โรงพยาบาลตรัง


  1 2 3 4 5 6    หน้าถัดไป >


โรงพยาบาลตรังไม่ทราบปัจจุบันพัฒนาไปถึงใหนแล้ว ผมเคยไปใช้บริการ 1 ครั้งแล้วไปเคยไปอีกเลยครับโดนนางพยาบาลด่าและบริการไม่ดีเลย ผมไม่ประทับใจเลยเสียชื่อที่เป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัด อยากให้ผู้ใหญดูแลด้วยครับ

 


โดย.. ปอง 124.121.196.72   

 ความคิดเห็นที่ 1

25 มี.ค.2550  เวลา 23:19 น.
โดย.. บอมคับ 124.120.161.29  

เคยไปทำแผลครั้งนึง คิดว่าเป็นครั้งแรก และคงเป็นครั้งสุดท้ายครับ

เป็นแผลเลือดออกจะหมดตัว คุณพยาบาลเธอปล่อยให้รออยู่ชั่วโมงกว่า บริการได้ประทับใจสุดๆ

ถ้าใครใกล้ตาย แนะนำว่าอย่ามาทีนี่เลย รับรองได้ตายจิงๆ แน่  


 ความคิดเห็นที่ 2

26 มี.ค.2550  เวลา 09:01 น.
โดย.. inoom 202.44.14.194  

ผมเคยไปครั้งนึง

ตอนนั้นเข้าเรียน ปวช. ที่เทคนิคตรัง ต้องไปตรวจสุขภาพ

ไปตอน 9 โมงเสร็จบ่าย 4 นี่แค่ตรวจสุขภาพนะครับเนี๊ยะ

นั่นเป็นครั้งเดียวที่ผมไปโรงพยาบาลตรัง


 ความคิดเห็นที่ 3

26 มี.ค.2550  เวลา 21:33 น.
โดย.. booo 61.19.183.147  

ขอออกความเห็นนิดหนึ่งครับ  บนสิทธิพื้นฐานของประชาชนที่จะเข้าถึงระบบสาธารณสุข  ผมคิดว่าโรงพยาบาลตรังทำได้ดีในระดับหนึ่งแล้วการให้บริการกับคนหมู่มากต้องอาศัยเวลาและความอดทนสูง  อันนี้ก็ต้องเห็นใจ  พยาบาล  หมอ  คนเข็นเตียงหรือแม้แต่แม่บ้าน  เขาทำหน้าที่ของเขาภายใต้ความกดดัน  คุณลงนึกภาพดูหากคุณต้องทำงานในสภาวะแวดล้อมที่เต็มไปด้วยผู้ป่วย  ปนด้วยความทุกข์ของคนที่รายล้อมตัวคุณอยู่  ได้มองเห็นภาพที่ไม่สวยหวานเหมือนในทีวี  คุณจะทำจิตใจให้เบิกบานได้อย่างไร  ผมคนหนึ่งหละที่ไม่คิดว่าจะทำได้  แล้วคุณล่ะคิดว่าทำได้ไหมครับ


 ความคิดเห็นที่ 4

26 มี.ค.2550  เวลา 21:54 น.
โดย.. A 124.121.188.218  

ขอแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง ถ้าเกิดทำงานด้วยความไม่สบายใจหรือต้องทนภายใต้ความกดดันไม่ได้ ก็ลาออกไปมีคนที่เต็มใจทำอีกมา ไม่ต้องมาแก้ตัว ทีอืนๆก็ได้ทั้งนั้น


 ความคิดเห็นที่ 5

27 มี.ค.2550  เวลา 00:19 น.
โดย.. ปอ 203.146.63.187  

ขอแสดงความคิดเห็นหน่อยแล้วกันนะคะ เข้าใจว่าคนที่มารับบริการไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตามย่อมอยากจะพบกับความสะดวก สบาย แต่ถ้าคุณเคยรับบริการที่โรงพยาบาลตรัง แล้วลองมองไปรอบๆๆตัวผู้คนนับร้อยมาเพื่อรอตรวจ แล้วเคยทราบมั๊ยคะ ว่ามีหมอที่จะตรวจกี่คน มีพยาบาลกี่คน กับคนไข้ที่เห็น เคยทราบมั๊ยคะว่าเค้าต้องใช้ความอดทนแค่ไหน กับความต้องการคนแต่ละคนนับร้อยความต้องการ  เราเป็นคนนึงค่ะที่เข้าใจความรู้สึกตรงนี้ แล้วก็เห็นใจ ค่ะ


 ความคิดเห็นที่ 6

27 มี.ค.2550  เวลา 00:27 น.
โดย.. เจ้าแม่วัฒนธรรม 125.24.149.24  
ถ้าพวกคุณอยากให้บริการเร็วก็ไปเอกชนซิ

 ความคิดเห็นที่ 7

27 มี.ค.2550  เวลา 01:19 น.
โดย.. สมพล ... 203.188.0.169  

... ขอออกความเห็นตามความเป็นจริงครับ ... เมื่อวันที่ 4 กย. 2549 ผมได้รับอุบัติเหตุหัวไหล่เคลื่อนตอนเย็น ตอนแรกคิดว่าคงไม่เป็นไร ... แต่อาการมันบอกว่าต้องให้แพทย์ตรวจดีกว่านึกเอาเอง ... ใช้เวลารอเล็กน้อย แพทย์ตรวจอาการ และให้เคลื่อนไหว สรุปตอนแรกว่ากล้ามเนื้อหัวไหล่ขาดไปส่วนหนึ่ง ให้ยา และครีมนวดอีก 2 หลอด 7 วันมาตรวจอีกครั้ง ... ครบกำหนดไปตรวจอีกครั้ง คุณหมอบอกว่า ถ้าเป็นนักกีฬาทีมชาติ ก็น่าจะไปต่อกล้ามเนื้อหัวไหล่ .. แต่หมอเห็นว่าอายุมากแล้วคงไม่ต้องก็ได้เพราะไม่คุ้มกัน ผมเข้าใจในความคิดของคุณหมอ .......

... อีกเรื่องหนึ่ง ผมใช้ขวานที่ลับเองจนคม สับเอาปลายนิ้วกลางข้างขวา(ถนัดซ้าย) เพราะทำลิ่มจอบเพื่อถากหญ้า ... จัดการห้ามเลือดแล้วไปโรงพยาบาล ขณะนั้นตอนเกือบเที่ยง คุณพยาบาลจัดการให้ไปนอนรอในห้องทำแผล ศักครู่ก็มีผู้หญิงบาดเจ็บที่นิ้วก้อยข้างซ้าย เพราะโดนเคื่องขูดมะพร้าวบดเอา มาพร้อมกับเพื่อนอีกคน ... ก็ต้องมานอนรอเช่นเดียวกัน เพราะคุณหมอยังคงคร่ำเคร่งอยู่กับการทำแผลของคนป่วยข้างนอกหลายเตียง ... ราวสิบกว่านาทีเพื่อนของผู้หญิงคนนั้นก็กลับเข้ามา พร้อมกับโวยวายว่าทำอะไรอยู่ชักช้ามาก ...... ผมก็เลยพูดเปรยเบาๆไปว่า ผมรอมากว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว ก็ยังไม่ได้ทำเลย  คุณหมอเขากำลังทำแผลกับคนป่วยข้างนอกอีกหลายคน ว่างแล้วคุณหมอเขามาเองแหละ ... ถ้ารีบต้องไปที่คลีนิคโน่นหละ(ไปคลีนิคถ้าคนมากก็ต้องรอเหมือนกัน).. ..

... จากทั้งสองครั้งที่ไปโรงพยาบาลก็ได้รับความสะดวกพอสมควร การพูดจาปราศัยก็สุภาพเรียบร้อยดีทั้งคุณหมอและพยาบาล ให้ความเป็นกันเองกับผู้ป่วยทุกคน(เท่าที่เห็น) ... อาจจะเป็นเพราะไม่ทันใจเราหรือเปล่า เลยมองข้ามจุดนี้ไป

 


 ความคิดเห็นที่ 8

27 มี.ค.2550  เวลา 09:27 น.
โดย.. inoom 202.44.14.194  

ก็พอเข้าใจนะครับ

แต่แหมคุณ คห.6 คนในจังหวัดตรัง ไม่ได้รวยอย่างคุณทุกคนนี่ครับ

ผมไปครั้งล่าสุดเมื่อปี 42 วันที่ 26 พฤษภา ถ้าจำไม่ผิด ปัจจุบันดี บริการดีขึ้นมากมายแค่ไหน ผมไม่ทราบ แต่ความคิดผม ผมคิดว่าการเดิน flow ของโรงพยาบาลไม่ดีเอาเสียเลย อาจจะเป็นเพราะอุปกรณ์ไม่พร้อม

ตอนนั้นผมไป ทุกคนต้องนั่งรอวัดความดันที่หน้าห้องทะเบียน ทั้ง ๆ ที่มาทำแผล! .. ที่วัดความดันมีเครื่องเดียว.. มันก็เลยเป็นคอขวด

อย่างที่บอก ผมไปตรวจสุขภาพ ผมพบหมอรอบแรก 10 โมงกว่า ๆ (จำได้ไม่แม่นนัก นานแล้ว) หลังจากนั่งรอมาประมาณ 1 ชั่วโมง หมอถามว่ามาทำอะไร ผมบอกมาตรวจสุขภาพ แล้วก็ยื่นใบที่วิทยาลัยให้มา ก็คือต้องทำอะไรบ้าง หมอก็บอกว่าไปตรวจปัสสาวะ ตรวจหาหมู่โลหิต แล้วก็เอ็กเรย์ปอด แล้วค่อยกลับมาพบหมอใหม่.. จบแค่นี้.. ผมเสียเวลารอหมอเกือบ ๆ 2 ชั่วโมง เพื่อที่จะให้หมอบอกว่าทำทุกอย่างตามในใบที่ทางวิทยาลัยให้มา ผมคิดว่าขั้นตอนนี้ควรจะบอกได้ตั้งแต่พยาบาลที่วัดความดันและคัดกรองคนไข้แล้ว แล้วให้ไปทำทุกอย่างให้เสร็จ แล้วค่อยไปพบหมอทีเดียว

ผมทำทุกอย่างเสร็จบ่ายโมงกว่า ก็มานั่งรอหมออีก ชั่วโมงกว่า ๆ แล้วก็เข้าไปพบหมอ หมอสัมภาษณ์ 4 - 5 ประโยค แล้วก็ออกใบรับรองแพทย์ว่าสุขภาพแข็งแรง โดยไม่ดูฟิล์มเอ็กเรย์ด้วยซ้ำ เฮ้อ~

นี่คือเหตุการเมื่อปี 42 นะครับ ปัจจุบันบริการดีขึ้นยังไงไม่ทราบ ขอให้ผู้อ่านใช้วิจารณญาณใจการอ่านด้วยครับ แต่จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ผมก็ไม่ไปโรงพยาบาลตรังอีกเลย 


 ความคิดเห็นที่ 9

27 มี.ค.2550  เวลา 11:07 น.
โดย.. เจ้าชาย 203.150.23.129  

1. สิ่งหนึ่งที่รัฐควรทำ คือออกกฏหมายไม่ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ  มีสถานประกอบกิจการประเภทที่ตนปฏิบัติอยู่ 

2. สถานพยาบาลเป็นหน่วยงานที่รองรับผู้ป่วยและมีขนาดไม่พอกับความต้องการของประชาชน   การเสียสละและบริการด้วยใจเป็นสิ่งสำคัญ  หากไม่มีก็จะไปกันใหญ่

3. ควาแบ่งผู้ป่วยเป็น 3 ประเภท คือ 1.อุบัติเหตุ

                                                      2.ผู้ป่วยหนักต้องนอนรักษา

                                                      3.ผู้ป่วยทั่วไป  ตรวจโรคและอื่นๆ

ผู้ป่วยทั่วไปควรแยกที่ตรวจบริการไว้ต่างหาก  เมื่อตรวจเรียบร้อยแล้วก็ออกใบสั่งยาให้ไปซื้อยาร้านยาข้างนอกตามใบสั่ง  ตามร้านที่กระทรวงสาธารรสุขอนุญาต

                                                    


 ความคิดเห็นที่ 10

27 มี.ค.2550  เวลา 11:12 น.
โดย.. เจ้าชาย 203.150.23.129  

อยากให้เจ้าแม่วัฒนธรรมได้โปรดเข้าอกเข้าใจ เห็นใจผู้มีรายได้น้อยด้วยนะครับ  เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจาก  การรับบริการจากภาครัฐ  ที่จ่ายค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าของเอกชน

ด้วยความเคารพ


 ความคิดเห็นที่ 11

27 มี.ค.2550  เวลา 15:21 น.
โดย.. ปอ 203.146.63.183  

เราคิดว่าตามความคิดเห็นที่ 9 ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาหรอกค่ะ ถึงจะแบ่งประแภทผู้ป่วยแล้วก็ตาม แล้วจะมีใครซักกี่คนกันที่เข้าใจว่าอีกที่นึงเค้าอาการหนักกว่า หมอสมควรจะดูอาการเค้าก่อน แต่ละคนอยากจะให้ตัวเองได้ตรวจเร็ว จะได้รีบกลับบ้าน หรือไปทำอย่างอื่นต่อ แนวทางแก้ปัญหาที่คิดว่าน่าจะดีกว่า คือคนไม่ต้องมาแออัดกันแต่ที่โรงพยาบาลศูนย์ ++แต่ละอำ+เภอ ก็มีโรงพยาบาลชุมชนอยู่แล้ว แต่ความเชื่อของคนส่วนใหญ่ยังไงก็ต้องมาโรงพยาบาลตรัง ทำให้คนใข้มีมากแล้วพอต้องมารอนานก็เกิดความไม่พอใจ   ถ้าจะทำตามความคิดเห็นที่9 ตรงนั้นเราคิดว่าต้องมีบุคลากรที่เพียงพอ ทั้งหมอ พยาบาล


 ความคิดเห็นที่ 12

27 มี.ค.2550  เวลา 16:22 น.
โดย.. เจ้าชาย 203.150.23.129  

ครับ  ขอบคุณ  คุณปอมากครับ  ที่ได้แสดงทัศนะ  อันเป็นอีกมุมมองหนึ่ง

ผมเองก็ได้เสนอความคิดตามความคิดของผม   ที่แหวกแนวไปครับ

ผมเชื่อว่า  ถ้าได้แบ่งจริงๆและบวกกับ  การคิดวิธีการบริหารและจัดการที่ดีก็น่าจะทำได้  


 ความคิดเห็นที่ 13

27 มี.ค.2550  เวลา 22:45 น.
โดย.. ศ 124.121.191.114  

ข้อความที่ 6 ไม่ทราบใช้อะไรคิด หัวสมอง หรือหัวแม่เท้า คะ


 ความคิดเห็นที่ 14

28 มี.ค.2550  เวลา 17:49 น.
โดย.. ป 203.146.63.182  
คิดว่าไม่น่าจะเป็นนโยบายนะคะ แต่เป็นความจริงที่คนส่วนใหญ่น่าจะยังไม่เข้าใจตะหาก มีคนน้อยมากที่เข้าใจค่ะ เท่าที่เคยเห็น หมอพยาบาลทำงานหนักมาก แล้วจะให้มานั่งยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา เข้าใจว่าเป็นใครก็ทำได้ยากค่ะ น่าจะเข้าใจตรงส่วนนี้ด้วยค่ะ

 ความคิดเห็นที่ 15

28 มี.ค.2550  เวลา 21:21 น.
โดย.. หมูตุ๋น 203.113.71.201  
คิดว่าคนที่ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลตรังเข้ามาอ่านก็คงจะนำไปปรับปรุงพัฒนางานต่อไป แต่ทุกท่านต้องคิดถึงสิทธิและหน้าที่ที่พึงจะได้รับการบริการด้วย เพราะผู้ที่มาโรงพยาบาลคิดถึงแต่สิทธิของตัวเอง แต่ไม่รู้หน้าที่ของตนเอง อย่างเช่นในเขตโรงพยาบาลห้ามสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด แต่ก็ยังเห็นสูบกันอยู่โดยไม่เกรงใจผู้อื่นบ้าง การรับบริการก็เหมือนกันก็ต้องมีการจัดลำดับ ใครมาก่อนก็ได้รับการตรวจก่อน ยกเว้นกรณีที่ผู้ป่วยอยูในขั้นวิกฤติก็ต้องได้รับการรักษาดูแลก่อน ยิ่งในปัจจุบันเป็นการรักษาฟรี ในโรงพยาบาลจึงเต็มไปด้วยผู้ที่ต้องการรับบริการที่ดีแต่มีเจ้าหน้าที่ให้บริการน้อย  ซึ่งเป็น***ส่วนที่แตกต่างกันมากระหว่างผู้ป่วยกับแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการ 

 ความคิดเห็นที่ 16

28 มี.ค.2550  เวลา 23:09 น.
โดย.. A 124.121.189.134  

เข้าใจคะว่ามีคนมาบริการมาก แต่ช่วยกันแล้วกันนะทั้งคนมาบริการและคนให้บริการ รักกันไว้เถิด


 ความคิดเห็นที่ 17

29 มี.ค.2550  เวลา 14:12 น.
โดย.. เด็กใต้ 125.24.155.8  

ควรใช้สมองคิดหน่อยนะว่าการที่ผู้รับบริการมากแต่ผู้ให้บริการน้อยควรจะทำอย่างไร  ใครมีความคิดเห็นดีๆควรเสนอมานะ


 ความคิดเห็นที่ 18

29 มี.ค.2550  เวลา 14:18 น.
โดย.. เด็กใต้ 125.24.155.8  
การที่คนที่คิดว่าบริการของรัฐไม่ดีต้องนึกถึงภาระงานของผู้ที่ทำงานด้วยที่ต้องทุ่มเทเวลาในการดูแลผู้ป่วยแต่สุดท้ายได้รับคำด่ามาตลอด   อยากจะถามว่า   มันคุ้มค่ากันหรือเปล่า   หรือไม่ก็ให้ลูกหลานของคุณลองมาอยู่ที่จุดตรงนี้บ้างจะได้รู้ว่าคุณจะรู้สึกยังไง

 ความคิดเห็นที่ 19

29 มี.ค.2550  เวลา 14:34 น.
โดย.. inoom 202.44.8.100  

ใครที่เรียนปริญญาตรี เคยเรียนเรื่อง Shortest path ไม่ว่าจะเป็น Algorithm ใด ๆ ก็สามารถช่วยเสนอความคิด หรือกระบวนการทำให้การบริการนั้นเป็นไปได้รวดเร็วขึ้น..

แต่เราไม่มีข้อมูล ไม่รู้ว่า flow ต้องเดินอย่างไร มีขั้นตอนไหนก่อนหลัง ขั้นตอนใด ๆ สำคัญกว่า ขั้นตอนไหนต้องรับคนเยอะ ขั้นตอนไหนเสียเวลาเยอะ ถ้ารู้พวกนี้ก็พอจะออกแบบระบบการเดิน flow ให้ได้

มีบริษัทที่ให้คำปรีกษาเรื่องพวกนี้ครับ พวกผู้ใหญ่ในโรงพยาบาลน่าจะพอหาได้ เว้นแต่ว่าเขาจะไม่เห็นความสำคัญของมัน

ปัจจัยทั้งหมดก็อยู่ที่ งบประมาณ..


 ความคิดเห็นที่ 20

29 มี.ค.2550  เวลา 21:50 น.
โดย.. หมูหวาน 124.121.193.77  

คุณ ข้อความ 20 ok เลยครับ ผอโรงพยาบาลอยู่เฉยทำเป็นไม่รู้ร้อนไม่ได้แล้วนะ แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลย ขอเสนอให้ลาออกไปให้คนใหม่มาทำแทนดีกว่ากันนะ



  1 2 3 4 5 6    หน้าถัดไป >


    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน