สิงคโปร์ 3 วัน (บิน) จองด่วน จากตรัง 16,500.-



สอบถาม / จองทัวร์  โทร. 075-222-140  โทร.085-384-0228 คุณนัท

กำหนดการเดินทาง : 25 – 27 ก.ค. 53 /30 ก.ค. – 1 ส.ค.53 / 13 – 15 ส.ค.53                                          

วันแรก          ตรัง  –  หาดใหญ่  -  สิงคโปร์ – Sim Lim Square – เมอร์ไลอ้อน -  Singapore Flyer  -  ถนนออชาร์ด      (B/ L / D)

04.00 น.         เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับคณะ v ที่จุดนัดพบ (เมืองตรัง) จากนั้นเดินทางสู่  สนามบินหาดใหญ่  (พักผ่อนบนรถ)

06.30 น.         ä บริการอาหารเช้า    ร้านอาหารสนามบินหาดใหญ่   (1)   จากนั้นเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกแก่ทุกท่านในการเช็คอิน  และโหลดกระเป๋า

08.05 น.         นำท่านเดินทางสู่ ประเทศสิงคโปร์   โดยสายการบินไทเกอร์แอร์เที่ยวบินที่  TR2133

10.40 น.       เดินทางถึง  สนามบินชางกี ประเทศสิงคโปร์ ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านเดินทางสู่ตัวเมือง ชมตัวเมืองที่ได้รับการพัฒนาและการสร้างเมืองให้เป็นที่สนใจของคนทั่วโลก ระหว่างทางผ่านชมทิวทัศน์อันสวยงามและความสะอาดสะอ้านของถนนหนทาง จากนั้นนำท่านชมย่าน Sim Lim Square นำท่านสักการะ เจ้าแม่กวนอิม ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของคนสิงคโปร์เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ทุกท่าน พร้อมชมวัดแขกศรีกฤษณะที่สวยงามและเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิของชาวสิงคโปร์ พร้อมเลือกซื้อผลไม้สดๆ มากมาย จากนั้น ผ่านชมอาคารบ้านเรือนของชาวจีน ที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ในย่าน ChinaTown

 

 

 

12.50 น.        ä บริการอาหารเที่ยง    ภัตตราคาร  (2)

บ่าย                 นำท่านผ่านชมเมืองชมสนามปาดังสนามขนาดใหญ่ซึ่งล้อมรอบด้วยทำเนียบรัฐบาล ศาลฎีกา และศาลาว่าการเมือง จากนั้นนำท่านชมถนน อลิซาเบธวอล์ค ซึ่งเป็นจุดชมวิวริมแม่น้ำสิงคโปร์ ท่านสามารถ ถ่ายรูปคู่กับเมอร์ไลอ้อน สัญลักษณ์ของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งมีอายุกว่า 30 ปี โดยรูปปั้นครึ่งสิงโต ครึ่งปลานี้หันหน้าออกทาง อ่าวมาริน่า ซึ่งมีทัศนียภาพที่สวยงามมากๆ The Merlion นี้ ถูกผสมผสาน ระหว่าง ความจริงและตำนาน ซึ่งมี หัวเป็นสิงโตและลำตัวเป็นปลา กำลังโต้คลื่น ส่วนหัวนั้นเป็นสัญลักษณ์ของตำนานการค้นพบ สิงหปุระหรือสิงคโปร์ในปัจจุบัน ตามตำนาน เล่าขานของชาวมาเลย์ส่วนลำตัวที่เป็นปลาแสดงถึงการเริ่มต้นของสิงคโปร์ ที่เต็มไปด้วยหมู่บ้านของชาวประมงในอดีตนั่นเอง ใกล้ๆกันท่านจะพบกับ โรงละครเอสพนาเนดที่มีลักษณะเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครภายนอกถูกออกแบบมาให้คล้ายกับเปลือกทุเรียนขนาดยักษ์มีความสวยงามทางสถาปัตยกรรมอย่างยิ่ง   สมควรแก่เวลานำท่านสัมผัสความอลังการของเครื่องเล่นแห่งใหม่ชิงช้าสวรรค์ยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย SINGAPOREFLYER  ( รวมค่าบัตร)   ชมทัศนียภาพอันงดงามแบบพาโนรามาวิว 360 องศาของสิงคโปร์ตั้งอยู่ที่อ่าว มาริน่า เบย์ (Marina Bay) จากความสูง165เมตรท่านจะได้ตื่นตาตื่นใจกับวิวทิวทัศน์อันสวยงามของประเทศสิงคโปร์ อาทิแม่น้ำสิงคโปร์ เมอรไลออน BUSINESSCENTER เกาะเซนโตซ่า อีกทั้งในวันที่อากาศแจ่มใส ท่านสามารถมองวิวทิวทัศน์ได้ไกลถึงประเทศอินโดนีเซีย  จากนั้น

                        ให้นำท่านอิสระช๊อปปิ้งบน ถนนออชาร์ด นำท่านช้อปปิ้งสินค้า ย่านการค้าถนนออร์ชาร์ดอันโด่งดัง

อิสระกับการเลือกซื้อสินค้านานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นห้าง Center Point ,Orchard Center , Lucky Plaza ,

CK Tung , OG ฯลฯ โดยเฉพาะสินค้าแบรนเนมชื่อดัง

ค่ำ                   ä บริการอาหาร    ภัตตราคาร  (3)   จากนั้นนำท่านเข้าสู่ที่พัก

ã เข้าพัก ณ  Santa Grand Hotel *Bugis*       หรือเทียบเท่า

 

วันที่สอง                สิงคโปร์ -  สวนนกจูล่ง– Casino Universal Studio  - น้ำพุดนตรี                                                ( B / L /  D)

07.00 น.                 ä บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟต์    ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก  (4)

08.00 น.         จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สวนนกJURONG BIRD PARKที่มีพื้นที่กว่า 20เอเคอร์เป็นสวนนกที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีนกมากกว่า 5,000ชนิด ตื่นตากับ Penguin Paradeที่นกเพนกวินมากมายอาศัยอยู่ และเล่นสนุกสนานในสิ่งแวดล้อมที่ เหมือนกับขั้วโลกใต้อีกทั้ง Southeast AsiaBird Aviary ชมฝูงนกฟลามิงโกสีชมพู ฝูงนกพีรีแกน นับร้อยเพลิดเพลินกับการแสดงของ เหยี่ยวและนกอินทรีย์ ที่ได้รับการฝึกฝนเป็นอย่างดีชมชีวิตความเป็นอยู่ของนกกลางคืน ซึ่งแฝงกายอยู่ในความมืด

เที่ยง                12.50 น.        ä บริการอาหารเที่ยง    ภัตตราคาร  (5)

บ่าย                         จากนั้นนำท่านเข้าสู่ คาสิโน CasinoResort world เพลิดเพลินกันการเยี่ยมชมคาสิโนแห่งแรกของประเทศสิงคโปร์ ให้ท่านได้สัมผัสกับความงดงามอลังการกับคาสิโนเปิดใหม่ พร้อมทั้งให้ท่านเพลิดเพลินกับร้านค้าแบรนด์เนมมากมายเยี่ยมชมโรงแรมหรูระดับ 6 ดาว CROCKFORDTOWER  เพียงก้าวเข้าสู่บันไดเลือน แชมเบอร์ ออฟ เทรดเชอร์ ก็จะได้พบความงดงามแบบดิจิตอลพาโนรามาจากประติมากรรมละลานตา

อิสระให้ท่านได้เพลิดเพลิน Universal Studio แห่งเกาะ Sentoza กับเครื่องเล่นทั้ง 7 โซน อาทิเช่น

1.              Zone Lost World ให้ท่านเพลิดเพลินกับการผจญภัยในโลก จูลาสิค พาร์ค และ water world,

2.              Zone Far Far Away สัมผัสโลกการ์ตูนวอลท์ ดิสนีย์ เหล่าการ์ตูนดังจากเทพนิยายอันโด่งดังทั่วโลก,

3.               Zone Madagascar เปิดมิติใหม่ แห่งโลกการ์ตูน สัมผัสตัวการ์ตูนผ่านบรรยากาศดินแดนมหัศจรรย์เกาะแอฟริกาใต้พร้อมกับ เหล่าตัวการ์ตูนดัง,

4.              Zone Hollywood ชมการแสดงอันตื่นตา ราวกับท่านได้สัมผัส บรรยากาศเหมือนจริง,

5.               Zone NewYork  ตื่นตาตื่นใจกับสเปเชี่ยลเอฟเฟคที่เหมือนจริงกับ พายุเฮอริเคนที่พัดกระหน่ำ นิวยอรค์ซิตี้,

6.               Zone Sci-fi city ตื่นตาตื่นใจกับ BATTLESTAR GALACTICT : รถไฟเหาะตีลังการางคู่ที่สูงที่สุดของโลก,

7.               Zone Ancient Egyptรีเวนจ์ออฟเดอะมัมมี่ร่วมตื่นเต้น กับการผจญภัยกองทัพมัมมี่ ท่ามกลางความมืดมิดนอกจากนี้ยังมีบรรดาเหล่าตัวการ์ตูนดังๆ ของค่ายยูนิเวอร์เซลสตูดิโอส์ให้ท่าน ได้ถ่ายรูปร่วมกับเหล่าตัวการ์ตูนเป็นที่ระลึก

ค่ำ                           ä  บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร(6)   จากนั้นนำท่านชมไฮไลท์ของ เกาะเซ็นโตซ่า น้ำพุเต้นระบำ ที่ใช้

                                ระบบสเปเชียลเอ๊ฟแฟ๊คแห่งเดียวในโลก  หลังจากการแสดงจบนำท่านเข้าสู่ที่พัก

ã เข้าพัก ณ  Santa Grand Hotel *Bugis*       หรือเทียบเท่า

 

วันที่สาม       สิงคโปร์ – หาดใหญ่ – ตรัง                                                                                                                                 (B / L/ ---)                                         

07.00 น.         ä บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟต์ในห้องอาหารของโรงแรม  (7)

08.00 น.         นำท่านเดินทางสู่สนามบินสิงคโปร์  (ชางกี)

11.05 น.        ออกเดินทางจากประเทศสิงคโปร์ โดยสายการบินไทเกอร์แอร์   เที่ยวบินที่ TR2132

11.30 น.        ถึงสนามหาดใหญ่   (นำท่านเดินทางสู่ตัวเมืองหาดใหญ่)

เที่ยง               ä บริการอาหารเที่ยง    ร้านอาหาร (8) 

บ่าย                 นำท่านเดินทางกลับสู่ จ.ตรัง

16.00 น.        ถึง จ.ตรัง  โดยสวัสดิภาพพร้อมทั้งรอยยิ้มและความประทับใจ

++++++สิ้นสุดรายการนำเที่ยว++++++

 

อัตราค่าบริการ

           

ผู้เดินทาง

เริ่มต้น และสิ้นสุดที่ จ.ตรัง

เริ่มต้นและสิ้นสุดที่

สนามบินหาดใหญ่

พักเดียว จ่ายเพิ่ม

ผู้ใหญ่

16,500.-

16,000.-

3,000.-

เด็กพักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน

14,500.-

13,900.-

3,000.-

 

 

อัตราค่าบริการนี้รวม      

-          ค่ารถตู้ D4D Commuter  หรือรถโค้ชปรับอากาศ 2 ชั้น 8 ล้อ  (ใช้รับ – ส่ง  (ตรัง – หาใหญ่ - ตรัง)

-          ค่าตั๋วเครื่องบิน + ภาษีน้ำมัน  (หาดใหญ่ – สิงคโปร์ – หาดใหญ่)

-           ค่าที่พัก  2 คืน ตามที่ระบุในรายการนำเที่ยว  (พักห้องละ 2 ท่าน)

-          ค่าเข้าชมสิงคโปร์ยูนิเวอร์แซล

-          ค่าขึ้น SINGAPOREFLYER

-          ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในรายการนำเที่ยว (8 มื้อ) + อาหารว่างตลอดการเดินทาง

-          ค่าธรรมเนียมการเข้าชม  สถานที่ต่างๆ  ตามที่ระบุในรายการ

-          ค่าประกันภัยในเดินทางวงเงินท่านละ 1,000,000 บาทรักษาพยาบาล 500,000 บาท

-          ค่าเจ้าหน้าที่มัคคุเทศก์คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง

-          ค่ายาเวชภัณฑ์ สามัญประจำบ้านเบื้องต้น

-          ค่าบริการจัดนำเที่ยวตามที่ระบุในรายการ

-          ฟรี  หมากซิลเวอร์เซาร์เทิร์นทัวร์ท่านละ 1 ใบ


โดย.. ทัวร์เก็นติ้ง 58.147.53.43   


 

 ความคิดเห็นที่ 1

3 ก.ค.2553  เวลา 08:47 น.
โดย.. ทัวร์เก็นติ้ง 58.147.53.43  

  เปิดบินแล้ว ภูเก็ต - หาดใหญ่บิน ชม.เดียว ถึง นั่งสบาย

ราคา 1800 บาทต่อเที่ยวเท่านั้น

 

บินจันทร์ พุธ ศุกร์ อาทิตย์

 

สอบถามเพิ่งเติมได้ที่ 075-222-139 / 075-222-140 จ้า

Hotline : 088-4411-026 / 086-660-1105 (คุณจิงจิง)

 

www.silversoutherntour.com

รับจัดทัวร์กรุ๊ปเหมา ท่องเที่ยว สัมมนา ศึกษาดูงาน ทั้งในและต่างประเทศ

มีโปรแกรมน่าสนใจอื่นๆอีกมากมาย

จะนำมาฝากเรื่อยๆจ้า


 ความคิดเห็นที่ 2

3 ก.ค.2553  เวลา 08:50 น.
โดย.. ทัวร์เก็นติ้ง 58.147.53.43  

 

ล่องเรือสตาร์ครูซ + ปีนัง  2  วัน 1 คืน .....

 

เดินทาง   :  10 – 11 / 24 – 25 ก.ค. 53    (หากประสงค์จะเดินทางในเดือน มิ.ย. เดินทางเฉพาะวันเสาร์ – อาทิตย์ )  

 

หรือกรุ๊ปส่วนตัว  8 ท่านขึ้นไปสามารถเดินทางได้ทุกวัน

 

วันแรก      หาดใหญ่ – ปีนัง  – ป้อมปืน – เรือ Star Cruises                                               (B/ L / D)

06.00 น.     เจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับคณะ v ที่จุดนัดพบ ในตัวเมือง จ.ตรัง/สตูล/นครศรีฯ/พัทลุง/กระบี่  โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ  ให้การต้อนรับ  พร้อมทั้งเช็คความพร้อมของหนังสือเดินทาง                  

08.00 น.    ถึง อ. หาดใหญ่   (บริการอาหารเช้าแบบปุฟเฟ่ต์    ห้องอาหารของโรงแรมไดมอลพลาซ่า) (1)

เปลี่ยนรถเป็นรถปรับอากาศ VIP  ของประเทศมาเลเซีย เพื่อที่จะเดินทางสู่ เกาะปีนัง ประเทศมาเลเซีย ผ่านด่านสะเดาของประเทศไทย  ทำการตรวจประทับตราหนังสือเดินทางและผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง พิธีการทางศุลกากรของมาเลเซียที่ด่านบูกิตคายูอีตั้ม ผ่านจังโหลน  จิตรา อลอสตาร์  สุไหงปัตตานี  บัตเตอร์เวิร์ธ  จากนั้นนำท่านสู่เกาะปีนัง  (เวลาประเทศมาเลเซีย เร็วกว่า ประเทศไทย 1 ชั่วโมง) 

12.00 น.     ถึง เกาะปีนัง เมืองที่ได้รับการขนานนามว่า “ ไข่มุกแห่งโลกตะวันออก ” นครที่รวบรวมความพิเศษที่ผสมผสานโลกตะวันตกและตะวันออกกันได้อย่างกลมกลืน ä บริการอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร  (2)

บ่าย            นำท่านชม ป้อมปืนปราการฟอร์ทคอนวาลิส  ซึ่งเป็นสถานที่ยกพลขึ้นบกคั้งแรกของ เซอร์ ฟรานซิลไลทร์  ในปี ค.ศ. 1786  ที่แห่งนี้เป็นป้อมปืน  เพื่อป้องกันเมือง ในสมัยอดีต ของเกาะปีนัง 

หมายเหตุ:  นำท่านไปซื้อขนม  และช็อกโกเลต    ร้านที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับของนักท่องเที่ยวโดยทั่วไปว่าเป็น ของแท้แน่นอน   จากนั้น เดินทางสู่ท่าเรือ  SWETTENHAM PIER CRUISE TERMINAL เพื่อนำท่าน ล่องเรือสตาร์ครูซ ซึ่งเป็นเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมชมบรรยากาศของทะเลปีนัง  และน่านน้ำสากลประเทศสิงคโปร์  หลังจากเรือออกจากฝั่ง เชิญทุกท่านสัมผัสกับความบันเทิงต่างๆ อาทิ ห้องคาราโอเกะ ,ห้องดูหนัง ,ห้องนวด ,ห้องตัดผม ,และห้องคาสิโนสำหรับท่านที่ชอบเสี่ยงโชค เชิญท่านตามอัธยาศัย

18.00 น.    äบริการอาหารค่ำ แบบปุฟเฟ่ร์ (3)  ณ ห้องอาหารบนเรือ Star Cruises  จากนั้นให้ท่านอิสระในการใช้บริการต่างๆ บนเรือเรือสตาร์ครูซ  (ไม่ร่วมในราคาทัวร์)  หรือจากเลือกพักผ่อนในมุมต่างๆ  บนเรือ

วันที่สอง   เรือ Star Cruises – วัดไทย – วัดพม่า – วัดเขาเต่า – ดิวตี้ฟรี - หาดใหญ่                 (B /  L  / -)                                        

07.00 น.     ä บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟต์ ณ ห้องอาหารบนเรือStar Cruises (4)

08.00 น.     นำท่านเดินทางสู่ วัดเขาเต่า นมัสการไหว้เจ้าแม่กวนอิมที่ “ วัดเขาเต่า “ ชมเจดีย์หมื่นพระ อันเป็นพุทธศิลป์ที่รวมความงามของสามประเทศเข้าไว้ด้วยกัน      อันได้แก่ ไทย จีน และพม่า และชมวัดไทยที่ใหญ่ที่สุดในปีนัง “ วัดไชยมังคลาราม ” ซึ่งมีพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ที่สุดในมาเลเซีย   ตรงข้ามกันให้ท่านได้ชม วัดพม่า ชมสถาปัตยกรรมอันวิจิตรตระการตา และแวะช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมือง อาทิ เช่น ขนมเปี๊ยะ บะกุ๊ดแต๋ โสมจีน และร้านช็อคโกแลต ที่มีชื่อเสียงในมาเลเซีย หลังจากนั้นนำท่านเดินทางกลับหาดใหญ่

12.00 น.     ä บริการอาหารกลางวัน    ร้านอาหาร  (5)   หลังอาหารเที่ยงนำท่านเดินทางกลับสู้ ประเทศไทย

............      ช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีที่ ดิวตี้ฟรีจังโหลน จากนั้นผ่านพิธีการตรวจประทับตราหนังสือเดินทางทั้ง       สองประเทศ

เย็น             เดินทางถึงหาดใหญ่  และนำท่านเดินทางกลับ จ.หวัดของท่าน โดยสวัสดิภาพ  พร้อมทั้งรอยยิ้มและความประทับใจ

                                    ( โปรแกรมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม )

+++++++++++++++++สิ้นสุดรายการนำเที่ยว++++++++++++++++++++

 

 

 

อัตราค่าบริการ  (ห้องพักที่ใช้คือ ห้องอินไซด์สเตทรูม) พักห้องละ 2 ท่าน

จ.ที่เริ่มต้น  และสิ้นสุด

ราคา/ท่าน

อ.หาดใหญ่

3,299.-

จ.ตรัง

3,790.-

จ.นครศรีธรรมราช

3,999.-

จ.สตูล

3,700.-

จ.พัทลุง

3,500.-

จ.กระบี่

4,990.-

หมายเหตุ:

                  กรณีต้องการพักแบบ  ห้องดีลักสเตทรูม  (มีหน้าต่าง)  เพิ่มท่านละ 900 บาท

                  กรณีต้องการพักแบบ  เอ็กเซ็กคูทีฟ สวีท / จูเนียร์สวีท  เพิ่มท่านละ 1,700 บาท

อัตราค่าบริการนี้รวม  

ü ค่ารถตู้/โค้ชปรับอากาศ (VIP)  นำเที่ยวตลอดการเดินทาง

ü ค่าเรือสตาร์ครูซ ชมบรรยากาศทะเลปีนัง สิงคโปร์

ü ค่าที่พักในเรือสตาร์ครูซ  1 คืน ตามที่ระบุในรายการนำเที่ยว  (พักห้องละ 2 ท่าน)

ü ค่าภาษีขึ้นเรือ

ü ค่าอาหาร 5 มื้อตามที่ระบุในรายการนำเที่ยว

ü ค่าขนม ขนมขบเคี้ยว บริการระหว่างการเดินทาง

ü ค่าธรรมเนียมการเข้าชม  สถานที่ต่างๆ  ตามที่ระบุในรายการ

ü ค่าประกันภัยในเดินทางวงเงินท่านละ 1,000,000 บาทรักษาพยาบาล 500,000 บาท

ü ค่าเจ้าหน้าที่มัคคุเทศก์คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง  (กรณีคณะเดินทาง 20 ท่านขึ้นไป)

ü แจกฟรี  หมวกซิลเวอร์เซาว์เทิร์นทัวร์

ü แจกฟรี  คู่มื้อการเดินทางโปรแกรมล่องเรือสตาร์ครูซ

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม

x         ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ นอกเหนือจากที่ระบุในรายการนำเที่ยว  อาทิ  ค่าโทรศัพท์  ค่าซักรีด  ค่าอาหารและเครื่องดื่มที่เรียกสั่งเอง  เป็นต้น

x         ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%  และค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %

x         ค่าหนังสือเดินทาง ( ต้องพาสปอร์ตเท่านั้น) และมีอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน

 

 


 ความคิดเห็นที่ 3

3 ก.ค.2553  เวลา 08:55 น.
โดย.. ทัวร์เก็นติ้ง 58.147.53.43  

โปรแกรม ย่างกุ้ง - หงศาวดี - พระธาตุอินเเขวน  4 วัน 3 คืน  เพียงท่านละ 15,900.-

   ( แถมพิเศษ:โชว์นาฏศิลป์เมียนม่าร์+กุ้งแม่น้ำย่าง+เป็ดปักกิ่ง+สลัดกุ้งมังกร )

กำหนดการเดินทาง :  1-4, 9-12, 22-25 ก.ค. / 30 ก.ค.-2 ส.ค. / 11-14,20-23 ส.ค. 2553

วันแรก                    กรุงเทพฯ -  ย่างกุ้ง                                                                                                                                                         (-/-/D)

17.00  น.              คณะทัวร์พร้อมกันที่ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ N 01-04  สายการบิน Myanmar Airways  เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกเอกสารการเดินทางแก่ท่าน

19.25 น.               ออกเดินทางสู่กรุงย่างกุ้ง สายการบิน Myanmar Airways เที่ยวบินที่  8M 332

20.10 น.             เดินทางถึง สนามบินมิงกาลาดง ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงย่างกุ้ง มาทางตะวันตกเฉียงเหนือ 19 กิโลเมตร หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางเข้าตัวเมืองย่างกุ้งท่านจะได้สัมผัสบรรยากาศยามค่ำาคืนของชาวย่างกุ้งยามตลอดสองข้างทางที่เดินทางเข้าตัวเมือง (เวลาท้องถิ่นที่เมียนมาร์ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง) 

ค่ำ                           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (1)

                          จากนั้นนำท่านสู่ที่พัก CHARTRUIM //PARKROYAL //KANDAWGYI HOTELหรือเทียบเท่า

วันที่สอง               หงสาวดี – เจดีย์ไจ๊ปุ่น - เจดีย์ชเวมอดอร์(พระธาตุมุเตา) -  วังบุเรงนอง - พระธาตุอินทร์แขวน                 (B/L/D)

06.00 น.               อรุณสวัสดิ์ยามเช้า

07.00 น.                รับประทานอาหารเช้า ณ  ห้องอาหารของโรงแรม (2)

หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองหงสาวดี หรือ พะโค (ด้วยรถโค้ชปรับอากาศ)อยุ่ห่างจากเมืองย่างกุ้ง 80 กิโลเมตร  ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของสหภาพพม่ามาก่อน ตั้งอยู่ใกล้เมืองเมาะตะมะ ทางตอนใต้ของประเทศพม่า ซึ่งอยู่ทางใต้ของ เมืองแปร เมืองคัง ยะไข่ อังวะ พุกาม นครหงสาวดีเป็นเมืองหลวงของเขตหงสาวดี ๆ เป็นเมืองของชาวมอญมาก่อนในอดีต ก่อนที่พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้จะยึดครองได้ ในปี พ.ศ. 2082 เมืองหงสาวดีเจริญรุ่งเรืองสุดขีดในรัชสมัยของพระเจ้าบุเรงนอง หงสาวดีหรือ พะโค มีตำนานเล่าว่า เมืองพะโคเดิมเป็นเกาะเล็ก ๆ ในอ่าวเมาะตะมะ เล็กเสียจนมีที่พอให้หงส์ร่อนลงมาพักได้เพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้น หงส์เพศเมียหรือนางหงส์จึงต้องอาศัยเกาะอยู่บนหลังคู่ของมัน เมื่อเดินทางถึงเมืองหงสาวดีจะสังเกตุเห็นหงส์สองตัวซึ่งอาศัยอยู่บนหลังของหงส์ตัวผู้ และเป็นสัญลักษณ์ของเมืองหงสาวดี จากนั้นนำท่านกราบนมัสการ เจดีย์ไจ้ปุ่น ซึ่งจะถึงก่อนเดินทางเข้าตัวเมืองหงสาวดี  พระเจ้าธรรมเจดีย์ทรงสร้างขึ้นในปี 1467 พระเจดีย์กก่อเป็นแกนทึบรูปทรงสี่เหลี่ยมอยู่ตรงกลาง มีพระพุทธรูปนั่งสูง 30 เมตรประดิษฐานอยู่สี่ทิศ แทนองค์สมเด็จพระสมณโคดม (หันพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ) กับพระอดีตพุทธเจ้าอีกสามองค์ อันได้แก่ พระโกนาคมน์ (หันพระพักตร์ไปทางทิศใต้) พระกกุสันธะ (หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก) พระกัสสปะ (หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันตก) ซึ่งพระพุทธรูปกัสสปะนั้นชำรุดผุพังมาก เนื่องจากเกิดแผ่นดินไหวในปี 1930  และได้บูรณะขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ.2019 มีตำนานว่า เจดีย์ไจ้ปุ่น สร้างโดยสี่สาวพี่น้องที่อุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาสร้างพระพุทธรูปแทนตนเอง และสาบานตนไม่ข้องแวะกับบุรุษเพศ  เชื่อกันว่าหากคนใดคนหนึ่งแต่งงาน พระพุทธรูปก็จะพังลงมา จากนั้นนำท่านนมัสการ เจดีย์ชเวมอดอร์ (พระธาตุมุเตา) โบราณสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในใจกลางเมืองหงสาวดี ซึ่งได้บูรณะขึ้นโดยพระเจ้าบุเรงนอง (พระเจ้าบะยิ่นเนาน์) เพื่อบรรจุพระทันตธาตุของพระพุทธเจ้า เพื่อเสริมบารมี อันถือว่าเป็นพระเจดีย์ที่สูงที่สุดในประเทศพม่า มีตำนานอยู่ว่า เมื่อนายวานิชพี่น้องนามว่ามหาศาลกับจุลศาล เดินทางกลับมาจากอินเดีย ทั้งสองได้อันเชิญพระเกศธาตุของพระพุทธองค์มาด้วยสองเส้น เมื่อกลับมาถึงบ้านเกิดจึงได้สร้างสถูปเล็ก ๆ ครอบพระเกศธาตุเอาไว้ ในศตวรรษที่ 16 พระเจ้าปะหยิ่นหน่าวโปรด ฯ ให้แกะเอามณีบนยอดพระมหามงกุฏไปทำฉัตรยอดถวายเป็นพุทธบูชา ต่อมา พระเจ้าโบ่ต่อพญาทรงสร้างฉัตรองค์ใหม่ถวายและเสริมยอดขึ้นไปสุงถึง 90 เมตร ในศตวรรษที่ 20 ได้เกิดภัยธรรมชาติแผ่นดินไหวถึงสามครั้ง ครั้งสุดท้ายในปี ค.ศ. 1930 เกิดความเสียหายอย่างมาก จนถึงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ทำการบูรณะขึ้นใหม่จากแรงกายและกำลังทรัพย์ของผู้มีจิตศรัทธาจนถึงปัจจุบันพระเจดีย์สูงถึง 114 เมตร ถ้าเดินรอบ ๆองค์เจดีย์ท่านจะได้เห็นซากเจดีย์องค์เดิมที่พังทะลายลงมาเมื่อเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ และฉัตรยอดเจดีย์  จากนั้นนำท่านชม พระราชวังบุเรงนอง หากพูดถึงกษัตริย์ที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งของเมืองหงสาวดีก็ไม่มีกษัตริย์พระองค์ใดโดดเด่นเท่า พระเจ้าบุเรงนอง หงสาวดีเจริญรุ่งเรืองสุดขีดในรัชสมัยของพระเจ้าบุเรงนอง โดยพระองค์ได้สร้างพระราชวังบุเรงนองขึ้นในปี พ.ศ. 2109 ชื่อ กัมโพชธานี เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางทางการปกครองและใช้ออกว่าราชการ ซึ่งนับเป็นพระราชวังใหญ่โตมีประตูทางเข้าออกถึง 10 ประตู สร้างโดยเกณฑ์ข้าทาสจากเมืองขึ้นต่าง ๆ โดยหนึ่งในนั้นมีเมืองเชียงใหม่และอยุธยารวมอยู่ด้วย จนถึงสมัยพระเจ้านันทบุเรงที่ เสด็จหนีพระนเรศวรไปเมืองตองอู และพวกยะไข่เผาทำลายหงสาวดีทรงทิ้งให้พระราชวังแห่งนี้รกร้างลงเป็นเวลาร่วม 3 ศตวรรษ ซึ่งพระราชวังเดิมนั้นเคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์และถูกจับเป็นตัวประกันในคราวนั้น  หลังจากนั้นไม่นาน เมืองอังวะก็กลายมาเป็นเมืองหลวงของประเทศพม่าโดยสมบูรณ์ก่อนที่พม่าทั้งประเทศจะเสียเอกราชให้ประเทศอังกฤษต่อมาในปี พ.ศ. 2533 ได้มีการค้นพบเสาและกำแพงเดิมที่ถูกฝังอยู่ใต้ดิน รัฐบาลพม่าจึงได้ทำการขุดค้นและสร้างพระราชวังบุเรงนองขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยว โดยถอดแบบจากของเดิม ซึ่งบางส่วนได้สร้างแล้วเสร็จไป แต่ยังคงมีอีกบางส่วนก็กำลังรอทุนในการก่อสร้าง

12.00 .                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารเมืองหงสาวดี (3)

บ่าย                         นำท่านออกเดินทางสู่ คิมปูนแค้มป์ (เชิงเขาไจ้เที่ยว) ระหว่างทางผ่าน สะพานแม่น้ำสะโตง  ในอดีตขณะที่ สมเด็จพระนเรศวรกำลังรวบรวมคนไทยกลับอโยธยา ได้ถูกทหารพม่าไล่ตาม พม่าตามมาทันที่ริมฝั่งแม่น้ำสะโตง ในขณะ ที่ฝ่ายไทยได้ข้ามแม่น้ำไปแล้ว พระองค์ได้คอยป้องกันมิให้ข้าศึกข้ามตามมาได้ ได้มีการปะทะกันที่ริมฝั่งแม่น้ำสะโตง  สมเด็จพระนเรศวรทรงใช้พระแสงปืนคาบชุดยาวเก้าคืบ ยิงแม่ทัพหน้าพม่าเสียชีวิตบนคอช้าง กองทัพของพม่าเห็นขวัญเสีย จึงถอยทัพ กลับกรุงหงสาวดี พระแสงปืนที่ใช้ยิงแม่ทัพพม่าตายบนคอช้างนี้ได้นามปรากฏต่อมาว่า "พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตง" นับเป็นพระแสง อัษฎาวุธ อันเป็นเครื่องราชูปโภค ยังปรากฏอยู่จนถึงทุกวันนี้   ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ถึง คิมปูนแค้มป์ หยุดพักเปลี่ยนรถ เป็นรถบรรทุกหกล้อ เพื่อขึ้นบนภูเขาไจ้เที่ยว (ใช้เวลาเดินทางจากบริเวณนี้ประมาณ 45 นาที) ท่านจะได้สัมผัสทัศนียภาพป่าเขาน้ำตกและลำธารอันสวยงามสองข้างทาง พร้อมสัมผัสอากาศเย็นซึ่งจะค่อย ๆ เย็นขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเรากำลังเดินทางสู่ที่สูง เดินทางจนเกือบถึงพระธาตุอินทร์แขวน หยุดเปลี่ยนรถจากรถบรรทุกเป็นเสลี่ยง จากจุดนี้นั่งเสลี่ยงขึ้นไปอีกประมาณ 45 นาที ผู้สูงอายุและผู้ไม่เคยเดินทางขึ้นภูเขาขอแนะนำให้ใช้บริการขึ้นเสลี่ยง ( ค่าเสลี่ยงราคาไปกลับประมาณ เงินไทยไม่เกินท่านละ 800 บาทไม่รวมค่าทิป) ( ลักษณะเสลี่ยงเป็นเก้าอี้ผ้าใบผูกกับไม้ไผ่ขนาดใหญ่ 2 ลำ หามด้วยคน 4 คน ข้างหน้า 2 ข้างหลัง 2 คน)

เดินทางถึง  โรงแรมที่พัก  kyaithiyo Hotel  นำท่านเช็คอิน จัดการเก็บสัมภาระเข้าที่พักให้เรียบร้อย 

หลังจากนั้น นำท่านขึ้น นมัสการ องค์พระธาตุอินทร์แขวน  พระธาตุอินทร์แขวนนี้นับเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพุทธศาสนิกชนชาวพม่า พระเจดีย์ไจ้ทีโย (พระธาตุอินทร์แขวน) อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,200 เมตร และเป็นที่มาและแรงบันดาลใจของกวีซีไรส์ ปี พุทธศักราช 2534 มาลา คำจันทร์ ที่แต่งวรรณกรรมเรื่อง “เจ้าจันทร์ผมหอม นิราศพระธาตุอินทร์แขวน ท่านจะได้สัมผัสกลิ่นอายพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง  และบรรยากาศธรรมชาติที่สดชื่นและบริสุทธิ์ทั่วบริเวณอันกว้างขวางของลานพระธาตุอินทร์แขวน ซึ่งให้ท่านได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติและนมัสการขอพรจากพระธาตุอินทร์แขวนอันศักดิ์สิทธิ์ 

สมควรแก่เวลา นำท่านกลับสู่ ห้องอาหารของโรงแรม เพื่อรับประทานอาหารค่ำ

ค่ำ                           รับประทานอาหาร  ค่ำ ณ โรงแรมที่พัก (4)

หลังอาหารเชิญท่านตามอัธยาศัย ท่านสามารถกลับขึ้นไปนั่งสมาธิหรือสวดมนต์ได้ตลอดคืน ถ้าจะสักการะกลางแจ้งเป็นเวลานานบริเวณระเบียงที่ยื่นสู่พระเจดีย์  ควรเตรียมเสื้อกันหนาว หรือกันลม หรือผ้าห่ม ผ้าพันคอ เบาะรองนั่งเพราะพื้นที่นั่งมีความเย็นมากเนื่องจาก ที่นี่ สภาพอากาศจะมีลมพัดค่อนข้างแรงเนื่องจากเป็นพื้นที่สูงและโล่งโปร่ง พระเจดีย์องค์นี้เปิดตลอดคืนแต่ประตูเหล็กที่เปิดสำหรับบุรุษเปิดถึงเวลา 22.00 . เท่านั้น      (กรุณาเตรียมกระเป๋าใบเล็กสำหรับค้างคืน 1 คืน บนพระธาตุอินทร์แขวน)

วันที่สาม               พระธาตุอินทร์แขวน พระนอนชเวตาเลียว พระพุทธไสยาสน์เจ้าทัตจี เจดีย์ชเวดากอง การเวกโชว์             (B/L/D)

05.00 น.            เชิญท่านนมัสการ  เจดีย์ไจ้ทีโยหรือพระธาตุอินทร์แขวน ท่านสามารถทำบุญตักบาตรพระสงฆ์หรือถวายข้าวพระพุทธ มีชุดจำหน่ายบริเวณวัด เมื่อถวายข้าวพระพุทธนิยมจุดเทียนตามกำลังวันหรือจำนวนอายุ ท่านจะพบกับบรรยากาศยามเช้าที่สดชื่น ทิวทัศน์งดงาม ความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนชาวพม่า สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนภูเขา ถ่ายภาพและชมทัศนียภาพรอบ ๆ พระธาตุ พิสูจน์ความมหัศจรรย์ว่าพระธาตุองค์นี้ตั้งอยู่ได้ อย่างไร โดยไม่ล้มหรือหล่นลงมา การที่ก้อนหินสีทองวางหมิ่นเหม่บนหน้าผามานานนับพันปี โดยเฉพาะเมื่อมองจากด้านล่างขึ้นไปก็ดูคล้ายกับลอยอยู่เหนือหน้าผา ราวกับพระอินทร์นำไปแขวนไว้กลางอากาศนับเป็นอัศจรรย์เจดีย์อย่างแท้จริง

07.00 น.                รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก (5) 

                                จากนั้นให้ท่านเก็บสัมภาระพร้อมออกเดินทางกลับสู่ กรุงย่างกุ้ง ตามเส้นทางเดิมและตลอดสองข้างทาง ท่านจะได้เห็นทิวทัศน์อันงดงามยามเช้า วิถีการดำรงชีวิตของชาวพม่า

12.00 .                รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารเมืองหงสาวดี (6)

บ่าย                         นำท่านนมัสการ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว   ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวพม่าทั่วประเทศ  เป็นพระนอนที่งามที่สุดในประเทศ องค์พระยาว 55 เมตร สูง 16 เมตร พระพุทธไสยาสน์แห่งพะโค (เมืองหงสาวดี) องค์นี้สร้างขึ้นใน ค.ศ. 994 ตามบัญชาของพระเจ้ามินกะดีป่า ก่อนหน้าที่พวกบะหม่า(พม่า) จะเข้ามามีอำนาจเหนือพวกมอญ แต่พระองค์ก็ถูกทิ้งให้ผุพังอยุ่เกือบ 500 ปี จนถึงรัชสมัยของพระเจ้าธรรมเจดีย์ทรงสั่งให้ข้าทาสทหารได้บูรณะขึ้นใหม่ เมื่อเข้าสู่ ศตวรรษที่ 18 พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียวจึงถูกทิ้งร้าง และได้ปล่อยให้ป่ารกชัฏขึ้นปกคลุมอีกครั้งจนกระทั่งปี 1881 ผู้รับเหมาสร้างทางรถไฟให้กับอังกฤษกลุ่มหนึ่งได้พบเข้าโดยบังเอิญแต่ก็คิดว่ามันเป็นแค่ กองอิฐกองหิน ต่อมาทางการจึงได้ถางป่าออกในปี 1906 แล้วใช้เหล็กปลูกโรงเรือนช่วยคุ้มแดดคุ้มฝนให้แต่ดูไม่ดีเท่าไหร่ ครั้นถึงปี 1948 จึงทำการบูรณะพระองค์ขึ้นใหม่อีกครั้ง มีการทาสีและปิดทองล่องชาดอย่างงดงาม ได้ทำการบูรณะเลยมาจนถึงปัจจุบัน ตรงทางขึ้นตลอดสองข้างให้ท่านช้อปปิ้งของฝากจากเมืองหงสาวดี อาทิ ผ้าพื้นบ้าน ไม้แกะสลัก เรือสำเภา ฯลฯ จากนั้นนำท่านเดินทางต่อมุ่งหน้าสู่เมืองย่างกุ้ง นำท่านสักการะ พระพุทธไสยาสน์เจ้าทัตจี หรือ พระตาหวาน  ซึ่งเป็นพระที่มีความสวยงามอีกองค์หนึ่งของพม่า มีความยาวถึง 70 เมตร แต่เก่าแก่เพียงไม่กี่สิบปีและมีขนาดใหญ่กว่า พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว มีขนตาที่งดงามและดวงตาที่สง่างาม ซึ่งได้ให้ช่างที่ฝีมือการประดิษฐ์ที่ดีที่สุดในพม่าสร้างดวงตาขึ้น  พระบาทมีภาพมงคล 108 ประการและพระบาทซ้อนกันซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทย อย่างไรก็ดี วัดแห่งนี้จัดเป็นศูนย์กลางสำคัญในการศึกษาตำรับตำราทางพระพุทธศาสนา มีพระภิกษุจำพรรษาอยู่มากถึง 600 รูป จากนั้นนำท่านนมัสการ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง  พระเจดีย์ทองคำคู่บ้านคู่เมืองประเทศพม่าอายุกว่าสองพันห้าร้อยปี กล่าวกันว่าทองคำที่ใช้หุ้มมหาเจดีย์ชเวดากองนี่ยังมีมากกว่าในห้องนิรภัยของธนาคารประเทศอังกฤษเสียอีก ใครก้อตามที่ได้พบเห็น ก็ต้องรู้ว่าพม่านั้นมีความมั่งคั่งแฝงเร้นอยู่มากมายมหาศาล มหาเจดีย์ชเวดากองมีความสูง 100 เมตร ภายในองค์เจดีย์ประดิษฐานพระเกศธาตุของพระพุทธเจ้าและเครื่องบริขารของอดีตพระพุทธเจ้าอีกสามองค์เอาไว้ ส่วนด้านนอกมีการใช้แผ่นทองหุ้มเอาไว้มากถึง 8,688 แผ่น ส่วนยอดประดับด้วยเพชร 5,448 เม็ด ทับทิม ไพลิน และบุษราคัมอีก 2,317 เม็ด มีมรกตเม็ดเขื่องอยุ่ตรงกึ่งกลาง ทั้งหมดนี้อยู่บนยอดฉัตรสูง 10 เมตร ที่มีไม้หุ้มทองเจ็ดท่อนรองรับ มีระฆังใบเล็ก ๆ ประดับอยู่ 1,485 ใบ เป็นระฆังทอง 1,065 ใบ  ระฆังเงิน 420 ใบ รอบองค์เจดีย์ชเวดากองมีทั้งสถูปบริวาร วิหารทิศ วิหารราย และศาลาอำนวยการ มีพระประจำวันเกิดให้ท่านได้สรงน้ำขอพร และขอพรจากองค์เจดีย์ ณ ลานอธิฐานอดีตเคยเป็นลานอธิฐานของพระเจ้าบุเรงนองก่อนออกรบ ซึ่งท่านสามารถถ่ายภาพตรงมุมนี้จะสวยที่สุด

ค่ำ                           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารการะเวกก์ (7)

 พร้อมชมการแสดงนาฏศิลป์ของพม่า อันงดงาม อ่อนช้อย บนทะเลสาบหลวง ภัตตาคารแห่งนี้สร้างตามต้นแบบเรือกัญญาของราชวงศ์พม่า หัวเรือเป็นรูปนกการะเวกก์สัตว์ในเทพนิยายอินเดีย หลังคาทำเป็นทรงปราสาทซ้อนสูง ภายในตกแต่งด้วยงานลงรักปิดทองประดับกระจกสี หินอ่อน และงานฝังมุก  ประดับไฟอย่างงดงาม ท่านสามารถเห็นทิวทัศน์ของพระมหาเจดีย์ชเวดากองได้งดงามน่าประทับใจอย่างยิ่ง

นำท่านสู่พักที่ โรงแรม  CHARTRUIM // PARKROYAL // KANDAWGYI HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่สี่                    เมืองสิเรียม  เจดีย์โบดาทาวน์  เทพทันใจ   สก๊อตมาร์เก็ต  รุงเทพฯ                                                    (B/L/-)  

เช้า                          รับประทานอาหารเช้า ณ  ห้องอาหาร ของโรงแรมที่พัก (8)

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองสิเรียม   ชมความสวยงามแปลกตาของเมืองซึ่งเมืองนี้เคย เป็นเมืองท่าสำคัญของเขตย่างกุ้ง ประเทศพม่า ตั้งอยู่ปากแม่น้ำอิระวดี ในอดีตเคยเป็นที่มั่นของทหารโปรตุเกส ช่วยเหลือมอญทำสงครามกับพม่า ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 ปัจจุบัน สิเรียมมีโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึก และทางรถไฟสำหรับขนส่งสินค้า อยู่ห่างจากย่างกุ้ง 20 กิโลเมตร จากนั้นนำท่านนมัสการ  พระเจดีย์เหย่แหล่พยา (เจดีย์กลางน้ำ)  ต้องนั่งเรือพาข้ามน้ำมาจากอีกฟากหนึ่ง วัดแห่งนี้มีภาพเขียนรูปเจดีย์สำคัญๆ อยู่มากมาย มีนัต 4 ตน และพระอุปคุต ที่บริเวณท่าเทียบเรือบนเกาะสามารถซื้ออาหารเลี้ยงปลาดุกตัวใหญ่นับร้อยๆ ตัวที่ว่ายวนเวียนให้เห็นครีบหลังที่โผล่เหนือผิวน้ำ สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางกลับสู่ ย่างกุ้ง นำท่านนมัสการ  เจดีย์โบดาทาวน์ (เจดีย์โปตาทอง) ซึ่งเป็นสถานที่สักสิทธิ์ ตามตำนานกล่าวไว้ เมื่อราว 2000 ปีก่อนกษัตริย์มอญมีนามว่า พระเจ้าโอกาละปะ ทรงบัญชาให้นายทหารระดับแม่ทัพ1000นาย ตั้งแถวถวายสักการะแด่พระเกศธาตุที่นายวาณิชสองพี่น้องอัญเชิญมาทางเรือและมาขึ้นฝั่งเมืองตะเกิงหรือเมืองดากอง ณ บริเวณนี้ จึงสร้างเจดีย์โบดาทาวน์นี้และทรงแบ่งเส้นพระเกศธาตุไว้1เส้น บรรจุในเจดีย์เพื่อบูชา ก่อนนำไปบรรจุไว้ในเจดีย์ชเวดากองและเจดีย์สำคัญอื่นๆ ข้างในองค์เจดีย์ ท่านจะได้ชม สิงของสมัยโบราณ อาทิ พระพุทธรูปทองคำ เงิน ดินเผา ซึ่งจัดแสดงไว้ให้ชมภายในองค์เจดีย์ (สถานที่แห่งเดียวที่ท่านสามารถมองเห็นพระเกศธาตุด้วยสายตาของท่านเอง)   นำท่านสักการะ รูปปั้นเทพทันใจ ( นัตโบโบยี ) ซึ่งชาวพม่าให้ความเคารพอย่างมากและนิยมมาขอพร ด้วยเชื่อว่าอธิฐานสิ่งใดจะสมความปรารถนาทันที มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่ขอพรแล้ว สมดั่งคำอธิฐาน จึงทำให้หลายท่านต้องกลับมาสักการะท่าน หลายๆๆครั้ง

เที่ยง                       รับประทานอาหาร กลางวัน ณ ภัตตาคาร (9)

จากนั้นนำท่านช๊อปปิ้งตลาด“สก๊อตมาร์เก็ต” (SCOTT MARKET) หรือ ตลาดโบ่ซกอ่องซาน ซึ่งสร้างโดยชาวสก๊อตสมัยเมื่อครั้งพม่ายังคงเป็นอาณานิคมของประเทศอังกฤษ ภายในตลาดแห่งนี้มีสินค้าจำพวกงานหัตถกรรมของพม่าให้เลือกซื้อหามากมาย  อาทิ อัญมณี แพรพรรณ งานฝีมือ งานแกะสลักไม้ เครื่องเขิน ตุ๊กตา เครื่องดนตรี โสร่ง ย่าม เครื่องหวาย และภาพหวาด สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู้ สนามบิน ย่างกุ้ง

16.30 .               ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ Myanmar Airways เที่ยวบินที่  8M 331

18.15 .               เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ

 

 

                                         ------------------  ขอบคุณทุกท่านที่ใช้บริการ  --------------------

 

อัตราค่าบริการ

ผู้ใหญ่  พักห้องละ 2 ท่าน

      ท่านละ          15,900    บาท

เด็กพักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน เสริมเตียง

      ท่านละ          15,900    บาท

เด็กพักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ไม่เสริมเตียง

      ท่านละ          14,900    บาท

พักเดี่ยวเพิ่ม

      ท่านละ            4,500    บาท

 

อัตรานี้รวม

อัตรานี้ไม่รวม

- ค่าตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ ชั้นประหยัด (ตั๋วกรุ๊ป)

- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3 %

- ค่าโรงแรมที่พัก 3  คืนตามรายการที่ระบุ

- ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 %

- ค่าอาหาร ,ค่าพาหนะตามที่ระบุไว้ในรายการ

- ค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่น และ คนขับรถ

 ความคิดเห็นที่ 4

3 ก.ค.2553  เวลา 09:12 น.
โดย.. ทัวร์เก็นติ้ง 58.147.53.43  

เยือนเมืองมรดกโลก ... เวียดนามกลาง

มุกดาหาร – สะหวันนะเขต – เว้ – ดานัง – ฮอยอัน – ดองฮา

                              6 วัน 5 คืน โดยรถปรับอากาศ     

                    พิเศษ !!  กุ้งมังกร และ ชมโชว์หุ่นกระบอกน้ำ

 

 

 

 

 

 

 

กำหนดการเดินทาง    วันที่ 24-29 มิ.ย.2553

                                วันที่ 23-28 ก.ค.2553

วันแรก          กรุงเทพฯ-มุกดาหาร

18.00 น.           พร้อมกัน ณ จุดนัดหมาย โดยมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวกแก่ทุกท่าน

19.00 น.           เดินทางสู่ จังหวัดมุกดาหาร โดยรถปรับอากาศ อิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย

( อาหารค่ำตามอัธยาศัย )

 

วันที่สอง                  มุกดาหาร – สะหวันนะเขต – ลาวบาว – ดองฮา – อุโมงค์ใต้ดินวินห์ม๊อค - เขตปลอดทหาร-เว้  - ล่องเรือ พร้อมฟังดนตรีพื้นเมือง

เช้า                   เดินทางถึงจังหวัด มุกดาหาร  เชิญท่านทำภาระกิจส่วนตัว  ณ ร้านอาหารเมืองมุกดา

06.30 น.        äรับประทานอาหารเช้า ณ ร้านอาหารเมืองมุกดา (1)

07.45 น.           นำท่านเดินทางสู่ด่านมุกดาหารของประเทศไทย   จากนั้นสู่ด่านสะหวันนะเขตของประเทศลาว  หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง เดินทางสู่ประเทศเวียดนาม  โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 9 ผ่านทางชายแดนลาว -เวียดนาม ณ ด่านลาวบาว

เที่ยง             äรับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร  ( ประเทศลาว ) (2)

บ่าย                 นำท่านผ่านด่านแดนสวรรค์ของประเทศลาว  และผ่านด่านลาวบาวของประเทศเวียดนามจากนั้นออกเดินทางสู่เมืองดองฮา  นำท่านชม อุโมงค์ใต้ดิน วิน ห์ม๊อค นับเป็นอุโมงค์ใต้ดินที่คนทั้งหมู่บ้านอาศัยอยู่เป็นเวลาหลายปี เพื่อหลบภัยจากการทิ้งระเบิดอย่างต่อเนื่องในสมัยสงครามเวียดนาม แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะพากันอพยพไปอยู่ส่วนอื่นๆ ของประเทศ แต่ก็มีชาวบ้านจำนวนกว่า 300 คน ที่ยังคงอาศัยอยู่ในอุโมงค์คนรูแห่งนี้เป็นเวลากว่า 5 ปี นับจากปี 2509 – 2514  นำท่านชม เขตปลอดทหาร ตรงเกือบเส้นขนานที่ 17 ซึ่งใช้เป็นเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ ถูกกำหนดขึ้นในการประชุมที่กรุงเจนีวา ในปี พ.ศ. 2497 หลังสิ้นสุดสงครามกับฝรั่งเศส  จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเว้ ซึ่งเป็นเมืองหลวงเมืองเก่าที่ได้รับการอนุรักษ์จาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลก WORLD HERITAGE 1 ใน 3 แห่งที่มีอยู่ในประเทศเวียดนาม เมืองเว้เป็นเมืองหลวงเก่าของเวียดนาม ภายใต้การปกครองของราชวงศ์เหวียน ราชวงศ์สุดท้ายของเวียดนาม

เย็น              ä รับประทานอาหารเย็น ณ ร้านอาหาร (3)

                        จากนั้นนำท่านลงเรือมังกร ล่องแม่น้ำหอม พร้อมชมการแสดงและดนตรีพื้นเมือง

พักที่  DUY TAN HOTEL  หรือเทียบเท่า ( 3 ดาว )

 

วันที่สาม        เว้-ล่องเรือ-วัดเทียนมู-พระราชวังหลวง-สุสานกษัตริย์ไคดิงห์-ดานัง-ฮอยอัน

เช้า               äรับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก (4)

นำท่านลงเรือสำราญมังกรเสมือนเรือพระที่นั่งในอดีต ล่องเรือแม่น้ำเฮืยงยาง  หรือ แม่น้ำหอม  ที่มาของชื่อแม่น้ำสายนี้เป็นเพราะในยามค่ำคืน แม่น้ำสายนี้จะพัดพาเอาความหอมของต้นไม้ที่มีกลิ่นหอมมาตามสายน้ำนั่นเอง ผ่านสะพานประวัติศาสตร์สมัยสงคราม  ชมชีวิตชาวบ้านที่ขุดทรายขายเป็นอาชีพบนแม่น้ำแห่งนี้ ตลอดจนชีวิตชนบทของสองฝั่งแม่น้ำหอมนี้ นำท่านชม เจดีย์หลวงวัดเทียนมู (แม่ฟ้าพระหลวง) วัดแห่งนี้เป็นศูนย์กลางพุทธศาสนา นิกายเชน ชม เจดีย์เทียนมู ทรงเก๋งจีนแปดเหลี่ยมสูงลดหลั่นกัน 7 ชั้น ซึ่งแต่ละชั้นแทนภพต่างๆ ของพระพุทธเจ้า ตั้งเด่นอยู่ริมฝั่งแม่น้ำหอม วัดนี้มีความสำคัญในช่วงยุคหลังของเวียดนาม เนื่องจากเจ้าอาวาสวัดแห่งนี้ ประท้วงการฉ้อราษฎร์บังหลวงของรัฐบาลไซง่อน  ด้วยการขับรถออสตินจากเมืองเว้ไปที่กรุงไซ่ง่อน  เพื่อเผาตนเอง จากนั้นนำท่านเยี่ยมชม พระราชวังหลวงของกษัตริย์ราชวงศ์เหวียน พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2348 ในสมัยยาลอง และได้รับการปฏิสังขรณ์อีก 2 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2377 และ พ.ศ. 2467  เคยเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ราชวงศ์เหวียน 13 พระองค์  พระราชวังแห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมือง  เป็นมรดกตกทอดอันยิ่งใหญ่และงดงามแห่งนี้ ได้ถูกสร้างขึ้นตามแบบแผนความเชื่อของจีน

เที่ยง                      ä รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร (5)

บ่าย                 นำท่านชม สุสานกษัตริย์ไคดิงห์ สุสานแห่งนี้เป็นเพียงสุสานเดียวที่มีการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมตะวันออกเข้ากับสถาปัตยกรรมตะวันตก  สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กอย่างดี  ทางเดินขึ้นสุสานได้รับการตกแต่งเป็นบันไดมังกรอันโอ่อ่า    ที่ลานชั้นสองจะมีรูปปั้นหินของช้าง  ม้า ข้าราชการและพลเรือน  จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองดานัง  ผ่านอุโมงค์ไฮวัน ซึ่งเป็นอุโมงค์ที่มีความยาวที่สุดในแถบอาเซียน อุโมงค์แห่งนี้ได้เจาะทะลุเขาไฮวัน (Hai Van) ซึ่งแปลว่า “ช่องเขาแห่งเมฆหมอก” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทิวเขา Truong Son ที่ทอดตัวยาวตัดถนนทางหลวงลงสู่ทะเล  เมืองดานัง เป็นเมืองแห่งหาดทรายขาว และภูเขาหินอ่อน เป็นเมืองท่าที่สำคัญและเป็นเมืองใหญ่อันดับ 4 ของประเทศเวียดนาม เมืองนี้เจริญและเติบโต มาจากหมู่บ้านชาวประมงจนกลายเป็นเมืองท่าที่สำคัญ    จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ “เมืองโบราณฮอยอัน” เมืองฮอยอันนั้น อดีตเคยเป็นเมืองท่าการค้าที่สำคัญแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นศูนย์กลางของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างตะวันตกกับตะวันออก ในปี พ.ศ. 2542 องค์การยูเนสโกได้ประกาศให้ ฮอยอันเป็น เมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม เนื่องจากเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ แม้ว่าจะผ่านการบูรณะขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังคงรูปแบบของเมืองฮอยอันไว้ได้   ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างที่ทำด้วยไม้ หน้าต่าง   ตลอดจนบานประตูแกะสลัก รวมทั้งลวดลายปูนปั้นเครื่องเรือนโบราณที่หาได้ยาก        

เย็น               ä รับประทานอาหารเย็น ณ ร้านอาหาร (6)

                        พักที่  INDOCHINE  HOTEL  หรือเทียบเท่า ( 3 ดาว )

วันที่สี่            ฮอยอัน-เขตเมืองโบราณ-สะพานญี่ปุ่น-ศาลกวนอู-บ้านโบราณ-วัดฟุ๊กเกี๋ยน-เว้-ช้อปปิ้งตลาดดองบา-โชว์หุ่นกระบอกน้ำ

เช้า               ä รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก (7)

                       นำท่านชม วัดฟุ๊กเกี๋ยน เป็นสมาคมชาวจีนที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของเมืองฮอยอัน   ใช้เป็นที่พบปะของคนหลายรุ่น    และภายในยังเป็นที่ตั้งของวัดที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับลัทธิของพระนางเทียนเห่า  วัดนี้มีจุดเด่นอยู่ที่งานไม้แกะสลัก  ลวดลายสวยงาม ท่านสามารถทำบุญต่ออายุโดยพิธีสมัยโบราณ คือ การนำธูปที่ขดเป็นก้นหอย มาจุดทิ้งไว้ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ท่าน    จากนั้นนำชม บ้านโบราณ อายุยาวนานกว่า 300 ปี ซึ่งสร้างในแบบผสมผสานสถาปัตยกรรม จีน, ญี่ปุ่น และเวียดนาม และสถาปัตยกรรมที่ยังคงเหลืออยู่ของชาวจีนเข้าเมื่อศตวรรษที่ 17 ลักษณะที่โดดเด่นที่สุดอย่างหนึ่งของบ้านนี้ คือ มีความหลากหลายในโครงสร้างสถาปัตยกรรม เอกลักษณ์ของบ้านโบราณในฮอยอัน  ก็คือ  ส่วนหน้าบ้านจะอยู่ติดกับถนนอีกสายหนึ่ง และหลังบ้านจะอยู่ติดกับถนนอีกสายหนึ่ง  ต่อจากนั้นนำชม  สะพานญี่ปุ่น ซึ่งสร้างโดยชุมชนชาวญี่ปุ่นเมื่อ 400 กว่าปีมาแล้ว ในช่วงศตวรรษที่ 17  กลางสะพานมีศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์  ที่สร้างขึ้นเพื่อสวดส่งวิญญาณมังกร ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่ามีมังกรอยู่ใต้พิภพ ส่วนตัวอยู่ที่อินเดียและหางอยู่ที่ญี่ปุ่น ส่วนลำตัวอยู่ที่เวียดนาม เมื่อใดที่มังกรพลิกตัวจะเกิดน้ำท่วมหรือแผ่นดินไหว ชาวญี่ปุ่นจึงสร้างสะพานนี้โดยตอกเสาเข็มลงกลางลำตัวเพื่อกำจัดมันจะได้ไม่เกิดภัยพิบัติขึ้นอีก ตัวสะพานเป็นรูปโค้ง และหลังคามุงกระเบื้องสีเขียวเหลืองเป็นคลื่น กลางสะพานมีเจดีย์ทรงจัตุรัสที่สร้างอุทิศให้แก่ ดิ๊ก เด และ ตรัน หวู บุคคลสำคัญในตำนานเมืองฮอยอัน ชม ศาลกวนอู ซึ่งอยู่บนสะพานญี่ปุ่น และที่ฮอยอัน ชาวบ้านจะนำสินค้าต่าง ๆ ไว้ที่หน้าบ้าน เพื่อขายให้แก่นักท่องเที่ยว ท่านสามารถซื้อของที่ระลึก เป็นของฝากกลับบ้านได้อีกด้วย เช่น กระเป๋า โคมไฟ เป็นต้น จากนั้นเดินทางสู่ดานัง

12.00 น.        äรับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร(8)  ( อาหารทะเล ) พิเศษ!! กุ้งมังกรโต๊ะละ 1 ตัว

บ่าย                  นำท่านเดินทางสู่เมืองเว้      จากนั้นอิสระช้อปปิ้งที่ ตลาด Dong Ba เป็นตลาดใหญ่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำหอม รอบนอกจะเป็นสินค้าของที่ระลึกเป็นส่วนมาก ด้านในเป็นของใช้ทั่วไป และถ้าเข้าไปถึงริมน้ำจะเป็นตลาดสด บรรยากาศภายในตลาดคึกคักมาก      นำท่านชมการแสดง หุ่นกระบอกน้ำ ซึ่งเป็นศิลปะพื้นบ้านที่มีชื่อเสียง ท่านจะได้ชมเรื่องราวความรักในเทพนิยาย  ความภาคภูมิใจในความเป็นธรรมชาติ  และวิถีชาวบ้าน เช่น การเพาะปลูก  การเก็บเกี่ยวพืชผล  การตกปลา การแข่งเรือ  โดยใช้หุ่นกระบอกน้ำทั้งสิ้น

ค่ำ                äรับประทานอาหารค่ำ ณ ร้านอาหาร(9)

พักที่  DUY TAN HOTEL  หรือเทียบเท่า ( 3 ดาว )

 

วันที่ห้า          เว้-ลาวบาว-สะหวันนะเขต-มุกดาหาร-ตลาดอินโดจีน

เช้า              ä รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก (10)

นำท่านเดินทางสู่  ด่านสะหวันนะเขต โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 9 ผ่านทางชายแดนลาว-เวียดนาม ณ ด่านลาวบาว ตามเส้นทางเดิม  ผ่านหมู่บ้านต่าง ๆ ที่มีวัฒนธรรมในท้องถิ่นแตกต่างกันไป  

เที่ยง            äรับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร (11) ( ประเทศลาว )

บ่าย                  จากนั้นนำท่านเดินทางสู่จังหวัดมุกดาหาร  ถึงจังหวัดมุกดาหาร  อิสระให้ทุกท่านได้เลือกซื้อของฝากนานาชนิดที่ ตลาดอินโดจีน ที่มีสินค้าราคาถูกให้ท่านได้เลือกซื้ออย่างสบายใจ

เย็น              äรับประทานอาหารเย็น ณ ห้องอาหาร  (12) โรงแรมมุกดาหารแกรนด์

                        หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่กรุงเทพฯ

 

วันที่หก         มุกดาหาร-กรุงเทพฯ

05.00 น.           เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หมายเหตุ : 1. ขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงเวลานัดหมายตามความเหมาะสม

ในช่วงวันหยุดเทศกาล โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

                   2. มิได้ระบุที่นั่งบนรถ ท่านที่มาถึงที่รถก่อน สามารถเลือกที่นั่งได้เลย

อัตราค่าบริการ(สำหรับผู้ที่ถือหนังสือเดินทางไทย)

- ผู้ใหญ่ เริ่มจาก กทม. (พักห้องละ 2 ท่าน)          ท่านละ      8,900.-       บาท

- ผู้ใหญ่ เริ่มจาก จังหวัดตรัง (พักห้องละ 2 ท่าน)   ท่านละ     11,100.-     บาท

       - เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน (กทม.)         ท่านละ    8,900.-       บาท

       - เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน (ตรัง)           ท่านละ    11,100.-     บาท

- เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (เสริมเตียง)   ท่านละ     8,400.-       บาท

                                              (จากตรัง)      ท่านละ    10,600         บาท

- เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (ไม่เสริมเตียง) ท่านละ   7,900.-       บาท

                                             (จากตรัง)     ท่านละ     10,100.-       บาท

- พักเดี่ยวจ่ายเพิ่ม                                                    ท่านละ         4,000.-       บาท

 

 

** กรณีชาวต่างชาติโปรดสอบถาม **

อัตรานี้รวม

R ค่าพาหนะที่ใช้เดินทางท่องเที่ยวตามที่ระบุในรายการ

R ค่าโรงแรมที่พัก 3 คืนตามที่ระบุในรายการ

R ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในรายการ

R ค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ ตามรายการ

R ค่าไกด์ท้องถิ่นบรรยายไทย

R ค่าประกันอุบัติเหตุ
 ความคิดเห็นที่ 5

3 ก.ค.2553  เวลา 12:24 น.
โดย.. ทัวร์เก็นติ้ง 58.147.53.43  

จองทัวร์ที่ ซิลเวอร์เซาร์เทิร์นทัวร์ (เมืองตรัง)  075 222 140 / 085 384 0228 www.silversoutherntour.com

“ENGLISH  VILLAGE (F4 Theme Park)…เกาะนามิ (Winter Love Song)

สวนสนุก Lotte World…ช้อปปิ้งตลาดทงแดมุน…ทำเนียบประธานาธิบดี…พระราชวังเคียงบ๊อกพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน…ศูนย์โสมรัฐบาล…สวนสาธารณะนัมซาน…พิพิธภัณฑ์เท็ดดี้แบร์

 หมู่บ้านวัฒนธรรมนัมซานฮันอก…ศูนย์อัญมณีพลอยสีม่วง…Duty Free

ช้อปปิ้งตลาดยอดนิยม ณ ประเทศเกาหลี”

(5 วัน 4 คืน)

กำหนดวัน  เดินทาง :

21 – 25 ก.ค., 28 ก.ค.– 01 ส.ค. 53

27,900.-

 

04 – 08, 11 – 15, 18 – 22, 25 – 29 ส.ค. 53

01 – 05, 08 – 12, 15 – 19 ก.ย. 53

วันที่ 1       (สนามบินสุวรรณภูมิ)

 

ตามกำหนดการ      คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 พร้อมสัมภาระและพบเจ้าหน้าที่บริษัทฯ

อำนวยความสะดวกและเดินทางสู่ประเทศเกาหลี โดยสายการบินเอเชียน่า แอร์ไลน์ (OZ) หรือการบินไทย (TG)

ตามกำหนดการ      คณะออกเดินทางสู่ประเทศเกาหลี ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่ง                                               

                        ( บริการภาพยนตร์ อาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง

 

ข้อแนะนำ  เตรียมสัมภาระขนาดกลาง เนื่องจากโรงแรมที่พักในเกาหลี จะมีบริกรน้อยมาก ต่างจังหวัดไม่มีบริกร ของเหลวที่นำใส่กระเป๋าถือติดตัวขึ้นเครื่องจะต้องบรรจุในบรรจุภัณฑ์และมีปริมาณไม่เกิน 100 มิลลิลิตร บรรจุภัณฑ์ดังกล่าวควรใส่ในถุงที่โปร่งใสและสามารถเปิด-ปิดได้ด้วย ให้นำถุงขึ้นไปเพียงใบเดียวเท่านั้น การนำผลิตภัณฑ์ของสดที่ทำจากสัตว์ไม่ว่าเนื้อหมู เนื้อวัว

ผัก ผลไม้สด ไม่อนุญาตให้นำเข้าประเทศเกาหลี เพื่อป้องกันโรคต่าง ๆ และหากศุลกากรตรวจพบจะต้องเสียค่าปรับ 

 

วันที่ 2          ENGLISH VILLAGE (F4 Theme Park)  – เกาะนามิ (Winter Love Song)

ตามกำหนดการ      คณะเดินทางถึง สนามบินนานาชาติอินชอน หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร ( กรุณาปรับนาฬิกาของท่านให้เป็นเวลาท้องถิ่น เพื่อสะดวกในการนัดหมายเวลา ประเทศเกาหลีจะเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง )

นำท่านเดินทางสู่ Gyeonggi English Village Yangpyeong สถานที่ถ่ายทำซีรี่ส์ F4 ซึ่งใช้เป็นฉากของโรงเรียนมัธยมชินฮวา ของเหล่าพระเอกF4 เรียนนั้นเอง   

กูจุนพโย ที่รับบทโดย อีมินโฮ(Lee Min Ho), ยุนจีฮู รับบทโดย คิมฮยอนจุง(Kim Hyeon Joong), โซอีจอง รับบทโดยคิมบอม(Kim Bum) และ ซงอูบิน รับบทโดย คิมจุน (Kim Joon) เคยเดินอยู่ตามทางเดินในตัวอาคาร Gyeonggi English Village Yangpyeong เปิดตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2008  ที่ผ่านมาโดยสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมของเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในสถานที่ต้นแบบมาก ๆ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น ห้อง Fitness, หอพักนักศึกษาแบบ Condominium, สระว่ายน้ำ,โรงกีฬา และ หอดูดาว เป็นต้นโรงเรียนมัธยมชินฮวา : ตึกแบบยุโรปใน Gyeonggi English Village Yangpyeong(www.yea.or.kr)

ติดอันดับมหาวิทยาลัยที่มีความสวยงามอีกด้วย

 

 

 

 

 

 

เที่ยง                        บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร( ทัคคาลบี หรือ ไก่ผัดซอสบาร์บีคิวเกาหลี ซึ่งนำไก่และผักต่าง ๆ มาผัดกับซอส

บาร์บีคิวเกาหลีในกระทะแบนเสริ์ฟพร้อมเครื่องเคียง เช่น กิมจิ, อูดุ้งปรุงรส, ผักกาดหอมสดและน้ำซุปสาหร่ายร้อน ๆ )

บ่าย                         นำคณะสู่ท่าเรือของ  เกาะนามิ  เกาะรูปใบไม้กลางทะเลสาบ ลงเรือเฟอร์รี่ใช้เวลานั่งเรือเพียง 10 นาที เพื่อข้ามไปยัง

 เกาะส่วนตัวซึ่งบรรยากาศแสนโรแมนติก สถานที่ถ่ายละครดังเรื่อง Winter Love Song หรือ เพลงรักในสายลม

หนาว อิสระให้ท่านเก็บภาพความประทับใจและสัมผัสความงดงามของทิวต้นสนและทิวต้นเกาลัดได้ตามอัธยาศัย

ค่ำ                            บริการอาหารค่ำ    ภัตตาคาร  (ชาบู ชาบู หรือสุกี้สไตล์เกาหลีบนหม้อไฟร้อนๆ ประกอบด้วยหมูสไลด์ ผักบำรุงสุขภาพ เห็ดต่างๆ น้ำซุปร้อนๆ และเส้นอุด้งซึ่งขาดไม่ได้ในการทานชาบู พร้อมข้าวสวย น้ำจิ้มซีอิ๊วเกาหลี และเครื่องเคียงต่างๆ) พิเศษ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มสุกี้ จากเมืองไทย

สมควรแก่เวลานำคณะเข้าสู่ที่พัก  Hyundai Sungwoo Resort  หรือเทียบเท่าระดับเดียวกัน

                                (Hyundai Sungwoo Resort เป็นสถานที่ถ่ายทำละครเรื่อง  “The Snow Queen : ลิขิตรัก ละลายใจ” ซึ่งมี

พระเอกฮุนบิน แสดงคู่กับนางเอกซอง ยูริ อิสระให้ทุกท่านได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกบริเวณภายในรีสอร์ท หรือจะหาความ

สำราญอื่น ๆ เช่น ซาวน์น่า เกมส์รูม โบว์ลิ่ง ช้อปปิ้ง ร้านสะดวกตลอด 24 ชั่วโมง

(**อภินันทนาการฟรี!! Aqua World**)

 

วันที่ 3          กรุงโซล – สวนสนุก Lotte World – ช้อปปิ้งทงแดมุน

เช้า                           บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม                                                                                                                   

หลังอาหาร นำท่านเดินทางสู่กรุงโซล เมืองหลวงของประเทศเกาหลี ซึ่งมีประชากร 1 ใน 3 ของประเทศอาศัยอยู่รวมกัน 

เป็นแหล่งรวมวัฒนธรรม  การเมือง การศึกษา  เทคโนโลยี  และอื่นๆ อีกมากมาย นำคณะสู่ สวนสนุก Lotte World

สวนสนุกในร่มที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี ให้ท่านสนุกสนานกับเครื่องเล่นหลากหลายชนิดทั้ง Lotte World

Adventure (สวนสนุกในร่ม) และ Magic Island  (สวนสนุกกลางแจ้ง) ซึ่งมีเครื่องเล่นที่หวาดเสียวอยู่หลายชนิด

(ไม่จำกัดจำนวนเที่ยว) สำหรับท่านที่ไม่เล่นเครื่องเล่น ท่านสามารถช้อปปิ้งในส่วน Shopping Mall และ

ห้างสรรพสินค้า Lotte World ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้

เที่ยง                    บริการอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร (Pork Cutlet หรือที่เรียกว่า ทงคัตสึ ป็นอาหารสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งจะเสิร์ฟพร้อมกับ

เครื่องเคียงต่าง ๆ)

 

 

 

 


    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน