มารยาทในการชมภาพยนต์


ได้ไปชมภาพยนต์ที่เป็นตำนาน ของคนไทย หลายๆคนเฝ้ารอชม เหมือนผม ตำนานสมเด็จพระนเรศวรได้ดูรอบ21.30น.  คุณภาพของ ภาพยนต์ ดีเยี่ยมตามคาด ชาวตรังเราถ้ามีโอกาสไปดู ควรไปชม เพราะว่าอุดหนุน หนังไทย  รู้ประวัติศาสตร์ คุ้มค่า     เเต่ว่า เสียอารมณ์ มากๆ

มารยาทการชมภาพยนต์ ดูหนัง
- คนใกล้คุยกันตลอด พากย์หนังให้เรียบร้อย เวลานักเเสดงใช้คำพูดโบราณ พากย์ให้เเฟนฟังด้วย เเล้วนั่งคุยกันหัวเราะกันตลอด หันไปดูก็ไม่เกรงใจ
-เเล้วโทรศัพท์  โทรเข้ามาเกือบ10 ครั้ง เสียอารมณ์มากๆ
   ทำให้อรรถรสของการชมภาพยนต์หายไป   เสียความรู้สึก  อย่างมาก อุตสาห์ซื้อบัตรใบละ100 เข้ามาจีบกัน เซ็งเป็ด จริงๆ

 


โดย.. เล็ก 118.173.132.240   


 

 ความคิดเห็นที่ 1

4 เม.ย.2554  เวลา 07:46 น.
โดย.. เล็ก 118.173.132.240  
« เมื่อ: 18 มกราคม 2009, 01:44:59 PM »

มารยาทในการชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์
(หมายเหตุ:บทความนี้เคยเขียนขึ้นเพื่อนําส่งอาจารย์ไปเมื่อตอนอยู่มหาวิทยาลัย ชั้นปีที่1  Smiley)



            สำหรับผู้ที่ไปดูหนังในโรงหนังบ่อยๆ เชื่อได้ว่าคงจะเจอะเจอกับผู้คนมากมายและพฤติกรรมที่หลากหลายของผู้คนในโรงหนัง ซึ่งก็มีทั้งดีและไม่ดี และในวันนี้เราจะมาพูดถึง มารยาทในการชมภาพยนตร์ ที่จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้ปฏิบัติตามได้ยากเลย แต่เพราะเหตุใดก็มิทราบ ที่ทุกวันยังคงมีคนที่ “ไม่มีมารยาท” ในการดูหนังในโรงภาพยนตร์อยู่ บางทีมันอาจเป็นเพราะพวกเขาเป็นคนที่ไม่รู้จักการอยู่ร่วมกับผู้อื่น หรือ เขาอาจจะไม่รู้จริงๆก็ได้ว่ามารยาทในการดูหนังนั้น มันมีอะไรบ้าง? ไม่เป็นไร งั้นพวกเราลองมาชวนพวกเขามาอ่านรายงานเล่มนี้ซะ จะได้รู้ว่ามารยาทในการชมภาพยนตร์มันมีอะไรบ้าง?





1. ไม่ควรนำลูกหรือเด็กที่อายุน้อยๆเข้ามาในโรงหนัง




            จริงๆอาจฟังดูใจร้าย ที่ห้ามไม่ให้เด็กเข้าในโรงหนัง...โอเค ถ้ามันเป็นหนังที่ทำมาสำหรับเด็ก ก็เข้ามาดูได้ แต่กับหนังบางประเภท จําพวกหนังไล่เชือด ยิงกันหูดับตับไหม้ และฟันดาบกันเลือดสาดกระจาย ซึ่งถ้าคุณมีจิตสำนึกที่ดี คุณก็คงจะไม่เอาเด็กมาดูหนังพวกนี้ใช่มั้ย? นั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ไม่ควรนำเด็กอายุน้อยๆมาดูหนังในโรงหนัง เหตุผลต่อๆมาคือ เด็กมักจะมีสมาธิที่สั้น จดจ่อกะสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ไม่นาน นั่นทำให้ถ้าคุณนำเด็กมาดูหนังในโรงหนัง เด็กคุณก็จะรบกวนผู้อื่นได้ คุณคงเคยเจอประเภทดูหนังซึ้งๆอยู่ ประมาณทั้งโรงกำลังเงียบ ซึ้งไปกับความรักของพระเอก-นางเอก แล้วจู่ๆก็มีเสียงของเด็กร้องโวยวายขึ้นมา...คิดดูแล้วกันว่าจะอารมณ์เสียแค่ไหน

           หนทางการแก้ไข : ควรหาพี่เลี้ยง หรือ ฝากให้ญาติคุณเลี้ยงซะก่อนที่คุณจะไปดูหนังในโรงภาพยนตร์ แต่ถ้าหาคนเลี้ยงไม่ได้ ก็ต้องอดใจรอให้หนังที่คุณอยากดู ออกมาเป็นแผ่น VCD หรือ DVD แทน





2. ไม่ควรนำขนมเข้าไปรับประทานในโรงหนังเยอะเกินไป




            คุณคงเจอเหตุการณ์ที่ว่า นั่งดูหนังด้วยอารมณ์กำลังตื่นเต้นลุ้นระทึกไปกับพระเอกในการตัดสายระเบิด แล้วเมื่อหนังขมวดปมให้คุณลุ้นจนตัวโก่งว่าพระเอกจะตัดสายระเบิดสายไฟ ดำ หรือ แดง! แล้วทันใดนั้น...แก๊ป!!! เสียงเคี้ยวขนมของคนข้างหลังดังขึ้นมาพอดีกับพระเอกตัดสายระเบิด...เฮ้อ...จริงๆก็ไม่มีใครว่านะ ที่จะเอาขนมเข้าไปกินในโรงหนัง แต่คุณต้องดูด้วยว่า ขนมที่คุณถือเข้ามาน่ะ มันเป็นขนมประเภทไหน? ถ้าเป็นประเภทขนมปัง ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นแบบมันฝรั่ง ก็ควรจะเคี้ยวด้วยความระมัดระวัง ไม่ควรเคี้ยวเสียงดังเกินไป และคุณก็ต้องดูปริมาณของขนมที่ถือมาด้วยมามันเยอะเกินไปหรือไม่(ถ้าอยากกินเยอะๆประมาณจัดโต๊ะจีน ก็ควรไปกินที่บ้านนะ)

           หนทางการแก้ไข : ซื้อเข้าไปในปริมาณพอดีๆ และควรเคี้ยวขนมที่เป็นประเภท “กร็อบๆ” ให้เบาๆ ด้วย





3. ควรปิดเครื่องมือสื่อสารระหว่างชมภาพยนตร์ในโรงหนัง




            ข้อนี้เป็นเรื่องที่ “ทุกท่าน” ย้ำ “ทุกท่าน” ที่ต้องเคยเจอพวกที่ไม่ปิดมือถือตอนดูหนังในโรงหนัง คิดดูแล้วกัน มันน่ารำคาญแค่ไหน ขณะที่ท่านกำลังเพลิดเพลินกับหนัง แล้วอยู่ดีๆก็มีเสียงมือถือดังขึ้นมา อารมณ์ก็ประมาณ พระเอกกำลังบอกลากับนางเอก
พระเอก : “นุ่น...ผมจะคิดถึงคุณตลอดไป”
นางเอก : “คุณคะ....”
เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ : “เอะอะ ก็ว่าร้ากกกกก เอะอะ ก็คิดถึงงงงงงง...ฮัลโหล ว่าไง...
คนดูบางคน : แ_งเอ๊ย!
          มันก็ประมาณนี้แหละ เฮ้อ...

            หนทางการแก้ไข : ควรปิดเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดก่อนที่จะเข้าไปชมภาพยนตร์ในโรงหนัง ไม่งั้นก็ปิดเสียงเรียกเข้าซะแล้วเปิดสั่นเอาแทน  แล้วถ้าจะคุยโทรศัพท์ก็ไปคุยข้างนอกโรง แล้วค่อยเข้ามาใหม่ คนอื่นเค้าจะดูหนังกัน(โว้ย)





4. ไม่ควรถอดรองเท้า ถ้ารู้ตัวว่าถุงเท้าตัวเองเหม็น




            ข้อนี้ก็สำคัญเช่นกัน บางคนต้องเสียเพื่อนกันมาแล้ว ก็เพราะเรื่องถุงเท้าเหม็นนี่แหละ คุณคงเคยเห็นบางคนเวลาเข้าโรงหนัง แล้วถอดรองเท้าออก ซึ่งถ้าถุงเท้าเค้าไม่เหม็น ก็ดีไป แต่ถ้าเหม็นขึ้นมา คงต้องบอกว่าคุณซวยแล้ว แล้วถ้าเค้านั่งกระดิกเท้าด้วย ก็จงคิดไว้เลยว่า คุณซวยสุดๆ...จริงๆ

            หนทางการแก้ไข : ถ้ารู้ว่าถุงเท้าตัวเองเหม็น(หรือไม่แน่ใจว่าเหม็นหรือเปล่า?) ก็ไม่ควร(จริงๆคือไม่เลยจะดีกว่า) ถอดรองเท้าออก เพราะมันอาจทำให้คนที่นั่งติดกับคุณต้องเบือนหน้าหนีก็เป็นได้





5. ไม่ควรเอาเท้าไปดันเบาะที่อยู่แถวหน้าของตน




            เวลาดูหนังในโรงหนังแล้วเจอพวกเอาเท้ามาดันเบาะของเรา มันเป็นสิ่งที่น่ารำคาญมากจริงๆ จะให้คุณคิดซะว่า มันเป็นเก้าอี้แบบ 3D คุณก็คงไม่เอา จริงๆไม่มีใครหาสาเหตุที่แท้จริงของการเอาเท้าดันเบาะที่อยู่ข้างหน้าของตนได้ แต่ก็มีการสันนิฐานไว้ว่า อาจเป็นเพราะเค้าขายาวเกินไปหน่อย หรือ เค้าอาจจะเป็นโรคจิตประเภทหนึ่ง หรือ บางทีอาจเป็นเพราะตกใจกับฉากผีโผล่จนร่างกายคุมไม่อยู่ ต้องสะดุ้งไปทั้งตัวรวมทั้งขาด้วย ทั้งหมดนี้เป็นการคาดเดาล้วน แต่ถ้าอยากรู้จริงๆว่าจะดันเบาะกันทำไม ? คงต้องไปถามคนที่ชอบดันเบาะล่ะกระมัง...

            หนทางการแก้ไข : ไม่ควร(จริงๆข้อนี้คือห้ามเลยจะดีกว่า เพราะเป็นการเสียมารยาทมาก) ดันเบาะที่อยู่แถวหน้าของตน และก็เป็นที่น่ายินดีเหลือเกินที่เดี๋ยวนี้โรงหนังในเมืองไทย มีช่องวางเท้าระหว่างแถวกว้างมากขึ้น ทำให้รอดพ้นจากพวกดันเบาะเสียที แต่บางทีพวกมันก็ยังพยายามดันเบาะให้ได้อีกเหมือนกัน(โรคจิตแน่ๆ)





6. คู่รักไม่ควรปฏิบัติตัวเหมือนกับอยู่บ้านในโรงหนัง




            ข้อนี้อาจฟังดูแล้วตลก แต่มันก็เป็นเรื่องจริง ที่คุณคงเคยเห็นคู่รักบางคู่ที่พากันจูงมือมาในโรงหนัง แต่เปล่าเลย พวกเขาไม่ได้มาดูหนังหรอก พวกเขาดูเหมือนว่าจะมาอาศัยโรงหนังเป็นที่นั่งคุยกระซิบกระซาบเป็นที่สนุกสนานของคนทั้งคู่ และที่เลวร้ายกว่านั้น ทั้งคู่อาจลามไปถึงใช้ปากประกบปาก และนั่งล้วง...(แน่นอนไม่ใช่ป็อปคอร์นกันแน่ๆ) ซึ่งนอกจากจะเป็นการดูไม่สุภาพและเหมาะสมแล้ว ยังอาจจะทำให้คุณเกิดความลำบากใจอีกต่างหาก(ไม่รู้ว่าจะดูหนังหรือดูคู่นั้นดี)

            หนทางการแก้ไข : หากคิดว่าอยากอยู่กับแฟนสองต่อสองก็ควรอยู่ที่บ้าน ไม่ควรมารบกวนคนอื่นในโรงหนัง ทั้งนี้ก็เพื่อความสุภาพและความเหมาะสมด้วย





7. ไม่ควรเข้าโรงสาย เพราะรบกวนผู้อื่นในโรงหนัง




            คำว่า “สาย” ในที่นี้หมายถึงช่วงเวลาที่ตัวหนังจริงๆเริ่มฉาย ซึ่งคุณก็คงเคยเจอพวกที่มาสาย ซึ่งก็ทยอยๆเดินกันเข้ามา แต่ระหว่างเดินนั้นตัวของของพวกนั้นก็จะบดบังบางส่วนของจอหนัง ทำให้คุณรู้สึกเซ็งเล็กน้อยถึงปานกลาง(อาจจะมาก เมื่อไปบังจอในตอนสำคัญของหนัง) ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมคนพวกนี้ถึงได้เข้าโรงสายกันนัก? อาจเป็นเพราะเพิ่งซื้อตั๋วมา(อันนี้ยังพอให้อภัยได้) หรืออาจเป็นเพราะรอเพื่อนอยู่(อันนี้ก็หยวนๆให้) หรืออาจจะเป็นเพราะมัวแต่ลืมว่าหนังฉายกี่โมง(อันนี้ไม่น่าให้อภัยจริงๆ)

            หนทางการแก้ไข : ควรเช็คเวลาให้แน่นอนระหว่างที่รอดูหนัง และหากมาซื้อตั๋วหนังฉายไปแล้ว 30 นาที ก็ควรซื้อตั๋วในรอบต่อไปเถอะ เพราะนอกจากคุณจะพลาดตอนต้นของหนังแล้ว(ซึ่งมันอาจสำคัญต่อตอนจบของหนัง) คุณยังอาจมาสาย มาบดบังจอให้คนดูคนอื่นแอบด่าคุณในใจอีก





8.  กลุ่มวัยรุ่นไม่ควรส่งเสียงเอะอะเสียงดัง




           วัยรุ่น เป็นวัยที่ต้องการเรียกร้องความสนใจจากผู้คนรอบข้าง ดังนั้น เมื่อเข้าโรงหนังแล้ว พฤติกรรมประจำตัวดังกล่าวก็แสดงออกมาด้วยเช่นกัน(เป็นบางคนเท่านั้นที่ควบคุมอาการนี้ไม่ได้จริงๆ) ยิ่งมากันเป็นกลุ่มๆด้วยแล้ว ยิ่งแล้วใหญ่ พวกนี้มักจะส่งเสียงดัง ราวกับว่าโรงหนังเป็นของพวกเค้าพวกเดียว และที่เสียอารมณ์เป็นอย่างยิ่งคือ ต่อให้หนังเรื่องนั้นเศร้าแค่ไหน พวกวัยรุ่นกลุ่มนี้ก็ยังส่งเสียงคิกคักๆได้ตลอดเวลา(มันได้ดูหนังกันจริงๆมั้ยเนี่ย?)

            หนทางแก้ไข : คงต้องแก้กันที่ “จิตสำนึก” แล้วล่ะ เป็นเรื่องยากที่จะสั่งให้วัยรุ่นเลิกพฤติกรรมแบบนี้(ถ้าไม่เชื่อก็ลองดูตัวเองสมัยเป็นวัยรุ่นสิ)





9. ไม่ควรนั่งผิดที่ในโรงหนัง




            การนั่งผิดที่ในโรงหนัง ก็อาจจะทำให้เกิดการทะเลาะกันอย่างรุนแรงก็เป็นได้ เนื่องจากการเข้าใจผิดกัน(ไม่ผิดที่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่ง) ต่างคนต่างก็ยืนยันว่าตนนั่งถูกที่แล้ว แต่ปรากฎว่าเมื่อตรวจตั๋วทั้งสองฝ่ายแล้ว อาจเกิดอาการหน้าแตกหมอไม่รับเย็บเลยก็เป็นได้ และถ้ายิ่งเข้าโรงผิดนี่ รับรองแตกละเอียดแน่นอน

            หนทางการแก้ไข : ควรตรวจดูเลขที่นั่งตั๋วของคุณให้แน่นอน และตรวจดูด้วยว่าเป็นโรงที่เท่าไหร่ เพราะเข้าโรงผิดอาจจะทำให้เสียเวลาได้(บางทีดูไปแล้วกว่าครึ่งชั่วโมงเพิ่งรู้ว่าเข้าผิดโรง)





10. ไม่ควรสงสัยอะไรมากมายในโรงหนัง




            ข้อนี้อาจฟังดูบ้า  แต่มันถือเป็นมารยาทที่สำคัญมากข้อหนึ่งในการชมภาพยนตร์ในโรงหนัง อย่างไรน่ะหรือ? ถ้าคุณนั่งดูหนังอยุ่ แล้วคนข้างๆดันถามโน่นถามนี่ตลอดเวลา เช่น
คนข้างๆ : “เฮ้ย เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นวะ?”
คุณ : (นึกในใจ:เมื่อกี้ไม่ได้ดูเหรอไงวะ!)
คนข้างๆ : “เฮ้ย มันตายแล้วเหรอวะ?”
คุณ : (นึกในใจ : แล้วเห็นมันฟื้นมั้ยล่ะ!)
คนข้างๆ : “แล้วใครฆ่ามันวะ?”
คุณ : (นึกในใจ : นี่กรูพาคนตาบอดมาดูหนังเหรอวะเนี่ย!)
       คงจะพอเห็นความสำคัญกันแล้วใช่มั้ย

            หนทางการแก้ไข : ควรเก็บข้อสงสัยทั้งหมดที่มีต่อหนัง(รวมทั้งเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตัวหนัง) เอาไว้ในใจ แล้วค่อยมาถามตอนหนังจบแล้ว แต่ถ้ามันอยากจะถามจริงๆล่ะก็ให้นึกถึงความเกรงใจเอาไว้ด้วยก็จะดี





11. ไม่ควรเล่าเรื่องของหนังเรื่องนั้นๆในโรงหนัง




            ข้อที่แล้วเป็นคนขี้ถาม แต่ข้อนี้เป็นคนขี้ตอบ พวกนี้มักเป็นนักเล่าเรื่องที่เก่งกาจ ไม่ว่าเพื่อนจะไม่เข้าใจหนังแค่ไหน...ไม่เป็นไร คนๆนี้จะทำให้เพื่อนหายสงสัยเองไม่ว่าเพื่อนจะเต็มใจฟังหรือไม่เต็มใจฟังเลยก็ตาม ซึ่งถ้าคนอื่นๆในโรงหนังดันมาได้ยินเข้า อาจจะเกิดอาการหัวเสีย จนเกิดเหตุการณ์ปะทะคารม ลามไปจนถึงปะทะหมัดกันได้ ไม่เชื่อลองดูตัวอย่าง
คนชอบเล่า : นี่!เดี๋ยวพระเอกนะเว้ย มันจะปีนตึกแล้วก็โดนผู้ร้ายยิงตายระหว่างปีนตึก กรูดูมาแล้ว เดี๋ยวดูดิ ใกล้แล้วๆ น่ะๆ มันปีนตึกแล้ว!
คนข้างๆ : แ_งเล่าหมดเลย แล้วกรูจะลุ้นอะไรวะเนี่ย!
       ถ้าคุณเจอพวกนี้ บอกได้เลยว่าคุณอยู่ในฝันร้ายสุดๆ

            หนทางการแก้ไข : การไม่เล่าตอนสําคัญๆของหนัง ถือเป็นมารยาทที่สำคัญมากที่สุดของเหล่านักดูหนัง เพราะคนอื่นเค้าก็ต้องการความสนุกและลุ้นกับเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นต่อไปในหนัง ต้องคิดแบบเอาใจเขามาใส่ใจเรา คิดดู ถ้าเราตั้งใจจะไปดูหนังเรื่องหนึ่ง แล้วดันไปเจอคนเล่าตอนจบให้ฟังซะหมดเปลือก คงจะแย่มิใช่น้อยเลย

« เมื่อ: 18 มกราคม 2009, 01:44:59 PM »

มารยาทในการชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์
(หมายเหตุ:บทความนี้เคยเขียนขึ้นเพื่อนําส่งอาจารย์ไปเมื่อตอนอยู่มหาวิทยาลัย ชั้นปีที่1  Smiley)



            สำหรับผู้ที่ไปดูหนังในโรงหนังบ่อยๆ เชื่อได้ว่าคงจะเจอะเจอกับผู้คนมากมายและพฤติกรรมที่หลากหลายของผู้คนในโรงหนัง ซึ่งก็มีทั้งดีและไม่ดี และในวันนี้เราจะมาพูดถึง มารยาทในการชมภาพยนตร์ ที่จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้ปฏิบัติตามได้ยากเลย แต่เพราะเหตุใดก็มิทราบ ที่ทุกวันยังคงมีคนที่ “ไม่มีมารยาท” ในการดูหนังในโรงภาพยนตร์อยู่ บางทีมันอาจเป็นเพราะพวกเขาเป็นคนที่ไม่รู้จักการอยู่ร่วมกับผู้อื่น หรือ เขาอาจจะไม่รู้จริงๆก็ได้ว่ามารยาทในการดูหนังนั้น มันมีอะไรบ้าง? ไม่เป็นไร งั้นพวกเราลองมาชวนพวกเขามาอ่านรายงานเล่มนี้ซะ จะได้รู้ว่ามารยาทในการชมภาพยนตร์มันมีอะไรบ้าง?





1. ไม่ควรนำลูกหรือเด็กที่อายุน้อยๆเข้ามาในโรงหนัง




            จริงๆอาจฟังดูใจร้าย ที่ห้ามไม่ให้เด็กเข้าในโรงหนัง...โอเค ถ้ามันเป็นหนังที่ทำมาสำหรับเด็ก ก็เข้ามาดูได้ แต่กับหนังบางประเภท จําพวกหนังไล่เชือด ยิงกันหูดับตับไหม้ และฟันดาบกันเลือดสาดกระจาย ซึ่งถ้าคุณมีจิตสำนึกที่ดี คุณก็คงจะไม่เอาเด็กมาดูหนังพวกนี้ใช่มั้ย? นั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ไม่ควรนำเด็กอายุน้อยๆมาดูหนังในโรงหนัง เหตุผลต่อๆมาคือ เด็กมักจะมีสมาธิที่สั้น จดจ่อกะสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ไม่นาน นั่นทำให้ถ้าคุณนำเด็กมาดูหนังในโรงหนัง เด็กคุณก็จะรบกวนผู้อื่นได้ คุณคงเคยเจอประเภทดูหนังซึ้งๆอยู่ ประมาณทั้งโรงกำลังเงียบ ซึ้งไปกับความรักของพระเอก-นางเอก แล้วจู่ๆก็มีเสียงของเด็กร้องโวยวายขึ้นมา...คิดดูแล้วกันว่าจะอารมณ์เสียแค่ไหน

           หนทางการแก้ไข : ควรหาพี่เลี้ยง หรือ ฝากให้ญาติคุณเลี้ยงซะก่อนที่คุณจะไปดูหนังในโรงภาพยนตร์ แต่ถ้าหาคนเลี้ยงไม่ได้ ก็ต้องอดใจรอให้หนังที่คุณอยากดู ออกมาเป็นแผ่น VCD หรือ DVD แทน





2. ไม่ควรนำขนมเข้าไปรับประทานในโรงหนังเยอะเกินไป




            คุณคงเจอเหตุการณ์ที่ว่า นั่งดูหนังด้วยอารมณ์กำลังตื่นเต้นลุ้นระทึกไปกับพระเอกในการตัดสายระเบิด แล้วเมื่อหนังขมวดปมให้คุณลุ้นจนตัวโก่งว่าพระเอกจะตัดสายระเบิดสายไฟ ดำ หรือ แดง! แล้วทันใดนั้น...แก๊ป!!! เสียงเคี้ยวขนมของคนข้างหลังดังขึ้นมาพอดีกับพระเอกตัดสายระเบิด...เฮ้อ...จริงๆก็ไม่มีใครว่านะ ที่จะเอาขนมเข้าไปกินในโรงหนัง แต่คุณต้องดูด้วยว่า ขนมที่คุณถือเข้ามาน่ะ มันเป็นขนมประเภทไหน? ถ้าเป็นประเภทขนมปัง ก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นแบบมันฝรั่ง ก็ควรจะเคี้ยวด้วยความระมัดระวัง ไม่ควรเคี้ยวเสียงดังเกินไป และคุณก็ต้องดูปริมาณของขนมที่ถือมาด้วยมามันเยอะเกินไปหรือไม่(ถ้าอยากกินเยอะๆประมาณจัดโต๊ะจีน ก็ควรไปกินที่บ้านนะ)

           หนทางการแก้ไข : ซื้อเข้าไปในปริมาณพอดีๆ และควรเคี้ยวขนมที่เป็นประเภท “กร็อบๆ” ให้เบาๆ ด้วย





3. ควรปิดเครื่องมือสื่อสารระหว่างชมภาพยนตร์ในโรงหนัง




            ข้อนี้เป็นเรื่องที่ “ทุกท่าน” ย้ำ “ทุกท่าน” ที่ต้องเคยเจอพวกที่ไม่ปิดมือถือตอนดูหนังในโรงหนัง คิดดูแล้วกัน มันน่ารำคาญแค่ไหน ขณะที่ท่านกำลังเพลิดเพลินกับหนัง แล้วอยู่ดีๆก็มีเสียงมือถือดังขึ้นมา อารมณ์ก็ประมาณ พระเอกกำลังบอกลากับนางเอก
พระเอก : “นุ่น...ผมจะคิดถึงคุณตลอดไป”
นางเอก : “คุณคะ....”
เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ : “เอะอะ ก็ว่าร้ากกกกก เอะอะ ก็คิดถึงงงงงงง...ฮัลโหล ว่าไง...
คนดูบางคน : แ_งเอ๊ย!
          มันก็ประมาณนี้แหละ เฮ้อ...

            หนทางการแก้ไข : ควรปิดเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดก่อนที่จะเข้าไปชมภาพยนตร์ในโรงหนัง ไม่งั้นก็ปิดเสียงเรียกเข้าซะแล้วเปิดสั่นเอาแทน  แล้วถ้าจะคุยโทรศัพท์ก็ไปคุยข้างนอกโรง แล้วค่อยเข้ามาใหม่ คนอื่นเค้าจะดูหนังกัน(โว้ย)





4. ไม่ควรถอดรองเท้า ถ้ารู้ตัวว่าถุงเท้าตัวเองเหม็น




            ข้อนี้ก็สำคัญเช่นกัน บางคนต้องเสียเพื่อนกันมาแล้ว ก็เพราะเรื่องถุงเท้าเหม็นนี่แหละ คุณคงเคยเห็นบางคนเวลาเข้าโรงหนัง แล้วถอดรองเท้าออก ซึ่งถ้าถุงเท้าเค้าไม่เหม็น ก็ดีไป แต่ถ้าเหม็นขึ้นมา คงต้องบอกว่าคุณซวยแล้ว แล้วถ้าเค้านั่งกระดิกเท้าด้วย ก็จงคิดไว้เลยว่า คุณซวยสุดๆ...จริงๆ

            หนทางการแก้ไข : ถ้ารู้ว่าถุงเท้าตัวเองเหม็น(หรือไม่แน่ใจว่าเหม็นหรือเปล่า?) ก็ไม่ควร(จริงๆคือไม่เลยจะดีกว่า) ถอดรองเท้าออก เพราะมันอาจทำให้คนที่นั่งติดกับคุณต้องเบือนหน้าหนีก็เป็นได้





5. ไม่ควรเอาเท้าไปดันเบาะที่อยู่แถวหน้าของตน




            เวลาดูหนังในโรงหนังแล้วเจอพวกเอาเท้ามาดันเบาะของเรา มันเป็นสิ่งที่น่ารำคาญมากจริงๆ จะให้คุณคิดซะว่า มันเป็นเก้าอี้แบบ 3D คุณก็คงไม่เอา จริงๆไม่มีใครหาสาเหตุที่แท้จริงของการเอาเท้าดันเบาะที่อยู่ข้างหน้าของตนได้ แต่ก็มีการสันนิฐานไว้ว่า อาจเป็นเพราะเค้าขายาวเกินไปหน่อย หรือ เค้าอาจจะเป็นโรคจิตประเภทหนึ่ง หรือ บางทีอาจเป็นเพราะตกใจกับฉากผีโผล่จนร่างกายคุมไม่อยู่ ต้องสะดุ้งไปทั้งตัวรวมทั้งขาด้วย ทั้งหมดนี้เป็นการคาดเดาล้วน แต่ถ้าอยากรู้จริงๆว่าจะดันเบาะกันทำไม ? คงต้องไปถามคนที่ชอบดันเบาะล่ะกระมัง...

            หนทางการแก้ไข : ไม่ควร(จริงๆข้อนี้คือห้ามเลยจะดีกว่า เพราะเป็นการเสียมารยาทมาก) ดันเบาะที่อยู่แถวหน้าของตน และก็เป็นที่น่ายินดีเหลือเกินที่เดี๋ยวนี้โรงหนังในเมืองไทย มีช่องวางเท้าระหว่างแถวกว้างมากขึ้น ทำให้รอดพ้นจากพวกดันเบาะเสียที แต่บางทีพวกมันก็ยังพยายามดันเบาะให้ได้อีกเหมือนกัน(โรคจิตแน่ๆ)





6. คู่รักไม่ควรปฏิบัติตัวเหมือนกับอยู่บ้านในโรงหนัง




            ข้อนี้อาจฟังดูแล้วตลก แต่มันก็เป็นเรื่องจริง ที่คุณคงเคยเห็นคู่รักบางคู่ที่พากันจูงมือมาในโรงหนัง แต่เปล่าเลย พวกเขาไม่ได้มาดูหนังหรอก พวกเขาดูเหมือนว่าจะมาอาศัยโรงหนังเป็นที่นั่งคุยกระซิบกระซาบเป็นที่สนุกสนานของคนทั้งคู่ และที่เลวร้ายกว่านั้น ทั้งคู่อาจลามไปถึงใช้ปากประกบปาก และนั่งล้วง...(แน่นอนไม่ใช่ป็อปคอร์นกันแน่ๆ) ซึ่งนอกจากจะเป็นการดูไม่สุภาพและเหมาะสมแล้ว ยังอาจจะทำให้คุณเกิดความลำบากใจอีกต่างหาก(ไม่รู้ว่าจะดูหนังหรือดูคู่นั้นดี)

            หนทางการแก้ไข : หากคิดว่าอยากอยู่กับแฟนสองต่อสองก็ควรอยู่ที่บ้าน ไม่ควรมารบกวนคนอื่นในโรงหนัง ทั้งนี้ก็เพื่อความสุภาพและความเหมาะสมด้วย





7. ไม่ควรเข้าโรงสาย เพราะรบกวนผู้อื่นในโรงหนัง




            คำว่า “สาย” ในที่นี้หมายถึงช่วงเวลาที่ตัวหนังจริงๆเริ่มฉาย ซึ่งคุณก็คงเคยเจอพวกที่มาสาย ซึ่งก็ทยอยๆเดินกันเข้ามา แต่ระหว่างเดินนั้นตัวของของพวกนั้นก็จะบดบังบางส่วนของจอหนัง ทำให้คุณรู้สึกเซ็งเล็กน้อยถึงปานกลาง(อาจจะมาก เมื่อไปบังจอในตอนสำคัญของหนัง) ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมคนพวกนี้ถึงได้เข้าโรงสายกันนัก? อาจเป็นเพราะเพิ่งซื้อตั๋วมา(อันนี้ยังพอให้อภัยได้) หรืออาจเป็นเพราะรอเพื่อนอยู่(อันนี้ก็หยวนๆให้) หรืออาจจะเป็นเพราะมัวแต่ลืมว่าหนังฉายกี่โมง(อันนี้ไม่น่าให้อภัยจริงๆ)

            หนทางการแก้ไข : ควรเช็คเวลาให้แน่นอนระหว่างที่รอดูหนัง และหากมาซื้อตั๋วหนังฉายไปแล้ว 30 นาที ก็ควรซื้อตั๋วในรอบต่อไปเถอะ เพราะนอกจากคุณจะพลาดตอนต้นของหนังแล้ว(ซึ่งมันอาจสำคัญต่อตอนจบของหนัง) คุณยังอาจมาสาย มาบดบังจอให้คนดูคนอื่นแอบด่าคุณในใจอีก





8.  กลุ่มวัยรุ่นไม่ควรส่งเสียงเอะอะเสียงดัง




           วัยรุ่น เป็นวัยที่ต้องการเรียกร้องความสนใจจากผู้คนรอบข้าง ดังนั้น เมื่อเข้าโรงหนังแล้ว พฤติกรรมประจำตัวดังกล่าวก็แสดงออกมาด้วยเช่นกัน(เป็นบางคนเท่านั้นที่ควบคุมอาการนี้ไม่ได้จริงๆ) ยิ่งมากันเป็นกลุ่มๆด้วยแล้ว ยิ่งแล้วใหญ่ พวกนี้มักจะส่งเสียงดัง ราวกับว่าโรงหนังเป็นของพวกเค้าพวกเดียว และที่เสียอารมณ์เป็นอย่างยิ่งคือ ต่อให้หนังเรื่องนั้นเศร้าแค่ไหน พวกวัยรุ่นกลุ่มนี้ก็ยังส่งเสียงคิกคักๆได้ตลอดเวลา(มันได้ดูหนังกันจริงๆมั้ยเนี่ย?)

            หนทางแก้ไข : คงต้องแก้กันที่ “จิตสำนึก” แล้วล่ะ เป็นเรื่องยากที่จะสั่งให้วัยรุ่นเลิกพฤติกรรมแบบนี้(ถ้าไม่เชื่อก็ลองดูตัวเองสมัยเป็นวัยรุ่นสิ)





9. ไม่ควรนั่งผิดที่ในโรงหนัง




            การนั่งผิดที่ในโรงหนัง ก็อาจจะทำให้เกิดการทะเลาะกันอย่างรุนแรงก็เป็นได้ เนื่องจากการเข้าใจผิดกัน(ไม่ผิดที่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่ง) ต่างคนต่างก็ยืนยันว่าตนนั่งถูกที่แล้ว แต่ปรากฎว่าเมื่อตรวจตั๋วทั้งสองฝ่ายแล้ว อาจเกิดอาการหน้าแตกหมอไม่รับเย็บเลยก็เป็นได้ และถ้ายิ่งเข้าโรงผิดนี่ รับรองแตกละเอียดแน่นอน

            หนทางการแก้ไข : ควรตรวจดูเลขที่นั่งตั๋วของคุณให้แน่นอน และตรวจดูด้วยว่าเป็นโรงที่เท่าไหร่ เพราะเข้าโรงผิดอาจจะทำให้เสียเวลาได้(บางทีดูไปแล้วกว่าครึ่งชั่วโมงเพิ่งรู้ว่าเข้าผิดโรง)





10. ไม่ควรสงสัยอะไรมากมายในโรงหนัง




            ข้อนี้อาจฟังดูบ้า  แต่มันถือเป็นมารยาทที่สำคัญมากข้อหนึ่งในการชมภาพยนตร์ในโรงหนัง อย่างไรน่ะหรือ? ถ้าคุณนั่งดูหนังอยุ่ แล้วคนข้างๆดันถามโน่นถามนี่ตลอดเวลา เช่น
คนข้างๆ : “เฮ้ย เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นวะ?”
คุณ : (นึกในใจ:เมื่อกี้ไม่ได้ดูเหรอไงวะ!)
คนข้างๆ : “เฮ้ย มันตายแล้วเหรอวะ?”
คุณ : (นึกในใจ : แล้วเห็นมันฟื้นมั้ยล่ะ!)
คนข้างๆ : “แล้วใครฆ่ามันวะ?”
คุณ : (นึกในใจ : นี่กรูพาคนตาบอดมาดูหนังเหรอวะเนี่ย!)
       คงจะพอเห็นความสำคัญกันแล้วใช่มั้ย

            หนทางการแก้ไข : ควรเก็บข้อสงสัยทั้งหมดที่มีต่อหนัง(รวมทั้งเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตัวหนัง) เอาไว้ในใจ แล้วค่อยมาถามตอนหนังจบแล้ว แต่ถ้ามันอยากจะถามจริงๆล่ะก็ให้นึกถึงความเกรงใจเอาไว้ด้วยก็จะดี





11. ไม่ควรเล่าเรื่องของหนังเรื่องนั้นๆในโรงหนัง




            ข้อที่แล้วเป็นคนขี้ถาม แต่ข้อนี้เป็นคนขี้ตอบ พวกนี้มักเป็นนักเล่าเรื่องที่เก่งกาจ ไม่ว่าเพื่อนจะไม่เข้าใจหนังแค่ไหน...ไม่เป็นไร คนๆนี้จะทำให้เพื่อนหายสงสัยเองไม่ว่าเพื่อนจะเต็มใจฟังหรือไม่เต็มใจฟังเลยก็ตาม ซึ่งถ้าคนอื่นๆในโรงหนังดันมาได้ยินเข้า อาจจะเกิดอาการหัวเสีย จนเกิดเหตุการณ์ปะทะคารม ลามไปจนถึงปะทะหมัดกันได้ ไม่เชื่อลองดูตัวอย่าง
คนชอบเล่า : นี่!เดี๋ยวพระเอกนะเว้ย มันจะปีนตึกแล้วก็โดนผู้ร้ายยิงตายระหว่างปีนตึก กรูดูมาแล้ว เดี๋ยวดูดิ ใกล้แล้วๆ น่ะๆ มันปีนตึกแล้ว!
คนข้างๆ : แ_งเล่าหมดเลย แล้วกรูจะลุ้นอะไรวะเนี่ย!
       ถ้าคุณเจอพวกนี้ บอกได้เลยว่าคุณอยู่ในฝันร้ายสุดๆ

            หนทางการแก้ไข : การไม่เล่าตอนสําคัญๆของหนัง ถือเป็นมารยาทที่สำคัญมากที่สุดของเหล่านักดูหนัง เพราะคนอื่นเค้าก็ต้องการความสนุกและลุ้นกับเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นต่อไปในหนัง ต้องคิดแบบเอาใจเขามาใส่ใจเรา คิดดู ถ้าเราตั้งใจจะไปดูหนังเรื่องหนึ่ง แล้วดันไปเจอคนเล่าตอนจบให้ฟังซะหมดเปลือก คงจะแย่มิใช่น้อยเลย

11. ไม่ควรเล่าเรื่องของหนังเรื่องนั้นๆในโรงหนัง
การไม่เล่าตอนสําคัญๆของหนัง ถือเป็นมารยาทที่สำคัญมากที่สุดของเหล่านักดูหนัง เพราะคนอื่นเค้าก็ต้องการความสนุกและลุ้นกับเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นต่อไปในหนัง ต้องคิดแบบเอาใจเขามาใส่ใจเรา คิดดู ถ้าเราตั้งใจจะไปดูหนังเรื่องหนึ่ง แล้วดันไปเจอคนเล่าตอนจบให้ฟังซะหมดเปลือก คงจะแย่มิใช่น้อยเลย
http://starpics.co.th/board/index.php?topic=478.0

 ความคิดเห็นที่ 2

5 เม.ย.2554  เวลา 13:38 น.
โดย.. นิน 118.173.141.217  
เจอเหมือนกันครับรอบ 4 ทุ่มครึ่ง ไปนั่งจีบกัน หัวเราะ เอะอะมาก เหนื่อยหัวใจ แต่ผมว่าคนที่พาลุกไปดูแล้วเกดลุกร้องมายังไม่เสียอารมณ์เท่าโต ๆ กันแล้วแต่จีบกันทั้งเรื่อง

 ความคิดเห็นที่ 3

5 เม.ย.2554  เวลา 14:37 น.
โดย.. อ๊อซซ่า 61.19.71.146  
เคยเจอหลายครั้งครับ ประมาณว่าพากิ๊กอีกคนมาดู มันเล่าตั้งแต่ต้นเรื่องยันจบ"เดี๋ยวตะเองคอยดูนะ ผีมันจะโผล่มาเว้ย เค้าง่ะโคตรตกใจเลย คอยดูๆ นั้นไงเห็นไหม ตกใจเปล่า" อินู้นก็ถามตลอดเรื่อง "แล้วต่อไปจะเป็นไงง่ะตะเอง" เหนื่อยใจ แต่มีบางกรณีน่าให้ อภัย คือ เชียร์ไปด้วย "เอ้ยๆๆ ผีมา ผีมา ข้างหลัง กุ บอกผีมาๆๆ" อันนี้ขำมากก พี่แกอินน่าดู

 ความคิดเห็นที่ 4

5 เม.ย.2554  เวลา 16:56 น.
โดย.. MT. 118.173.148.50  
ข้อนี้ก็สำคัญพอๆ กับข้อ 4 ด้านบนเลยค่ะ เรื่องกลิ่นปากหรือลมหายใจก็สำคัญมาก ไม่ว่าคนที่จะมากับคุณด้วย หรือคนอื่นๆ ที่นั่งข้างคุณ คือถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนมีกลิ่นปาก หรือลมหายใจมีกลิ่นไม่พึงประสงค์แล้วล่ะก็ ควรจะหาลูกอม หรือยาอมระงับกลิ่นปากอมไว้ เพราะประสบพบเจอเมื่อไม่นานมานี้เอง แทบจะเป็นลม หรือต้องกลั้นหายใจดูหนังกันเลยทีเดียว ไม่ไหวจริงๆ ค่ะ

 ความคิดเห็นที่ 5

7 เม.ย.2554  เวลา 17:50 น.
โดย.. ball 125.25.137.6  

เคยไปดูหนังเรื่องฮักนะสารคามมาที่SFโรบินสันตรัง บอกตรงๆว่ารับไม่ได้เลยไม่มีมารยาทในการชมภาพยนต์ คุยกันเสียงดังทั้งโรง เด่วเดินออกไปซื้อโน้นซื้อนี่ คุยโทรศัพท์กันบ้างแล้วที่น่ารำคานขนาดเสียงโทรศัพท์ก็ยังไม่ปิดอ่ะทำไมมันชั่งต่างจากกรุงเทพอะคับ มีโรงภาพยนต์ดีๆใช้ก็ควรมีมารยาทกันหน่อยหัดเกรงใจคนอื่นเขาบ้างเสียตังเข้าไปดูเหมือนกันนะคับ....



    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน