ปัญหาพิพาทที่ดิน ทุ่งอ่าวเหมาะ


กรณีพิพาทเรื่องที่ดินในเขตอุทยาน แห่งชาติหาดเจ้าไหม บริเวณทุ่งอ่าวเหมาะ ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง เนื้อที่ 69 ไร่ ระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง (อบจ.ตรัง) และอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างอ้างในกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าว

หากพลิกดูถึงความเป็นมาของที่ดินดังกล่าว เดิมทีอยู่ในพื้นที่จํานวน 2,025 ไร่ 3 งาน 97ตารางวา เป็นที่สาธารณประโยชน์ "ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ปากเมง ทุ่งอ่าวเหมาะ" ได้ขึ้นทะเบียนไว้เป็นที่สาธารณประโยชน์สําหรับประชาชนใช้เป็นที่เลี้ยงสัตว์ พาหนะ ร่วมกันตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคม 2481 โดยอาศัยอํานาจตามความใน พ.ร.บ.ว่าด้วยการหวงห้ามที่ดิน รกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ.2478 ต่อมาได้ออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวง ฉบับที่ 2592/2511 ลงวันที่ 30 เมษายน 2511

ต่อมาปี พ.ศ.2524 ได้มีพระราชกฤษฎีกากําหนดบริเวณที่ดินป่าคลองไหโล้ ป่าคลองปอ และป่าคลองกันตัง ต.ไม้ฝาด อ.กันตัง จ.ตรัง ให้เป็นอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เนื้อที่ประมาณ 144,300 ไร่ โดยได้คลุมเอาพื้นที่สาธารณประโยชน์ "ทุ่งอ่าวเหมาะ" บางส่วนเนื้อที่ประมาณ 400-500 ไร่ เป็นเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม

ปี พ.ศ.2528 ได้มีพระราชกฤษฎีกาถอนสภาพที่สาธารณประโยชน์ทุ่งอ่าวเหมาะทั้งแปลง เพื่อให้องค์การบริหารส่วนจัง หวัดตรังจัดหาประโยชน์ มาในสมัย นายกิจ หลีกภัย ดํารงตําแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ตรัง ที่ประชุม สภา อบจ.ตรังมีมติให้นําที่ดินจํานวน 69 ไร่ มาจัดหาประโยชน์ จากบันทึกการประชุมครั้งที่ 1/2545 ได้มีการจัดตั้งคณะ กรรมการจัดหาประโยชน์โดยการเปิดโอกาสให้เอกชนเช่าใน อัตราระยะเวลาเช่า 20 ปี และเพิ่มอัตราเช่า 15% ทุก 5 ปี จนถึงบัดนี้มีเอกชนเช่าไปแล้ว 61 ไร่ 13.72 ตารางวา จํานวน 17 ราย และ อบจ.ได้รับประโยชน์จากสัญญาเช่าปีละ 372,050 บาท

ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการที่อุทยานฯอ้างกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงดังกล่าว เข้าจับกุมเอกชนซึ่งเช่าที่ดินจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด ในกรณีที่มีการเข้าไปทําประโยชน์ในที่ดินแปลงดังกล่าว กระทั่งกลายเป็นข้อพิพาทเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม แม้ว่าก่อนหน้านี้สภาพปัญหาอันดํารงอยู่มานานกว่า 20 ปี ไม่ได้รับความสนใจจากทั้ง 2 หน่วยงานในอันที่จะต้องเข้าไปแก้ไข พิสูจน์สิทธิให้ชัดเจน ว่าที่ดินจํานวน 69 ไร่ เป็นกรรมสิทธิ์ของ อบจ.หรือของอุทยานฯหาดเจ้าไหม

ความเดือดร้อนตกอยู่กับเอกชนผู้เช่าที่ดินแปลงดังกล่าวจาก อบจ.โดยตรง ด้วยเหตุผลที่ว่านอกจากจะต้องชําระเงินค่าเช่า ที่ดินให้กับ อบจ.ตรังแล้ว ยังไม่สามารถเข้าไปทําประโยชน์ในที่ดินแปลงดังกล่าวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ประการสําคัญยังถูกทางอุทยานฯหาดเจ้าไหมจับกุมดําเนินคดีในข้อหาบุกรุกที่อุทยานฯอีกด้วย จึงเป็นเรื่องที่ อบจ. ตรังจะนิ่งเฉยดูดายไม่ได้ จะต้องเร่งดําเนินการพิสูจน์สิทธิในกรรมสิทธิ์ที่ดินแปลงดังกล่าวให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเคยเสนอให้ นายนเรศ จิตสุจริตวงศ์ สมัยนั่งเก้าอี้ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เข้ามาเป็นเจ้าภาพหรือเป็นตัวกลางเพื่อช่วยแก้ไขปัญหา แต่ก็ไม่สัมฤทธิผล โดยนายนเรศบอกว่า ทั้งสองหน่วยงานต้องหันหน้ามาคุยกันเอง เพราะต่างก็อ้างว่ามีพระราชกฤษฎีกาทั้งคู่ อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาขอให้เป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประชาชนเป็นสำคัญ

ทางด้าน นายกิจ หลีกภัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ตรัง เปิดเผยว่า เพื่อหาข้อยุติกรณีพิพาทที่ดินแปลงดังกล่าว ตนเองได้เคยเชิญ นายเสนอ ตันเล่ง หัวหน้าอุทยานฯหาดเจ้าไหม นายธเนศ นิยม เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดตรัง มาร่วมปรึกษาหารือเพื่อหาทางออกร่วมกัน เพื่อมิให้เกิดความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานขึ้น เนื่องจากทุกฝ่ายต่างมีความต้องการพัฒนาความเจริญให้กับส่วนรวมเป็นหลัก ไม่ได้มุ่งหวังผลประโยชน์ส่วนตัว

"ขณะนี้ทาง อบจ.ตรังได้ตั้งงบประมาณให้ทางสํานักงานที่ดินเข้าไปตรวจสอบรังวัดแนวเขต ตามหลักฐานที่ทาง อบจ.มีอยู่ แล้ว ทั้งนี้เพื่อประกอบการพิจารณา ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบแนวเขตที่ดินทั้ง 3 ฝ่าย คงต้องอาศัยเวลาอีกระยะหนึ่ง จึงจะสามาาถชี้ชัดได้ หลักฐานเป็นไปอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น คงไม่มีปัญหาอะไร" นายกิจกล่าว

ขณะที่ นายเสนอ ตันเล่ง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม กล่าวว่า การประชุม 3 ฝ่ายคือ อบจ.ตรัง อุทยานฯ และที่ดิน จ.ตรัง ร่วมกัน ในเบื้องต้นให้ทาง อบจ. ที่ดิน และอุทยานฯไปสรุปจัดทําแนวเขตที่ดินเพื่อให้เป็นแผนที่แผ่นเดียว ในส่วน ของอุทยานฯคงไม่มีปัญหา เนื่องจากที่ผ่านมามีรายการรังวัดพื้นที่ทั้งมุมระยะองศาและเมตรอย่างละเอียด หากพบว่าพื้นที่ 69 ไร่ ทับซ้อนที่ของอุทยานฯ ทาง อบจ.ต้องขออนุญาต อุทยานฯ ก่อนจะให้ใครเข้าไปทำประโยชน์

แม้ว่าขณะนี้จะมีความพยายามหาข้อยุติปัญหาข้อพิพาทดังกล่าวโดยหน่วยงานเกี่ยวข้องทั้ง 3 แห่ง ประกอบด้วย นายธเนศ นิยม เจ้าพนักงานที่ดิน จังหวัดตรัง นายกิจ หลีกภัย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง และ นายเสนอ ตันเล่ง หัวหน้าอุทยานฯหาดเจ้าไหม ร่วมประชุมปรึกษาหารือถึงแนวทางยุติข้อพิพาทดังกล่าว

แต่มาวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ทําให้เชื่อว่าข้อพิพาทจะต้องยืดเยื้อไปอีกนาน เนื่องจากแนวทางปฏิบัติและหลักฐานของ 2 หน่วยงานที่มีอยู่ไม่สามารถนําไปสู่การแก้ปัญหาได้

และภาระหนักคงต้องตกอยู่ในมือของนายเชิดพันธ์ ณ สงขลา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรังคนใหม่ ที่จะต้องเข้ามาช่วยแก้ไขต่อไป

ที่มา : http://www.matichon.co.th/prachachart/prachachart_detail.php?s_tag=02phu05151248&show=1

โดย.. บก.ตั้ม (tumcyber) ส่งข้อความหลังไมค์ 203.172.88.143   


 

 ความคิดเห็นที่ 1

1 พ.ย.2551  เวลา 17:18 น.
โดย.. ปากดํา 124.120.170.197  

กูหมายถึงปัญหาปากดําไม่ใช่แผ่นเดินแผ่นดินอะไรนั่น

อินเทอเน็ตทําไมมันโง่อย่างงี้

แค่นี้ก็ไม่เข้าใจ โถ่เว้ย กูหงุดหงิดชิปเป๋งเลย แม่ง สาดๆๆๆๆๆ 



    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน