-"เทมาเซก คือใคร?"-



ผมว่าวันนี้คนไทยถึงไม่สนใจ แต่พรุ่งนี้..มะรืนนี้ คนไทยอาจจำเป็นต้อง "สนใจ" ใคร่รู้เป็นพิเศษก็ได้

ฉะนั้น ศึกษากำพืด "เทมาเซก โฮลดิ้ง" ให้รู้กันไว้คร่าวๆ ก่อนดีกว่าว่า เทมาเซก นี้ เป็นชื่อเล่น ส่วนชื่อจริงคือ

"ประเทศสิงคโปร์" นั่นเอง!

เราต้องรู้กันก่อนว่า "จุดแข็ง" ของสิงคโปร์คือ "จุดอ่อน" ของเขา คือเขาไม่มีทรัพยากรธรรมชาติอะไร นอกจากที่ตั้งภูมิศาสตร์ทางทะเล ฉะนั้น ธรรมชาติจึงชดเชยความถนัดด้านการซื้อมา-ขายไปคือ "อาชีพนายหน้าค้าความรวย" ให้กับสิงคโปร์

งานบริการ สิงคโปร์เก่ง ธุรกรรมการเงิน-การธนาคาร ก็เป็นหนึ่งในงานบริการที่สิงคโปร์ถนัด

ฉะนั้น สิงคโปร์จึงเป็น "ศูนย์กลางการลงทุน" เม็ดเงินจากทั่วโลกทั้ง "เงินขาว-เงินดำ" ต่างไหลมาที่สิงคโปร์ เพื่อกระจายไปสู่ระบบการลงทุนแสวงหากำไรในประเทศต่างๆ

เทมาเซก โฮลดิ้ง คือบริษัทที่กระทรวงการคลังสิงคโปร์ตั้งขึ้น เพื่อใช้เป็นตัวแทนไปลงทุนในอุตสาหกรรมต่างๆ ในหลายๆ ประเทศ เรียกว่า เป็นการพัฒนาขีดความสามารถทางเศรษฐกิจในบท "กลุ่มทุนข้ามชาติ" เทมาเซกนี้ตั้งมาร่วม 40 ปีแล้ว บริหาร-จัดการการลงทุนทั้งหมดแทนรัฐบาล จัดกลุ่มธุรกิจด้วยการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสิงคโปร์ คอยยุยงส่งเสริมให้แปรรูปรัฐวิสาหกิจในเป้าหมายไปเป็นของเอกชน

การลงทุนของเทมาเซก จะเน้นไปทางร่วมลงทุนระดับรัฐบาล อย่างสนามบินสุวรรณภูมิของเรา "เทมาเซก" ก็ร่วมลงทุนด้วย

ธุรกิจที่เทมาเซกชอบมากในการลงทุนระยะยาวก็จำพวก ธนาคาร สถาบันการเงินโทรคมนาคม และสื่อสารมวลชน ขนส่ง โลจิสติกส์ (การที่ ร.ส.พ.ของเรายุบไปให้จับตาดูฉากต่อไปให้ดี) อสังหาริมทรัพย์ อย่างแลนด์แอนด์เฮ้าส์ อาจเรียกได้ว่า แลนด์ออฟสิงคโปร์

บริษัท ที.ซี.ซี.แคปปิตอลแลนด์ ของเสี่ยเจริญ-เบียร์ช้าง ที่ตั้งขึ้นมาพัฒนาที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยและธุรกิจในย่านไข่แดงกรุงเทพฯ นี่ก็ "เสร็จ" เทมาเซก เช่นกัน

ธุรกิจการบิน โครงสร้างพื้นฐานและวิศวกรรม และที่สำคัญธุรกิจด้านพลังงาน และปิโตรเลียม เทมาเซก..ชอบมาก!

สังเกตให้ดีก็จะเห็นว่า นี่คือการล่าอาณานิคมยุคใหม่ ไม่ใช่การยึดครองประเทศด้วยการยึดครองดินแดนให้เห็นอย่างยุคก่อน การล่าอาณานิคมในจักรวรรดินิยมยุคใหม่นี้ เขายึดข้างในก่อนข้างนอก
คือยึดครองทางระบบ "เศรษฐกิจ-ธุรกิจ" อันเป็นข้างในก่อน เป้าหมายก็อย่างที่ว่า มุ่งบริษัทธุรกิจขนาดใหญ่ สถาบันการเงิน และรัฐบาล เรียกว่า "กุมหัวใจ" แล้วร่างกายอันเป็น "ภายนอก" จะไปทางไหนเสีย! ผมอยากให้ข้อมูลไว้เพื่อการติดตามดูอนาคตประเทศเรา "สถาบันการเงิน" วันนี้ ท่านไปพลิกรายชื่อ "ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 10 รายแรก" ของแต่ละธนาคารดู
-ยูโอบี รัตนสิน ไม่ต้องพูดถึง สิงคโปร์เต็มตัว

-ทหารไทย ได้ยินชื่อแสลงใจ เพราะไส้เป็นทหารสิงคโปร์

-นครหลวงไทย เป็นนครหลวงสิงคโปร์มานานแล้ว

-ดีบีเอส ไทยทนุ เหลือแต่ชื่อไทย เจ้าของคือสิงคโปร์

-ไทยธนาคาร ชื่อเงี้ยไทยจ๋า แต่สิงคโปร์หราทั้งตัว

-เอเชีย เดิมเนเธอร์แลนด์ นี่ก็เสร็จสิงคโปร์ไปอีก

-กรุงเทพ ใหญ่อันดับ 1 แต่สิงคโปร์หุ้นใหญ่อันดับ 1

-กรุงศรีอยุธยา กรุงเก่าของเราแต่ก่อน ก็ไม่รอดสิงคโปร์

-กสิกรไทย ก็กลายเป็น "กสิกรสิงคโปร์" เหมือนแบงก์กรุงเทพ

-กรุงไทย ขึ้นชื่อว่าเป็นแบงก์รัฐบาล แต่ผสมรัฐบาลสิงคโปร์

สรุปแล้ว "ธนาคารพาณิชย์ไทย" ร้อยละ 99.99 ไม่มีแบงก์ไหนที่ในรายชื่อ "ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 10 รายแรก" จะไม่มีชื่อ

HSBC (SINGAPORE) NOMINEES PTE LTD
แบงก์พาณิชย์ เรารู้กันเหมือนท่องอาขยานว่า เป็นผู้ทำหน้าที่สรรค์สร้าง-บริหารสภาพคล่องให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศ

แล้ววันนี้ เครื่องมือสำคัญในการสร้างสภาพคล่องให้ระบบเศรษฐกิจ "ทั้งหมด" ตกอยู่ภายใต้การควบคุมกลไกบริหาร ภายใต้การควบคุมเงื่อนไขนโยบายโดยต่างชาติ

"ทุกแบงก์" ในประเทศไทย ล้วนสิงคโปร์ควบคุม และล้วนสิงคโปร์ครอบครอง

ผมไม่มีความเห็น แต่บอกไว้เป็นข้อมูลสำหรับท่านทั้งหลาย

สถาบันการเงิน-ธนาคาร สิงคโปร์ก็ครองไปแล้ว บริษัทโทรคมนาคมและการสื่อสาร สิงคโปร์ก็ครองไปแล้ว

บริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ก็กำลังเป็นฮับให้เงินสิงคโปร์ไหลยึดครองแผ่นดิน

ผู้นำประเทศสิงคโปร์ก็สนิทชิดเชื้อกับผู้นำประเทศไทย ไปเหย้า-มาเยือนกันไม่ขาด ในฐานะมิตรสหายร่วมสาย "จอร์จ ดับเบิลยู. บุช"
สิงคโปร์คือ "นายหน้า" โดยเฉพาะเป็น "นายหน้าให้สหรัฐอเมริกา" ในภูมิภาคนี้ผมลืมบอกไปว่า นอกจากสถาบันการเงิน โทรคมนาคม อสังหาริมทรัพย์แล้ว อีกสถาบันหนึ่งที่สิงคโปร์คืบคลานเข้ามา (นานแล้ว) นั่นก็คือ "พื้นที่กองทัพไทย" แล้วค่อยคุยกันในวันหลังนะครับ.


ภาพด้านล่าง: ยอดเขาเจ็ดยอด ยอดภูบรรทัดที่สูงที่สุด เป็นจุดสามารถมองเห็นได้ทั้งด้าน จ.ตรังและ จ.พัทลุง

 khaojedyod1.jpg
 


โดย.. , 67.32.208.27   


 

 ความคิดเห็นที่ 1

4 ก.พ.2549  เวลา 16:58 น.
โดย.. คดท 203.146.104.41  
มีอะไรจะขายอีกบ้างครับ   ซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้า.......

 ความคิดเห็นที่ 2

6 ก.พ.2549  เวลา 08:07 น.
โดย.. เจ้าชาย 61.19.70.2  

วันนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าบ้านเมืองเรายังล้าหลังอยู่มาก    เรากำลังคำนึงถึงการทุจริต

ถึงจะเอาผิดผู้นำได้

บ้านเมืองที่เขาเจริญแล้วคุณธรรมของผู้บริหารเป็นสำคัญด้วย  มีผู้นำหลายคนหลายประเทศไปไม่รอดในเรื่องนี้  หากไปรอด  ประเทศนั้นส่วนมากคุณธรรม  จริธรรม จะเสื่อม


 ความคิดเห็นที่ 3

14 ก.พ.2549  เวลา 12:49 น.
โดย.. คนรักตรัง 221.128.98.71  

ไม่เข้าใจเลยยังมีคนหลงนายกคนนี้กัเหลย  ทั้งขี้โกง ปากเสีย ขาดคุณธรรม  สักวันหนึ่งหากมันตกต่ำลงมาคนที่เคยชอบหัวปักหัวปำจะเป็นพรรค์พรื้อ


 ความคิดเห็นที่ 4

24 ก.พ.2549  เวลา 12:33 น.
โดย.. รักนะเด็กโง่ 58.8.185.132  

รักชาติ ต้องเริ่มทำที่ตัวเองก่อน 

คนไทยเรายังขาดทรัพยากรณ์ในด้านบุคคล ซึ่งการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ ในขณะที่ทุกประเทศต่างพัฒนาทั้งด้านบุคลากกร และด้านเทคโนโลยี แต่ไทยเรามีแต่จะพัฒนาโดยการซื้อเทคโนโลยีชาวบ้านเค้า โดยไม่คิดที่จะเอามาพัฒานาหรือ สร้างเอง เห็นเด็กไทยวันนี้แล้ว     ยังมองภาพไม่ออกเลยว่า ต่อไป ต่างชาติ จะเข้ามากลืนชาติเราด้วยสมองอันชาญฉลาดของเขาจนหมดมั้ย เพราะในตอนนั้น คงยังมีคนไทยอีกหลายคนะที่ยังไม่ตาสว่างซักที เกมส์  ของพวกต่างชาติที่ค่อยๆ กลืนเรานั้นมันเริ่มมานานแล้ว และก็มากขึ้นทุกๆวัน ก็หวังว่าเด็กไทยทุกคน หากยังรักและหวงแหนชาติ ก็ต้องตั้งใจศึกษาเรียนรู้ ให้ทันต่อโลกที่นับวันจะทวีความรุนแรง แข่งขันกันมากขึ้น ซึ่งต่อไปศัครูตัวสำคัญของไทย นั้นคือต่างชาติ  นั้นเอง........

                                         อยากให้บ้านเมืองพัฒนา จงเริ่มที่ตัวเราก่อน เป็นวิธีช่วยชาติโดยตรงเลยค่ะ



    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน