อาลัย กนกพงษ์ สงสมพันธ์


อาลัยการจากไปของ นักเขียนซีไรท์ "แผ่นดินอื่น"
กนกพงษ์ สงสมพันธุ์ นักเขียนรางวัลซีไรซ์ จากเรื่อง "แผ่นดินอื่น" เสียชีวิตแล้ว ด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ขณะนี้ญาติได้รับศพไปตั้งบำเพ็ญกุศล ที่วัดพิกุลทอง จ. พัทลุง ซึ่งเป็นบ้านเกิด

ทั้งนี้ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ รายงานมาว่า น.ส.กนกพร สงสมพันธุ์ น้องสาวคนสุดท้องของครอบครัว “สงสมพันธุ์” ได้ให้สัมภาษณ์ว่า นายกนกพงศ์ พี่ชาย มีอาการเป็นไข้หวัดใหญ่ และได้เข้ารับการรักษาตัวจากโรงพยาบาลนครินทร์ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และได้นอนรักษาตัวอยู่ 2 วัน แพทย์ก็อนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่เมื่อกลับมาถึงบ้าน อาการกลับทรุดลงไปอีก ญาติๆ จึงได้นำส่งโรงพยาบาลอีกครั้ง โดยแพทย์ได้นำตัวเข้ารักษาในห้อง ICU แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ เนื่องจากมีอาการน้ำท่วมปอด เสียชีวิตลงเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (13 ก.พ.)

ประวัติ

กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ เกิดเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2509 ที่อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุงจบชั้นประถมศึกษาตอนปลาย จากโรงเรียนวัดพิกุลทอง มัธยมศึกษาจากโรงเรียนพัทลุง การศึกษาในระบบขั้นสุดท้าย-สาขาวิชาบริหารธุรกิจ คณะวิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ทว่าไม่จบ

ออกมาทำงานด้านสำนักพิมพ์ในช่วงเวลาสั้นๆ ก่อนหันไปใช้ชีวิตคลุกคลีกับชาวบ้านแถบเทือกเขาหลวง จังหวัดนครศรีธรรมราช กระทั่งปัจจุบันกวีบทแรก "ความจริงที่เป็นไป" ตีพิมพ์ใน"สยามใหม่" ขณะเรียนชั้นมัธยมต้น(พ.ศ. 2523) เรื่องสั้นเรื่องแรก "ดุจตะวันอันเจิดจ้า" ตีพิมพ์ใน"มติชนสุดสัปดาห์"

ขณะเรียนชั้นมัธยมปลาย(พ.ศ.2527 เป็นสมาชิกยุคก่อตั้งของ "กลุ่มนาคร" กลุ่มทำงานด้านศิลปะวรรณกรรมอันสำคัญของภาคใต้ ปี พ.ศ.2532 เรื่องสั้น "สะพานขาด" ได้รับรางวัลเรื่องสั้นช่อการะเกด และคัดเลือกแปลเป็นภาษาญี่ปุ่น ปี พ.ศ.2533 เรื่องสั้น "โลกใบเล็กของซัลมาน" ได้รับรางวัลเรื่องสั้นช่อการะเกดอีกครั้ง ปี พ.ศ.2539

และรวมเรื่องสั้น "แผ่นดินอื่น" ได้รับรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน(ซีไรท์) ประจำปี 2539

ผลงานรวมเล่ม : "ป่าน้ำค้าง" (รวมบทกวี สำนักพิมพ์นาคร ๒๕๓๑) "สะพานขาด" (รวมเรื่องสั้น สำนักพิมพ์นกสีเหลือง พ.ศ.2534)."คนใบเลี้ยงเดี่ยว" (รวมเรื่องสั้นสำนักพิมพ์นกสีเหลือง พ.ศ.2535)ม "แผ่นดินอื่น" (รวมเรื่องสั้น สำนักพิมพ์นาคร พ.ศ. 2539).บันทึกจากหุบเขาฝนโปรยไพร ฯลฯ

ป.ล.  กำหนดสวด 23-24 กุมภาพันธ์ และเผาศพ 25 กุมภาพันธ์นี้ ที่วัดพิกุลทอง สี่แยกควนขนุน พัทลุง


โดย.. สร้อย 125.24.75.21   


 

 ความคิดเห็นที่ 1

19 ก.พ.2549  เวลา 10:13 น.
โดย.. คน03 203.146.104.41  
เพื่อนเราชิงไปเสียก่อนแล้ว ขอให้เพื่อนสู่สุขคติ  ชาติหน้ามีจริง ค่อยมาเป็นเพื่อนร่วมห้องกันอีกน๊ะ

 ความคิดเห็นที่ 2

20 ก.พ.2549  เวลา 10:35 น.
โดย.. นายกระจก 61.91.197.29  

ขอแสดงความเสียมา ณ.ที่นี้ด้วยคนครับ 


 ความคิดเห็นที่ 3

20 ก.พ.2549  เวลา 12:53 น.
โดย.. พงษ์ 202.12.74.5  

ไม่น่าเลย ผมยังมีลายเซ็นต์เค้าอยู่เลย       


 ความคิดเห็นที่ 4

21 ก.พ.2549  เวลา 18:34 น.
โดย.. ที 202.12.74.7  

กำหนดการฌาปนกิจศพ กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ นักเขียนซีไรต์ ปี 2539
ตั้งศพ ณ วัดพิกุลทอง ต.ชะมวง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2549
เวลา 17.00 น. สวดพระอภิธรรม
เวลา 20.00 น. ดนตรี, หนังตะลุง
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2549
เวลา 17.00 น. สวดพระอภิธรรม (สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ)
เวลา 20.00 น. ดนตรี
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2549
เวลา 12.30 น. พระธรรมเทศนา
เวลา 13.00 น. สวดมาติกาบังสุกุล
เวลา 13.30 น. ทอดผ้าบังสุกุล
เวลา 14.00 น. กิจกรรมวัฒนธรรมไว้อาลัย
เวลา 16.00 น. ประชุมเพลิง

   การเดินทางด้วยรถไฟ : ลงที่สถานีพัทลุง แล้วเหมารถที่สถานีมายังวัดพิกุลทอง ค่ารถประมาณ 200 บาท
   การเดินทางด้วยรถทัวร์ : มารถทัวร์สายกรุงเทพฯ-พัทลุง หรือกรุงเทพฯ-สตูล ก็ได้ ลงที่แยกโพธิ์ทอง (ถนนสายเอเชีย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง วัดพิกุลทองอยู่ห่างจากถนนสายเอเชียประมาณ 200 เมตร)
   ติดต่อรายละเอียดที่ เจน สงสมพันธุ์ 0-15621520 ชมพู 0-40623766


 ความคิดเห็นที่ 5

21 ก.พ.2549  เวลา 18:34 น.
โดย.. ที 202.12.74.7  

   กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ กนกพงศ์ เกิดเมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2509 ที่บ้านจันนา อ.ควนขนุน จ.พัทลุง เป็นบุตรของนายวณิช นางยุพา สงสมพันธุ์ เรียนที่วัดไทรโกบ อ.ควนขนุน จนจบ ป.4 แล้วจึงไปเรียนต่อที่โรงเรียนวัดพิกุลทอง อ.เมืองพัทลุง จนจบ ป.7 จากนั้นศึกษาต่อระดับมัธยมศึกษาที่ โรงเรียนพัทลุง อ.เมืองพัทลุง จนจบ ม. 6 เอนทรานซ์เข้าเรียนต่อได้ที่คณะวิทยาการจัดการ (เอกคอมพิวเตอร์ธุรกิจ) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เรียนอยู่ระยะหนึ่ง และสอบเข้าศึกษาในคณะเดิม(เอกรัฐประศาสนศาสตร์) อยู่ 3 ปี จึงตัดสินใจออกจากมหาวิทยาลัยเพื่อเขียนหนังสือ เขาเริ่มสนใจการอ่านวรรณกรรมมาตั้งแต่พออ่านออกเขียนได้ เพราะบิดามารดาเป็นครู และที่บ้านมีหนังสือให้เลือกอ่านได้หลายเล่ม
   
กนกพงศ์ เกิดและเติบโตขึ้นมาในยุคที่มีความขัดแย้งทางการเมืองในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะแถบเทือกเขาบรรทัดอันเป็นถิ่นกำเนิด เป็นความขัดแย้งระหว่างกองกำลังของรัฐกับกองทัพปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย(ทปท.) ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทสไทย(พคท.) เป็นความขัดแย้งอย่างรุนแรง จากการปราบปรามแบบเหวี่ยงแห และ มาตรการในการกำจัดแบบตัดรากถอนโคนและการทารุณกรรมของฝ่าบรัฐบาลที่เรียกว่า "ถังแดง" และการตัดใบหูของศพเพื่อแลกกับเงินรางวัลของกองกำลังพลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่เกิดขึ้นเพื่อปราบปรามผู้ที่มีความเห็นขัดแย้งกับรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยเฉพาะ ก่อนที่จะมีนโยบายการเมืองนำการทหารตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 66/2523 สมัยพลเอกเปรม ติณสูลานนท ์เป็นนายกรัฐมนตรี เรื่องราวเหล่านี้จึงปรากฏอยู่ในงานเขียนของเขา โดยเฉพาะเรื่องสั้น "สะพานขาด" ที่ได้รับรางวัลช่อการะเกดยอดเยี่ยมจาก บรรณาธิการ สุชาติ สวัสดิ์ศรี ในปี พ.ศ.2532 นอกจากนั้นยังมีเรื่อง "ยามเช้า" และ "ในห้วงน้ำกว้าง" เป็นต้น
   ผลงานด้านกวีบทแรก "ความจริงที่เป็นไป" ตีพิมพ์ใน"สยามใหม่" ขณะเรียนชั้นมัธยมต้น พ.ศ.2523 ขณะเรียนชั้นมัธยมปลาย พ.ศ.2527 เป็นสมาชิกยุคก่อตั้งของ "กลุ่มนาคร" กลุ่มทำงานด้านศิลปะวรรณกรรมอันสำคัญของภาคใต้
  
สำหรับผลงานเรื่องสั้นเรื่องแรกได้แก่ "ดุจตะวันอันเจิดจ้า" ตีพิมพ์ในมติชนสุดสัปดาห์ เมื่อปี 2527 จากนั้นมีเรื่องสั้นตีพิมพ์ตามหน้านิตยสารสม่ำเสมอในฐานะนักเขียนที่มาแรงที่สุดในยุคนั้น
  
ปี 2531 มีผลงานร่วมเล่มลำดับแรก เป็นรวมบทกวี "ป่าน้ำค้าง" สำนักพิมพ์นาคร จากนั้นในปี 2532 ออกหนังสือรวมเรื่องสั้นชุดแรกเรื่อง "สะพานขาด" สำนักพิมพ์นกสีเหลือง ได้รับรางวัลเรื่องสั้นช่อการะเกด และคัดเลือกแปลเป็นภาษาญี่ปุ่น ปี พ.ศ. 2533 เรื่องสั้น "โลกใบเล็กของซัลมาน" ได้รับรางวัลเรื่องั้นช่อการะเกดอีกครั้งในปี 2539 ตามด้วยผลงานชุดที่สอง "คนใบเลี้ยงเดี่ยว" รวมเรื่องสั้นสำนักพิมพ์นกสีเหลือง ปี 2535
  
รวมเรื่องสั้นชุดที่ 3 "แผ่นดินอื่น" ของสำนักพิมพ์นาคร คว้ารางวัลซีไรท์ในปี 2539


(พิมพ์ครั้งที่ 1)
แผ่นดินอื่น (รางวัลซีไรท์ในปี 2539)

หนังสือรวมเรื่องสั้น "แผ่นดินอื่น" ประกอบด้วยเรื่องสั้น 8 เรื่อง ที่สะท้อนปัญหาของชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น ทั้งในระดับปัจเจกบุคคล ครอบครัว และสังคม นำเสนอชีวิตหลากหลาย ด้วยแนวธรรมชาตินิยม สะท้อนความคิด ความเชื่อ คุณค่าและคตินิยมพื้นถิ่นอย่างลึกซึ้งและแหลมคม ให้เห็นว่า แม้ในสังคมที่ต่างวัฒนธรรม ต่างความเชื่อ มนุษย์ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ด้วยไมตรีสัมพันธ์

กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ดำเนินเรื่องด้วยกลวิธีการเขียนที่ดึงดูดความสนใจของผู้อ่านให้ใคร่รู้ ใคร่ติดตาม และนำไปสู่จุดหมายที่เป็นเอกภาพ โดยไม่ละเลยที่จะสอดแทรกปัญหาและแง่มุมของชีวิต ทั้งปัญหาภายในจิตใจ และปัญหาของปัจจัยภายนอก บันทึกความขัดแย้งของสังคมในอดีต ทั้งในแง่การเมือง เศรษฐกิจและวัฒนธรรม รวมถึงปัญหาของสังคมร่วมสมัย คือการเผชิญหน้ากันระหว่างพัฒนาการของเมืองกับคุณค่าด้านมนุษยธรรม

เรื่องสั้นขนาดยาวใน "แผ่นดินอื่น" มีคุณสมบัติของเรื่องสั้นที่ทรงคุณค่าทางวรรณศิลป์ การนำเสนอละเอียด ประณีตและแยบยล เปิดโอกาสให้ผู้อ่านได้ใช้จินตนาการที่เป็นอิสระ ผู้เขียนใช้ภาษาถ่ายทอดเหตุการณ์และความรู้สึกได้งดงาม เข้มข้นด้วยอารมณ์สะเทือนใจ

ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวนี้ "แผ่นดินอื่น" ของกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ จึงเป็นวรรณกรรมรวมเรื่องสั้นที่มีความดีเด่น สมควรแก่การยกย่องให้เป็นวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนของประเทศไทย ประจำปี พ.ศ.2539

กุหลาบ มัลลิกะมาส
จะระพรรษ์ บุณยเกียรติ
ประยอม ชองทอง
วิพุธ โสภวงศ์
สุวรรณา เกรียงไกรเพ็ชร์
อัศศิริ ธรรมโชติ
อำพล สุวรรณธาดา

จากคำประกาศของคณะกรรมการตัดสิน รางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน(ซีไรต์) ประจำปี พ.ศ.2539


(พิมพ์ครั้งที่ 4)
สะพานขาด (รางวัลช่อการะเกด พ.ศ.2533)

หนังสือรวมเรื่องสั้นคัดสรร ซึ่งได้รับรางวัลในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ปี 2535 ด้วยสำนวนภาษาที่ละเมียดละไม ภาพรวมของสะพานขาดมุ่งสะท้อนให้เห็นถึงสถาพวิถีชีวิตของชาวปักษ์ใต้ ที่มีความขัดแย้งอยู่กับปริบททางสังคมการเมืองอย่างหนักหน่วง ความไม่เข้าใจ (หรือไม่พยายามที่จะทำความเข้าใจ) กันของผู้ปกครองที่มีต่อผู้อยู่ใต้การปกครองเสมือนสะพาน (ทางความคิด) ที่ขาดออกจากกัน ซึ่งไม่รู้ว่าจะเชื่อม

 ความคิดเห็นที่ 6

26 ก.พ.2549  เวลา 14:58 น.
โดย.. แผ่นแพ้นนน..^-^' 58.10.219.216  

ขอร่วมแสดงความเสียใจอาลัย..อาวรณ์อีกคนนะ..

 

...........ชอบหนังสือ..เรื่อง..แผ่นดินอื่นมาก...............ชอบมากจิงๆ++นะ... 

 

 

 


 ความคิดเห็นที่ 7

5 มี.ค.2549  เวลา 14:40 น.
โดย.. ดอย คมขวาน 202.28.38.253  

ทุกคนเกิดมาร้วนต้องจากไป

ไม่ช้าก็เร็ว...เท่านั้นเอง

และ..อีกไม่นานพวกเราทุกๆคนก็คงต้องตามท่านไป...ขอท่านจงสู่ขติภพ

 


 ความคิดเห็นที่ 8

6 มี.ค.2549  เวลา 12:12 น.
โดย.. ชมพูนุช 58.11.10.152  

ปิดตัวเองไม่ได้รับรู้ข่าวสาร เพราะมุ่งอยู่กับงาน...เมื่อวานนี้ได้กลับไปบ้าน พร้อมกับซื้อขวัญเรือนฉบับล่าสุด เปิดอ่านได้สักพักก็ช็อกกับเรื่องราวอันน่าใจหายที่คาดไม่ถึง..ถามคนที่บ้าน พวกเขาบอกว่านึกว่าเรารู้แล้ว และคิดว่าคงเศร้าใจ จึงไม่ได้บอกหรือถามย้ำในเรื่องการจากไปของคุณกนกพงษ์.....อย่างไรก็ตาม คงไม่มีคำพูดหรือตัวอักษรใดที่จะมาบรรยายความรู้สึกอันเกิดจากการศูนย์เสียได้ทั้งหมด..แต่สิ่งหนึ่งที่ ต้องพึงรับรู้กันไว้คือ โลกได้เสียพลังสมองและพลังความคิดอันเป็นปัจเจกอุดมการณ์ไปแล้ว..และพลังนี้ไม่มีใครแทนใครหรือหาใครมาทดแทนได้..อาลัยและสุดเสียใจเป็นอย่างยิ่ง...ขอให้ทุกคนเก็บผลงานของท่านไว้..วันหนึ่งท่านจะพบว่า ในความ"เครียด"และ"แรง" ของผลงานของคุณกนกพงษ์นั้น ได้ซ่อนคุณค่าอันมหาศาลไว้......ยังคิดอยู่บ่อย ๆ ว่า เมื่อไหร่จะได้อ่านนวนิยายเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ภาคใต้ดังที่คุณกนกพงษ์ได้บอกว่ากำลังรวบรวมข้อมูลดิบอยู่เสียที...จดหมายที่คุณกนกพงศ์ได้กรุณาเขียนตอบมา ภาพที่คุณกนกพงษ์ได้กรุณาถ่ายคู่ ยังเก็บไว้อย่างดี....พักผ่อนให้สบายนะคะ..อุดมการณ์ของคุณจะไม่ศูนย์เปล่าแน่นนอน...ขอบคุณที่เกิดมาเพื่อสร้างพลังอันมหาศาลไว้เป็นของขวัญกับโลก..อาลัยรักเป็นอย่างยิ่ง.....ชมพูนุช.

ปล.พี่ชมพู ขอบคุณพี่ชมพูที่กรุณาดูแลพี่กนกพงษ์และได้เติมสีสันต์ให้กับชีวิตของพี่กนกพงษ์ เป็นกำลังใจให้พี่ ในอันที่จะช่วยรักษาอุดมการณ์ของพี่กนกพงษ์ไว้ตลอดไปนะคะ.

 


 ความคิดเห็นที่ 9

23 ส.ค.2549  เวลา 01:34 น.
โดย.. รุ่ง 58.8.168.77  

ไปอยู่ทางโนน้ ช่วยย่อยโลกทางโนน้ไว้ให้ก่อนนะพี่

เวลาฉันไปทัน จะได้ดื่มด่ำเสพงานของพี่อีก.

------ ขอร่วมอาลัยด้วยความรัก แม้ไม่เคยมีความสัมพันธ์กัน---------

รุ่ง

 


 ความคิดเห็นที่ 10

23 ส.ค.2549  เวลา 19:23 น.
โดย.. 1234 202.28.68.6  
สู่สุคตินะคะ น่าเสียดายคนมีความสามารถ

 ความคิดเห็นที่ 11

21 ธ.ค.2549  เวลา 10:14 น.
โดย.. ริมเขื่อน 61.19.85.53  

ขอให้วิญญาณของอาจารย์ได้พบกับแสงสว่างนะครับ  อาลัยเสมอ

ผมขอให้อาจารย์ช่วยให้งานของผมได้คะแนนเยอะๆด้วยนะครับ

เด็กริมเขื่อน


 ความคิดเห็นที่ 12

13 ก.พ.2551  เวลา 13:32 น.
โดย.. ทอรุ้ง 118.173.63.99  

13  กุมภาพันธ์  2551  ( พังงา )

วันนี้เป็นวันที่พี่หนกจากพวกเราไป  2  ปีพอดี  คิดดูแล้วเวลา  2  ปีผ่านไปเร็วมาก  รู้สึกว่าความรู้สึกแห่งการสูญเสียยังคงอ้อยอิ่งอยู่นั่นเอง  อ่านหนังสือพี่ทุกคืน  คิดถึงเสมอ  รู้สึกว่าพี่ยังอยู่กับเรา  แต่ไม่พบเจอกันเท่านั้นเอง  ตอนนี้พี่อยู่ที่ไหนนะ  เป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้  เมื่อเช้าตื่นขึ้นมา  รู้สึกว่าโหวงเหวงจัง  โทรหาพี่ชมพู  พี่พูกำลังจะไปทำบุญที่วัด  เวลา 2  ปีท่ผ่านมาถ้าพี่ยังอยู่คงมีงานออกมาให้ได้อ่านบ้าง  มีอะไรให้รอคอยติดตาม  แต่นับจากนี้เมื่อผลงานของพี่ทยอยออกหมดเราคงเงียบลงไปอีก  เพราะว่างานเขียนแบบนี้ไม่มีใครในโลกนี้ที่เขียนได้เหมือน  ได้แต่หวังว่าพี่พูจะใช้จิตวิญญาณของพี่หนกที่อยู่ในหัวใจ  สร้างงานที่สะท้อนถึงความคิด  ความรู้สึก  ความต้องการของพี่หนก  ออกมาให้ได้อ่านบ่อยๆ  เมื่อก่อนไม่ค่อยได้อ่านงานพี่พูเลย  แต่ตอนนี้พยายามหามาไว้  มีความรู้สึกว่าอ่านงานพี่พูเหมือนอ่านเรื่องของพี่หนก  
ถ้าพี่พูเข้ามา  ก็ขอให้เข้มแข็งนะคะ  พี่เป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุด  ที่ ได้ใช้ชีวิตกับพี่หนก  ได้ดูแลและอยู่กับพี่หนกจนนาทีสุดท้ายของชีวิต  หวังว่าพี่พูมีชีวิตอยู่ด้วยความรัก  ความปรารถนาดีของน้องๆนักอ่าน  และร่วมรับรู้ในความรู้สึกของพวกเราตลอดไปนะคะ
รักพี่หนกมาก  และ  จะรักพี่พูด้วย
จากคนชื่อ  ทอรุ้ง   สุริยกานต์  ( ชื่อนี้พี่หนกตั้งให้นะ ) 


 ความคิดเห็นที่ 13

21 พ.ย.2551  เวลา 20:43 น.
โดย.. เด็กเสกั๊ก 124.122.202.156  
สู่สุคติพี่ที่รัก....เด็กเสกั๊ก

 ความคิดเห็นที่ 14

29 เม.ย.2554  เวลา 15:05 น.
โดย.. ยากร 182.52.214.10  
ท่านจากไปคงอยู่ไว้คือผลงานอันแสนล้ำค่า คู่ควรแก่การยกย่องในความสามารถและความคิดมุมมองในทรรศนะของท่าน...ด้วยความอาลัยยิ่ง


    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน