรุเตาของไทย เพราะอยู่ห่างกันเพียงประมาณ 8กิโลเมตรเท่านั้น
ลังกาวี หมายถึงนกอินทรีย์สีน้ำตาลแกมแดง ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของเกาะแห่งนี้ ที่นี่มีตำนานที่อยู่ในจิตใจของชาวลังกาวีทุกคน คือ ตำนานพระนางเลือดขาว หรือ พระนางมะซูรีย์



ภาพจินตนาการ พระนางมะซูรีย์
         ย้อนหลังไปประมาณ 200 ปีที่แล้ว มะซูรีย์ ได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นหญิงที่งดงามที่สุดในเกาะลังกาวี ทำให้เจ้าชายวันดารุส โอรสแห่งลังกาวีตกหลุมรัก ทั้งสองได้อภิเสกสมรสกันท่ามกลาง
การไม่เห็นด้วยของบุคคลบางกลุ่ม เพราะมองว่าต่างชนชั้นกัน แต่ด้วยแรงแห่งรักทำให้ทั้งสองได้ครองคู่กันจนเจ้าหญิงมะซูรีย์ให้กำเนิดเจ้าชายน้อยที่มีนามว่า ..วันกาเฮม ..
ต่อมาเจ้าชายวันดารุสต้องไปออกรบปกป้องบ้านเมือง จากการขยายอาณานิคมของสยาม ทำให้ต้องทิ้งเจ้าหญิง มะซูรีย์ และทารกน้อยวันกาเฮมไว้ลำพัง ทำให้เป็นโอกาสของกลุ่มผู้ไม่หวังดี
กล่าวหาว่าเจ้าหญิง มะซูรีย์ มีชู้กับนักดนตรีพลัดถิ่นผู้หนึ่ง และถูกจับตัวไปประหารชีวิต แต่ทว่าเมื่อเพชรฆาตลงกริชที่ใช้ประหาร โลหิตที่หลั่งไหลลงมากลับเป็นสีขาวซึ่งแสดงถึงความบริสุทธิ์
และก่อนสิ้นลมเจ้าหญิง มะซูรีย์ ได้อธิษฐานว่าหากนางเป็นผู้บริสุทธิ์ มันผู้ใดที่อยู่บนเกาะลังกาวีจงประสบทุกข์เข็ญนานตราบ 7ชั่วอายุคน อันเป็นที่มาของตำนานพระนางเลือดขาว ส่วนเจ้าชายวันดารุส หลังกลับจากทำศึก เมื่อรู้เรื่องนี้ก็เสียพระทัยมาก จึงตัดสินใจสละราชสมบัติ์ อพยพพร้อมบุตรชายไปสู่เกาะภูเก็ตของไทย
หลายปีก่อนหนังสือพิมพ์มาเลเซีย ออกตามหาและพบกับทายาทรุ่นที่ 7 ของพระนางมะซูรีย์ในจังหวัดภูเก็ต ถ้ายังจำกันได้ในตอนนนั้นมีการประโคมข่าวใหญ่โตทั้งในมาเลเซียและในไทย ว่าทายาทรุ่นที่ 7 ได้ถูกเชิญตัวไปร่วมพิธีแก้คำสาป



น้องเมย์เข้าพบอดีตนายกมาเลเซีย ดร.มหาธีร์ มูอัมหมัด


น้องเมย์บนหน้าปกนิตยสารมาเลเซีย

น้องเมย์ นางสาว ศิรินทรา ยายี ผู้ที่แก้ตำนานคำสาปแห่งเกาะลังกาวีตามความเชื่อของคนพื้นเมือง ได้คลี่คลายไปแล้วหลังการมาของเด็กหญิงศิรินทรา เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว และในช่วงเวลาไม่กี่ปีมานี้ รัฐบาลมาเลเซียได้ใช้งบประมาณมหาศาลในการฟื้นคืนชีพเกาะลังกาวี เพื่อให้เป็นคู่แข่งด้านการท่องเที่ยวของเกาะภูเก็ต ไข่มุกแห่งอันดามัน ทำให้เวลาเพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ลังกาวี เริ่มมีความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว ในความเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม แหล่งชอปปิ้งที่ถูกประกาศเป็นเขตปลอดภาษีทั้งเกาะ และอุทยานธรรมชาติทางทะเลที่ยังคงสวยงามอยู่ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาที่เกาะแห่งนี้ในปัจจุบัน เป็นสิ่งพิสูจน์ได้ดีว่าที่นี่ ไร้แล้วซึ่งอาถรรพ์แห่งตำนานใดๆ.
ปัจจุบัน นางสาว ศิรินทรา ยายี หรือ น้องเมย์ มีอายุ 21 ปี และกำลังศึกษาในระดับชั้นปีที่ 2
ของคณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยรามคำแหง หลังจากที่ก่อนหน้านี้เธอเคยได้ทุนของเอกชนในมาเลเซีย ให้ศึกษาในมหาวิทยาลัยอิสลามนานาชาติ มาเลเซีย อยู่ 2 ปี
แต่มีปัญหาเรื่องทุนที่เอกชนไม่ต่อทุนให้ตามสัญญา จึงต้องกลับมาเรียนต่อในไทย และตอนนี้ก็พักอาศัยอยู่ที่หอพักแห่งหนึ่ง แถวๆถนนรามคำแหงนี่เอง
เอามาให้อ่านกันนะคะ พอดีชอบอ่านเรื่องราวที่เป็นตำนานแบบนี้ค่ะ.

 

 


โดย.. MoOk 117.47.200.214   

 ความคิดเห็นที่ 1

4 พ.ย.2550  เวลา 16:15 น.
โดย.. บินหลาแจด 202.91.18.194  
ดีครับคุณ มุก...ผมชอบค้นคว้าประวัติศาสตร์ เหมือนกัน...อ่านมากๆ รู้เยอะๆ เป็นประสบการณ์ อย่างหนึ่ง ครับ...

 ความคิดเห็นที่ 2

4 พ.ย.2550  เวลา 17:01 น.
โดย.. คดท 203.149.16.42  
ขอบคุณนะ มุก..อ่านจบน่าสนใจดีครับ..ประวัติศาสตร์..

 ความคิดเห็นที่ 3

4 พ.ย.2550  เวลา 18:04 น.
โดย.. คนไร้ค่าที่ไ 203.113.71.196  
งดงามสมคำล่ำลือครับสำหรับทายาทรุ่นที่7 ของพระนางมะซูรีย์  ขอบคุณมากครับคุณ มุก

 ความคิดเห็นที่ 4

5 พ.ย.2550  เวลา 08:50 น.
โดย.. ที 58.137.17.12  
ชื่นชมกับคุณเมย์ด้วยครับ

ขอบใจไอ้มุก  

 ความคิดเห็นที่ 5

5 พ.ย.2550  เวลา 09:11 น.
โดย.. บอมคับ 61.7.164.30  
ดีครับ เอามาให้อ่านได้ความรู้ดี  

 ความคิดเห็นที่ 6

5 พ.ย.2550  เวลา 18:19 น.
โดย.. หลิม 58.9.131.58  
ขอบคุณที่เอาเรื่องดีๆมาให้อ่านครับสนใจเหมือนกันครับ

 ความคิดเห็นที่ 7

6 พ.ย.2550  เวลา 17:36 น.
โดย.. TiTaTu 199.40.206.3  
ขอบคุณที่เล่าสู่กันฟัง

 ความคิดเห็นที่ 8

6 พ.ย.2550  เวลา 18:53 น.
โดย.. อ๋อย 202.12.74.74  

น่าสนใจดีค่ะ ขอบคุณนะค่ะที่เล่าสู่กันฟัง 

 ความคิดเห็นที่ 9

8 พ.ย.2550  เวลา 15:39 น.
โดย.. ปุ๊กปิ๊ก 117.47.177.10  

คุณเมย์สวยคมดีนะคะ  

นามสกุล "ยายี" นี้เพื่อนเราด้วยนิหว่า ต้องถามๆ 


 ความคิดเห็นที่ 10

5 ธ.ค.2550  เวลา 21:35 น.
โดย.. .... 222.123.204.105  

ตอนนี้ทายาทรุ่ยที่เจ็ด(น้องเมย์)อายุเท่าไหร่เเล้วอยากรู้จัง


 ความคิดเห็นที่ 11

5 ธ.ค.2550  เวลา 21:36 น.
โดย.. ... 222.123.204.105  

พระนางมะซูรีย์สวย...ทายาทรุ่นที่7ของพระนางมะซูรีย์ก็สวยไม่แพ้กันเลย....สวยยกตระกูล

 


 ความคิดเห็นที่ 12

18 ม.ค.2551  เวลา 12:29 น.
โดย.. คนพัทลุง 125.27.50.131  
ผมอยากไปเที่ยวลังกาวีดูโบราณสถานและความงามของลังกาวีจัง

 ความคิดเห็นที่ 13

27 ก.ค.2551  เวลา 10:25 น.
โดย.. be 117.47.14.201  

สวยจริงๆแหละสนุกจัง



    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน