อยากมาเล่าเรื่องราว.....


  1 2    หน้าถัดไป >


อยากมาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับมารยาททางสังคมในเยอรมันที่พวกเรา (ชาวไทย) เจอะเจอ และสะสมมาเป็นประสบการณ์บอกกล่าวเล่าสู่กันฟัง ณ ที่นี้ ดีไหมคะ...

เริ่มจากเรื่องราวของ คุณเเม่ มิวนิึค (อยู่มิวนิค) ก่อนน่ะคะ่..........

......เมื่อครั้งที่แม่มิวนิคยังทำงานอยู่เมืองไทย เคยถามเจ้านายชาวต่างชาติว่า ทำไมนะ ไม่เคยเห็นเขาไปไหนมาไหน กับเพื่อนผู้ชายคนไยเลย เขาไม่มีเพื่อนคนไทยที่เป็นผู้ชายบ้างหรืออย่างไร...

เจ้านายต่างชาติตอบว่า...ผู้ชายไทย เวลาชวนไปกินอะไรข้างนอก มักชวนคนอื่นมาด้วย โดยไม่บอกเขาก่อนเสมอ จุดนี้ทำให้เขาเข้ากับผู้ชายไทยไม่ได้

แม่มิวนิคฟังแล้ว ก็เข้าใจ เพราะเคยอ่านเจอมาก่อนว่า ธรรมเนียมชาวตะวันตกนั้น เมื่อเราได้รับเชิญจากใคร หากผู้เชิญไม่ได้ระบุว่าให้พาใครอื่นมาด้วย หมายความว่า เจ้าภาพเขาเชิญเราเพียงคนเดียว เราไม่ควรพาคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นแฟน สามี หรือภรรยาไปด้วยโดยไม่ได้ขออนุญาตผู้ที่เชิญเราเสียก่อน
IP : 62.104.218.83 , , 80.184.60.120

โดย.. มาราตี 84.149.129.105   


 

 ความคิดเห็นที่ 1

31 พ.ค.2548  เวลา 21:32 น.
โดย.. มาราตี 84.149.129.105  
ครั้งหนึ่งแม่มิวนิคเชิญเพื่อนร่วมชมรมฯคนหนึ่งมารับประทานอาหารเย็นที่บ้าน ระบุว่าเชิญเธอ สามี ลูกชายและลูกสะใภ้ของเธอด้วย

ครั้งแรกเธออีเมล์ตอบรับมา แจ้งว่า เธอคงไปได้คนเดียว สามีติดธุระต้องเดินทางไปต่างประเทศ ลูกชาย-ลูกสะใภ้ก็ยุ่งๆกับกิจกรรมของพวกเขา และเธอขออนุญาตพาบาร์บาราไปด้วยได้ไหม (บาร์บารา เป็นเพื่อนร่วมชมรมฯอีกคนหนึ่งของพวกเรา) แม่มิวนิคตอบไปว่าได้เลย

หลายวันถัดมาเธอรีบโทรศัพท์มาบอกว่า เผอิญสามีเธอกลับจากต่างประเทศก่อนกำหนดการ และวันที่ได้รับเชิญเขาก็จะอยู่มี่มิวนิคนี้ ขอเปลี่ยนเป็นว่าให้สามีมาด้วยได้ไหม แม่มิวนิคตอบว่า ดีแล้ว พามาด้วยเลย

นี่เป็นตัวอย่างจากเรื่องจริงค่ะ เพื่อนๆเห็นต่างจากธรรมเนียมไทยไหมคะ

 ความคิดเห็นที่ 2

31 พ.ค.2548  เวลา 21:34 น.
โดย.. มาราตี 84.149.129.105  
อีกเรื่องหนึ่งคือการใช้โทรศัพท์ มีเรื่องจริงมาเล่าให้ฟังค่ะ

ตั้งแต่ที่บ้านแม่มิวนิครับนักศึกษาไทย (ลี)มาพักอยู่ด้วย ทำให้ได้รู้ว่าคนเยอรมันนี่เขามีวัฒนธรรมในการใช้โทรศัพท์ต่างจากคนไทยแน่ะค่ะ

เคยมีคนไทยหลายคนที่โทรศัพท์มาที่เบอร์บ้านของพวกเรา สามีแม่มิวนิครับแล้วก็ให้มีอาการหงุดหงิด มาระบายเอากับแม่มิวนิคว่า ให้บอกลีด้วยสิว่า เขาไม่ใช่โอเปอร์เรเตอร์ ที่จะมาคอยรับโทรศัพท์และตอบคำถามนั่นนี่ให้คนที่เขาไม่รู้จักแม้แต่ชื่อเสียงเรียงนามนะ

เลยได้พูดคุยกันถึงเรื่องการใช้โทรศัพท์ของคนไทยที่เมืองไทยให้เขาฟัง คนไทย(รวมทั้งแม่มิวนิคเอง) สมัยอยู่เมืองไทยน่ะ เวลาโทรศัพท์ไปหาใครทีไร ไม่เค้ยไม่เคยบอกชื่อเสียงเรียงนามของตัวเองให้คนปลายทางรู้เลย ราวกับว่ายิ่งลึกลับได้เท่าไรยิ่งเป็นเรื่องน่ายกหัวนิ้วมือให้เท่านั้น เพิ่งมารู้เมื่อสามีเล่าให้ฟังนี่แหละค่ะว่า ที่เยอรมัน (เข้าใจว่า รวมทั้งประเทศทางตะวันตกอื่นๆด้วย) เวลาเราโทรศัพท์ไปหาใครเราจะต้องบอกชื่อเสียงเรียงนามของเราก่อน เพื่อให้คนที่อยู่ปลายสายทราบว่าเราเป็นใคร เป็นการแสดงความจริงใจ หาไม่แล้วจะถูกถือว่าไม่มีมารยาทในการใช้โทรศัพท์

ครั้งหนึ่งแม่มิวนิคเคยอ่านเจอในบทบรรณาธิการหนังสือเอลแทร์น (Eltern) เขาเขียนประเด็นหนึ่งไว้ว่า เด็กๆปัจจุบันหย่อนยานเรื่องมารยาทกันไปเยอะ มีเพื่อนๆของลูกเขาโทรศัพท์มาที่บ้านแต่ไม่ยอมบอกว่าตนเป็นใคร...จุดนี้ก็คงเป็นการสนับนุนเรื่องที่เรากำลังคุยกันประเด็นนี้อยู่นะคะ

 ความคิดเห็นที่ 3

31 พ.ค.2548  เวลา 21:37 น.
โดย.. มาราตี 84.149.129.105  
ข้างล่างเป็นข้อคิดเห็นของคุณเมย์ แห่งเนิร์นแบร์กค่ะ.................

"เมย์มีเรื่องจะเล่าให้ฟังนะไม่รู้ว่าที่ประเทศอื่นเป็นยังงี้ป่าว ที่เยอรมันแตกต่างจากประเทศไทยหลายอย่างนะ เช่น (เอาเท่าที่คิดออกตอนนี้นะ)

1. การปอกผลไม้ มันฝรั่งหรือปอกอะไรก็แล้วแต่ เค้าจะปอกเข้าหาตัว แต่คนไทยจะปอกหันมีดไปจากตัวอ่ะ แปลกดี เห็นแม่สามีทำ เค้าก็ทำคล่องนะ แต่เมย์กลัวมันจะเจื๋อนตัวเองอ่ะดิ

2. เวลาล้างจาน ชาม แก้วนะ เค้าจะล้างน้ำอุ่นมาก ๆ ๆ ล้างเสร็จก็จะเช็ดให้แห้งแล้วเก็บทันที ไม่มีวางให้สะเด็ดน้ำแล้วแห้งเองเหมือนบ้านเรานะ แต่ไม่มีกลิ่นคาวด้วย เมย์พิสูจน์มาแล้วอีกเหมือนกัน
จริง ๆ ก็มีเครื่องล้างจานนะ แต่มันจะล้างนาน เมย์เลยชอบล้างเองมากกว่าน่ะค่ะ

3. เวลาล้างมีดนะ ถ้าที่เมืองไทยเราจะเอาปลายมีดวางลงในตระกร้าพักล้าง แต่นี่เค้าจะเอาปลายมีดขึ้นอ่ะ เสียว ๆ เวลาล้างมันจะเจื๋อนอ่ะดิ ยิ่งคม ๆ อยู่

4. มีดที่นี่จะเป็นรอยหยัก ๆ ๆ แทบทั้งนั้นเลยอ่ะ ไม่ค่อยมีเรียบ ๆ

5. เวลากินอาหารต้องรอให้สมาชิกครบก่อน จะไม่มีใครยอมกินก่อนเลย ถ้าหากสมาชิกไม่ครบ แม้จะหิวมากก็ตาม

 ความคิดเห็นที่ 4

31 พ.ค.2548  เวลา 21:39 น.
โดย.. มาราตี 84.149.129.105  
(ต่อ)
6. เวลาสั่งอาหาร(ไปกินอาหารข้างนอก) เค้าจะสั่งของใครของมันนะ ไม่มีมาแชร์เหมือนบ้านเรา ประเภท สั่งแกงสองอย่าง ยำอย่าง แล้วข้าวคนละจานแบ่งกันกิน ไม่มีแบบนั้นอ่ะ

7. ซื่อตรงมาก ๆ เวลาซื้อตั๋วขึ้นรถไฟ สตราเซนบาน อูบานก็แล้วแต่ ถึงแม้จะไม่ค่อยมีคนมาตรวจตั๋วเลยก็ตาม แบบนาน ๆ ที แต่พวกนี้นะคะ ถ้าไม่มีตั๋วเค้าต้องซื้อ ต้องสแต๊มป์ตั๋ว แม้จะไม่มีคนตรวจ เค้าจะไม่โกงเลยค่ะ เพราะเค้าบอกถ้าเจอตรวจจับได้จะโดนปรับ

8. เข้าแถวต่อคิวกันอย่างเป็นระเบียบ ใครมาก่อนได้ก่อน แต่เมื่อไม่นานมานี้เจอตาลุงคนนึงค่ะ คนอื่นเค้ามาก่อน ตานี่อยู่ดี ๆ รีบแซงจะไปกดบัตรคิวก่อนคนอื่นเลย แย่มาก ๆ แต่เห็นอยู่คนเดียวนะคะ ตั้งแต่อยู่ที่นี่ เพราะปกติเค้าจะมีวินัยกันมาก

9. ที่นี่จะเห็นเด็กสำคัญนะ เวลาไปไหนจะมีที่นั่งให้เด็ก มีของเล่นให้เด็ก ในห้องน้ำก็มีที่เปลี่ยนผ้าอ้อมด้วย ไม่เหมือนเมืองไทยเนอะ บางที่ก็มีบางที่ก็ไม่มี

10. คนเยอรมันนิยมนั่งรถบัส สตราเซนบาน อูบานมากกว่าขับรถไปจอดถึงที่ ไม่เข้าใจทำไมเนอะ เค้าว่าเสียค่าจอดรถทำให้พวกเค้าเสียความรู้สึก(จริง ๆ คืองกหรือเปล่านะ)และหาที่จอดยากในเมืองนะ บางทีขับรถไปจอดที่อู่รถแล้วต่อรถเมล์อ่ะ ไม่เข้าใจจริง ๆ เลย แต่ดีที่ว่ารถเมล์เค้ามาตรงเวลามาก ๆ ถ้าไปเร็วกกว่าเวลาก็ต้องหยุดจอดที่ป้ายให้ตรงเวลาด้วยอ่ะ แล้วรถไม่ค่อยแน่น บริการดี จอดทุกป้ายที่มีคนขึ้น และสะอาดด้วยนะ เอารถเข็นเด็กขึ้นไปก็ได้

11. คนเยอรมันไม่ค่อยดื่มน้ำเปล่านะ ส่วนใหญ่จะดื่มน้ำผลไม้ น้ำอัดลม เบียร์ น้ำโซดา กันส่วนมาก น้ำเปล่าจริง ๆ ก็มีดื่มแต่น้อยอ่ะ

12. ที่นี่จะไม่มีหมาพเนจรนะคะ แบบวิ่งไปมาโดยไร้เจ้าของไม่มีแน่ ๆ ไม่งั้นอาจโดนปรับหรือจับได้ ต้องมีเชือกจูงและมีเจ้าของค่ะ ฉะนั้นเมย์ก็ยังไม่เคยเจอหมาขี้เรื้อนหรือหมาข้างถนนที่นี่เลยค่ะ

13. แล้วจริงหรือไม่ก็ไม่รู้แหละ เวลาเจอคนอย่ามองเค้าแบบตรง ๆ อ่ะ อธิบายไม่ถูก แบบอย่ามองตาอะไรเงี๊ยะ เมย์ก็ไม่เข้าใจทำไม เค้าว่าถ้ามองแบบนั้นเหมือนดูถูกเค้า ไม่สุภาพ อะไรวะ เราก้อมองปกตินะ ก็เราจริงใจนี่จะให้หลบตาทำไมอ่ะ เค้าห้ามจ้องค่ะ จ้องไม่ได้ ไม่รู้ที่อื่นเป็นงี๊ป่าว เมย์โดนแฟนดุครั้งนึงว่าอย่าไปจ้องเค้าแบบนั้น งงเลยค่ะ

14. ตื่นเช้าขึ้นมาต้อง มอร์นิ่ง เยอรมันว่า มอร์เก้น หรืออะไรก็แล้วแต่ เจอกันจะทักกัน ถ้าไม่ทักกลับเหมือนไม่มีมารยาท บางทีเราตื่นมาเช้า ๆ ก็ยังไม่อยากคุยอยากพูดเราก็ต้องทัก แม้กับคนในครอบครัว

 ความคิดเห็นที่ 5

31 พ.ค.2548  เวลา 21:40 น.
โดย.. มาราตี 84.149.129.105  
*****. มารยาทในการจับมือกล่าวสวัสดี จับให้แน่น ยิ่งจับแน่นเท่าไรแสดงว่าเราจริงใจต่อเขามากเท่านั้น (บางคนจับแล้วไม่ปล่อย ...นั่นเรียกว่า "ชีกอ" ฮี่ๆๆๆ)


***** มารยาทการชนแก้ว แล้วพูดว่า "zum Wohl" ตอนชนแก้วต้องจ้องตากันด้วยนะ (อย่าอาย...แคะขี้ตาเราก่อน ..คงดีเน๊าะ)

 ความคิดเห็นที่ 6

31 พ.ค.2548  เวลา 21:43 น.
โดย.. มาราตี 84.149.151.106  
***** อย่างเวลารับประทานอาหารจะไม่มีการตักข้าวราดแกงมานั่งกินเลยอย่างบ้านเรา แต่ที่นี่จะต้องจัดโต๊ะก่อน (ไม่รู้บ้านอื่นเป็นงี๊เปล่า) เอาที่รองจานมาวาง วางมีด ซ้อม กระดาษเช็ดปากพร้อม บ้านเรา(ประเทศไทย)กินได้เลยไม่มีพิธีรีตองเนอะ

***** คนที่นี่กินน้ำไม่ใส่น้ำแข็ง สงสัยเพราะอากาศหนาวมั๊ง แต่เราติดอ่ะ อยู่เมืองไทยกินโค้กก็ต้องใส่น้ำแข็ง อย่างไปสั่งที่แม็คโดนัล ก็ต้องบอกเค้าว่าใส่น้ำแข็งด้วยนะ ถ้าไม่บอกเค้าก็จะไม่ใส่ให้

***** ไปซุปเปอร์มาเก็ตจะไม่มีการสวัสดีค่ะ เชิญค่ะเหมือนประเทศไทย (แน่นอน) ของก็ต้องหยิบมาใส่ถุงเอง ไม่มีการบริการจากแคชเชียร์ แถมถุงก็เป็นแบบกระดาษแม็คโดนัลฯ สีน้ำตาลน่ะค่ะ ไม่มีหูหิ้ว หรือ ไม่ถ้างั้นก็ต้องมีถุงหิ้วสีขาว (เหมือนคนแก่ถือ)มาด้วย ขนาดถุงกระดาษหรือถุงหิ้วยังต้องซื้อเลยค่ะ

***** อยู่ในบ้านต้องใส่ House Shoes ทำไมก็ไม่รู้ อยู่เมืองไทยไม่ใส่นะคะ อยู่ที่นี่ต้องใส่ค่ะ เป็นคล้าย ๆ รองเท้าที่ใส่ในบ้าน มันจะทำให้เท้าอุ่นเพราะอากาศหนาว

 ความคิดเห็นที่ 7

31 พ.ค.2548  เวลา 21:47 น.
โดย.. มาราตี 84.149.129.117  
ข้างล่างนี้เป็นข้อคิดเห็นของคุณไหม



1.ไม่ใช้ช้อนรับประทานอาหารทุกชนิด ยกเว้น ซุป

2.ขยะทุกชนิดแยกประเภท เช่น กระดาษ พลาสติก ฟอยล์ โดยจิตสำนึกของตัวเองแยกใส่ถุงเฉพาะนำไปทิ้งในถังเฉพาะ

3. ขวดซอสทุกชนิดหลังใช้หมดจะล้างจนสะอาดแยกฝาทิ้งเพราะฝาไม่ได้เป็นแก้วส่วนมากจะเป็นเหล็กและนำขวดไปทิ้งในถังขนาดใหญ่ที่เขียนใว้สำหรับทิ้งขวด

4. ร้านขายเสื้อผ้าร้านใหญ่ ๆจะมีห้องลองเยอะมาก ทุกคนสารถเลือกเสื้อผ้าเข้าไปลองได้ตามความพอใจ แต่ไม่เคยมีใครขโมยเสื้อผ้าเหล่านั้นเลย ซึ่งถ้าใครจะทำสามารถทำได้ง่ายมากเพราะไม่มีพนักงานคอยดูไม่มีบัตรเข้าไปลองไม่มี ทีวี วงจรปิด ถ้าบางคนคิดจะใส่กลับบ้านเลยและทับด้วยเสื้อที่ใส่มาจากบ้านหรือพับเสื้อใส่กระเป๋าแล้วเดินออกมาก็ไม่มีใครรู้ แต่ไม่เคยรู้นะคะว่ามีคนทำ เคยถามแฟนเหมือนกันค่ะแฟนบอกว่าคนที่นี่เขาไม่ทำกันหรอก

5. การไปเยี่ยมเพื่อน ๆ หรือญาติ ๆ ต้องโทรไปนัดก่อนทุกครั้ง ยกเว้น คนในครอบครัว พี่ ๆ น้อง ๆ ค่ะ

6. คนที่นี่นะเลี้ยงหมายังกะเลี้ยงลูกแน่ะ แล้วเวลาพาหมาไปเดืนเล่นก็ต้องนำถุงสำหรับใส่ขี้หมาไปด้วยนะ แล้วนำไปทิ้งในที่ ๆ สำหรับทิ้งขี้หมา คนที่นี่ชอบเลี้ยงหมานะ แต่รับรองได้ ไม่เคยมีใครเคยเหยียบขี้หมาเลยอ่ะ คือเขามีความเป็นระเบียบ มีจิตสำนึกที่ดีน่ะ แล้วเวลาหมาไม่สบายน่ะพาไปหาหมอแต่ล่ะที โห แพงน่าดูเลยแล้วเบิกกลับไม่ได้ด้วยซี แต่ถ้าลูกเราไม่สบายนะพาไปหาหมอยังเบิกกลับได้บางส่วนนะ...อือ คิดแล้วเลี้ยงลูกดีกว่าเลี้ยงหมานะพี่ว่า ....บางคน โห รักมากกินนอนกับหมาเลยอ่ะ พี่หมายถึงนอนเตียงเดียวกัน ดูแลอย่างกับลูกเลยนี่แสดงว่ารักมากกกก...เลยนะ

7. เวลาจะไปร้านเสริมสวยเนี่ยต้องจองก่อนนา ไม่ใช่อยู่ ๆ เนี่ยเราเซ็งคิดว่าจะไปเข้าร้านเสริมสวยซะหน่อย แหมไม่ได้เลยอ่ะ ต้องจองค่ะต้องจอง แล้วช่างเขาจะนัดเวลาเราอีกที หรือเรานัดเขาไปว่าเราจะไปเวลานั้นเวลานี้ และร้านเสริมสวยก็ไม่ได้เยอะเหมือนบ้านเรานะ....แล้วเตียงสระผมที่นี้นะ มันเก้าอี้นั่งธรรมดานี่เองไม่ได้เป็นเตียงนอนสบายเหมือนเมืองไทยนะ แล้วเขาสระผมเราพอสะอาดแค่นั้นเอง ไม่ได้นวดพิถีพิถันเหมือนเมืองไทยเลยอ่ะ.

8.เวลาใครถามอะไรต้องตอบนะ ห้ามพยักหน้าเชียวนา..การพยักหน้าที่นี่เขาถือว่าเป็นการเสียมารยาทอย่าแรงน่ะ..พี่น่ะโดนแฟนดุบ่อยเรื่องพยักหน้าเนี่ย ต้องตอบค่ะ เยส หรือ โน ก็ว่าไป สงสัยเวลาเราพยักหน้าเขาคงคิดว่าเราเป็นกิ้งก่ามั่ง อิอิๆๆ เอ...แต่ว่าที่นี่ไม่มีนี่นะเจ้าตัวกิ้งก่าเนี่ย

 ความคิดเห็นที่ 8

31 พ.ค.2548  เวลา 21:51 น.
โดย.. มาราตี 84.149.146.96  
มารยาทในการขับรถ
๑. เรากำลังรอจะเลี้ยว รถที่สวนทางมาเปิดไฟให้สัญญาณ แสดงว่าเขาให้ทางเรา (ผิดกับเมืองไทย ถ้ารถสวนทางมาเปิดไฟให้สัญญาณ แปลว่า"ข้อยไปก่อน อย่าได้ขับออกมาเชียว"


๒. ไม่บีบแตรรถเป็นว่าเล่น เขาจะบีบแตรรถก็เมื่อเป็นสัญญาณเตือนอันตรายเท่านั้น (ปิดกับเมืองไทย บีบแตรเป็นว่าเล่น ...บีบแตรด่ากันก็มีนะนั่น) ...เมื่อวานนี้ขับรถไปในเขตตัวเมือง มือดันไปกระแทกถูกแตร (ที่จริงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแตรรถอยู่ตรงไหน เพราะว่าไม่เคยใช้มันเล๊ย) ...เสียงดัง "ปิ๊น" ...โอย คนหันมามองกันใหญ่เลย ...เขินไปเลยนั่น


๓. ตรงทางม้าลาย ต้องหยุดให้คนข้ามก่อน ...ไม่ใช่ปล่อยให้คนข้าม รอรถให้ผ่านไปก่อน

๔.ห้ามจอดรถไปที่จอดรถของคนอื่นอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตห้องเช่าต่างๆ
ซึ่งผู้เช่าฯมักจะเช่าที่จอดรถด้วย ถึงแม้ว่าที่จอดรถจะว่างอยู่ ก็อย่าเผลอไปจอด ต้องหาที่จอดข้างๆถนนที่ให้จอด

๕.อย่าขับรถจี้รถข้างหน้า แถมไม่พอเปิดไฟไล่เขาอีกน่ะ ( เข้าเเจ้งความเอาเรื่องเราได้ เเล้วจะโดนทั้ง ปรับเเละยึดใบขับขี่ นานเป็นเดือนด้วยเเหละ)

 ความคิดเห็นที่ 9

31 พ.ค.2548  เวลา 21:53 น.
โดย.. มาราตี 84.149.142.155  
มาราตีอยู่ร้านขายเสื้อผ้า เป็นพนักงานขาย (ต้องเเข่งยอดขายกันด้วย)

ร้านขายเสื้อผ้าที่นี่ การบริการ เเละมารายาท ดีมากคะ
- ทักทาย เมื่อลูกค้าเดินเข้าร้านมาเเล้ว(ไม่มีการตะโกนเรียก เมื่อลูกค้ายืนมองอยู่หน้าร้าน

- ไม่เดินตามก้นลูกค้า เหมือนบ้านเรา

- ไม่เชียร์ลูกค้า จนรำคาญ เเค่ถามคำเดียว ถ้าเขาตอบว่า ดูอย่างเดียว จะไม่เชียร์อีก คือ พนักงาน จะไม่ มาจู้จี้ จุกจิกกะเราเลย


- ไม่โกหกลูกค้า ( เหมือนห้างที่เมืองไทย) ถ้าหนังเเท้ก็บอกว่าเเท้ พลาสติกก็บอกว่า พลาสติก

- เสื้อผ้า ลองนานเท่าไหร่ก็ได้ กี่ตัวก็ได้(บางร้าน) พนีกงาน จะไม่บ่นใส่เราเลย

- ที่นี่ เขารับประกันสินค้า เขาอย่างดี เปลี่ยนได้ คืนได้ ได้เงินคืน (ที่เมืองไทย มาราตีเคยไปซื้อที่ MBK ห้ามลอง ห้ามต่อ ไม่รับเปลี่ยน บางร้านน่ะ)

- ไม่ค่อยมีการต่อราคา( เป็นมารายาท หรือเปล่าไม่รู้น่ะ) ราคาไหน ก็ราคานั้น

 ความคิดเห็นที่ 10

31 พ.ค.2548  เวลา 21:55 น.
โดย.. มาราตี 84.149.142.155  
เพิ่มอีกข้อ

เวลาทำอาหารไทยนะคะ เราก็จะมีอาหาร 2-3 อย่างมาวางตรงกลาง เวลาตักอาหารที่เมืองไทย เราจะเอาจานข้าวของเราเข้าไปใกล้ๆ ชามแกงแล้วใช้ช้อนกลางตักแกงมาใส่จานข้าวเรา

แต่ที่เยอรมันจะกลับกัน คือเขาจะยกชามแกงมาหาตัวเอง แล้วตักแกงใส่จานข้าว ใครจะเอาก็วนชามอาหารไปเรื่อยๆ

 ความคิดเห็นที่ 11

1 มิ.ย.2548  เวลา 08:28 น.
โดย.. เจ้าชาย 202.129.50.34  
ผมโชคดีอยู่อย่างหนึ่ง คือช่วงที่อยู่เยอรมัน เพื่อนชาวเยอรมัน เขาชวนคนไทยอีกกลุ่มไปทานข้าวที่บ้าน
คนไทยเพื่อนผมเขาชวนผมให้ไปด้วย แต่ผมไม่ไป เพื่อนผมคนอื่นที่เขาไม่ชวนไป ทราบข่าวภายหลังว่าเขาตำหนิ เพราะเขาจัดตามจำนวนที่ชวน
ถ้าเขากินข้าวที่บ้านเราไปหาช่วงนั้นเขาก็ไม่ชวนให้กินอาหารเพราะเขาไม่ได้เชิญ

 ความคิดเห็นที่ 12

1 มิ.ย.2548  เวลา 17:02 น.
โดย.. มาราตี 84.149.170.10  
พูดถึงเรื่องบนโต๊อาหาร

มีอยู่เรื่องหนึ่งมาราตี บอกตรงๆ น่ะคะว่ารับไม่ได้ รับไม่ได้ (เมื่อตอนมาใหม่ๆ)

นั่งทานอาหารไทยด้วยกัน กับคุณฝาละมี อาหารไทยก็เผ็ดใช่มั๊ยคะ น้ำมูกคุณเธอก็ไหลเพราะมันเผ็ดมาก เจ้าพ่อคุณสั่งตรงนั้นเลยคะ มาราตีเนี่ย ตกใจมากเลย เพราะบ้านเราเขาไม่ทำกัน

เเต่เดี๋ยวนี้ เขาเป็นไทยเเล้วคะ เเละถ้าไปทานอาหารไทย ด้วยกันกับพวกเพื่อนๆ เขา เขาจะบอกเลยว่า อย่า สั่งน้ำมูกน่ะ คนไทย เขาไม่ชอบ (หมายถึงบนโตะอาหารคะ)

อีกเรื่องคะ
มีอยู่ครังหนึ่ง ตรงหน้ามาราตี บางครั้งจะมีอะไรติดอยู่ที่หน้า อาจจะเป็นเเป้งหรืออะไรนี่เเหละ เจ้าหล่อนก็ เอามือ เเตะน้ำลายตัวเอง เเล้วมาเช็ดให้เรา เเค่นั้นเเหละ มาราตี บอกเขาว่าไม่ชอบ งอนเลยคะ เขาบอกน้ำลายเขาไม่สกปรกนะ ทุกวันนี้ยังรับไม่ได้เลยฮะ ( คนที่นี่ บอกว่าเป็นเรื่องธรรมดจ๊ะ)

 ความคิดเห็นที่ 13

1 มิ.ย.2548  เวลา 17:04 น.
โดย.. มาราตี 84.149.170.10  
อีกข้อความ จากคุณเเม่ิมิวนิคค่ะ




เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา แม่มิวนิคมีโอกาสรับรองแขกคู่หนึ่งสามีภรรยา เราเชิญพวกเขามารับประทานขนมเค้กและดื่มกาแฟค่ะ

ก่อนไปซื้อขนมเค้กสามีถามแม่มิวนิคว่า อยากได้เค้กอะไรจ๊ะ แม่มิวนิคตอบว่า เค้กที่มีช็อกโกแลตและวอลนัทแปะหน้าน่ะ แล้วสามีก็ขับรถไปซื้อเค้กมาทั้งหมด 8 ชิ้น เป็นเค้กที่แม่มิวนิคสั่ง 1 ชิ้น และแบบอื่นๆอีกคละกันมา กะว่าทั้งแขกและเจ้าบ้านจะได้รับประทานกันคนละ 2 ชิ้น

พอแขกมาถึงและได้เวลานั่งโต๊ะดื่มกาแฟกัน สามีแม่มิวนิคถามแขกว่าใครจะเอาเค้กชิ้นไหน เลือกได้ตามใจชอบเลย

แขกคนสามีเลือกเค้กช็อกโกแลตที่มีวอลนัทแปะหน้า แม่มิวนิคใจหายวาบ ตายห่...ของโปรดข้าพเจ้าหลุดลอยไปต่อหน้าต่อตาแล้ว โอ...ไม่ได้การ งั้นขอข้าพเจ้าเอาเค้กนุ่มๆหน้าผลไม้นี่ก็แล้วกัน คิดในใจแล้วแม่มิวนิคก็คว้าหมับเค้กชิ้นรองโปรด

ในจังหวะนี้ แขกคนภรรยาก็ร้องก๊าก โอ๊ะๆๆๆๆๆ แม่มิวนิคไม่สนใจอะไรทั้งน้าน ขอให้ฉันได้เค้กที่ฉันชอบก่อนเหอะ
พอเค้กตกมาอยู่ในจานหน้าแม่มิวนิค เสียงแขกก็เงียบไป
แขกคนที่สองก็เลือกเค้กชิ้นอื่นไป
......
พอพวกเรากินเค้กหมดกันไปคนละชิ้นแล้ว สามีแม่มิวนิคก็บอกอีกว่า เอ้า เอาอีกๆ คนละชิ้นเร็ว แม่มิวนิค
หมายตามานานเค้กหน้าแอปเปิ้ลนี่มันคงจะอร่อยนะ เลยถามว่า มีใครจะแชร์ชิ้นนี้กับแม่มิวนิคไหมจ๊ะ แม่มิวนิคเองกินไม่หมดทั้งชิ้นหรอก เริ่มจะอิ่มแล้วล่ะ แขกคนสามีก็บอก เอ้า แม่มิวนิคจะเอา1/3 ของชิ้นนี้เหรอ ที่เหลือเขาเอาก็ได้ แล้วเราก็เลยแบ่งกัน
....
ตกเย็นหลังจากแขกทั้งคู่กลับไปแล้ว สามีเลยแถลงการให้แม่มิวนิคฟัง...นี่แน่ะแม่เมียที่รัก เวลาเราเชิญใครมาดื่มชากาแฟ+กินเค้กที่บ้านละก็ ต้องให้แขกเป็นคนเลือกก่อนนะจ๊ะ ว่าเขาจะเอาเค้กชิ้นไหน พอหมดแล้วนี่ ขึ้นรอบที่สองก็เหมือนกัน ต้องให้แขกเลือกก่อนอีกเช่นกัน...ที่แขกคนภรรยาร้องเสียงหลงน่ะ เพราะเธอนึกว่าแม่มิวนิคจะเลือกเค้กชิ้นนั้นซึ่งเธอไม่อยากได้ให้เธอ แต่พอแม่มิวนิคเอามาใส่จานตัวเอง เสียงร้องเธอก็เลยเงียบไป รอบที่สองแขก เค้กที่แม่มิวนิคประกาศจะขอแบ่งน่ะ แขกคนสามีเขาบอกก่อนหน้าแล้วว่าเขาเลือกชิ้นนี้ แต่เมียฉานก็ไปขอแบ่งกะเขาเสียนี่ โธ่ถัง ไม่เข้าท่าเลยจ้ะ

แม่มิวนิคอ้าปากหวอ...อ้าว ก็คุณเป็นคนถามฉานไม่ใช่เหรอว่าอยากกินเค้กอะไรเป็นพิเศษ ฉันสั่งไปแล้ว แล้วเค้กชิ้นโปรดฉันกลับถูกแขกเอาไปต่อหน้าต่อตานี่ ฉานก็เลยขออันอื่นที่โปรดเป็นอันดับรองน่ะดิ และก็ที่เมืองไทย เวลาเรากินขนมนมเนยกัน ถ้ามีหลายชิ้นหลายอย่างเราก็มักจะแชร์กันนี่จ๊ะ คนละนิดคนละหน่อย แต่พวกเราก็ได้ชิมเหมือนๆกันทุกคน และว่าที่จริงฉานก็อยากจะชิมเค้กทั้ง 8 ชิ้นนี่อย่างละนิดละหน่อยทุกชิ้นเลยง่ะ

สามีตอบว่า ก็ใช่ เขารู้ แต่ว่าเราไม่ได้อยู่เมืองไทยนะจ๊ะ ที่นี่เป็นเยอรมัน เราก็ต้องปฏิบัติตามหลักมารยาทสังคมของเยอรมันสิจ้ะ

แม่มิวนิคก็ได้แต่พยักหน้าหงึกหงัก อิอิ ปล่อยไก่ไปอีกแล้วหนอตู...

 ความคิดเห็นที่ 14

1 มิ.ย.2548  เวลา 17:07 น.
โดย.. มาราตี 84.149.170.10  
เมื่อครั้งที่แม่มิวนิคเรียนภาษาเยอรมันในปี 2001 อยู่นั้น คุณครูได้นำบทความเรื่องหนึ่ง เกี่ยวกับความต่างทางวัฒนธรรมระหว่างสังคมตะวันตกและตะวันออกในแง่มุมหนึ่งมาให้นักเรียนในชั้นอ่านกัน

เรื่องมีอยู่ว่า...หนุ่มนักศึกษาชาวจีนคนหนึ่งได้รับเชิญจากเจ้าภาพชาวเยอรมันสามีภรรยาคู่หนึ่ง ให้ไปรับประทานอาหารเย็นที่บ้าน

หนุ่มจีนไปถึงที่หมายก่อนเวลา 15 นาทีด้วยมาดที่มั่นใจเต็มที่ แต่งตัวก็แสนสุภาพ
ปรากฎว่า พอไปถึง เจ้าภาพชายกำลังง่วนอยู่กับการยกขวดเครื่องดื่มที่จะรับรองแขกขึ้นมาจากห้องใ้ต้ดิน ฝ่ายภรรยาก็กำลังวุ่นหน้าเป็นมันอยู่ในครัว ทั้งคู่พอเห็นแขกมากดกริ่งและปรากฏตัวที่หน้าบ้าน ต่างก็พากันทำหน้าตกใจ แต่ก็แน่นอนต้อนรับแขกด้วยความเต็มใจ

...

เมื่อถึงคราวนั่งโต๊ะรับประทานอาหาร เจ้าภาพหญิงก็เอ่ยปากเชื้อเชิญแขกจากตะวันออกไกลให้ตักอาหาร ตักเสร็จ รับประทานเสร็จ เธอก็เอ่ยปากเชิญแขกตักอาหารเพิ่ม แขกผู้แสนจะขี้เกรงใจก็ออกตัวว่า เขาเริ่มอิ่มแล้ว
เจ้าภาพ “อ้าว อาหารไม่อร่อยเหรอคะ”
แขก “อร่อยครับ อร่อยมาก”
เจ้าภาพ “งั้นก็ตักเพิ่มสิคะ”
แขก “เอ่อ คือว่าผมชักจะอิ่มแล้วครับ”
เจ้าภาพ “อ้อ งั้นเหรอคะ”

...
ตอนท้าย ก็จบลงด้วยการที่แขกหนุ่มน้อยกลับที่พักด้วยท้องที่ยังโล่ง เนื่องด้วยความเข้าใจผิดในเรื่องคำเชื้อเชิญ
ในสังคมจีนนั้น ชายหนุ่มถือว่า ถ้าหากเขาตอบตกลงตักอาหารเพิ่ม เมื่อแจ้าภาพเอ่ยเชื้อเชิญครั้งที่ 1 สังคมจีนจะถือว่า แขกตะกละ เขาเลยไม่ตักเพิ่ม แต่รอคอยให้เจ้าภาพคะยั้นคะยอเชื้อเชิญอีกหลาย ๆ ครั้ง เขาจึงจะตักเพิ่ม

ส่วนในสังคมเยอรมันนั้น ผู้คนจะเคารพสิทธิส่วนบุคคล ไม่คะยั้นคะยอใครให้รับประทานในสิ่งที่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ชอบ หรือไม่ต้องการรับประทาน เมื่อเชื้อเชิญไปแล้ว แขกปฏิเสธ เจ้าภาพก็จะแปลกใจว่า เธอทำอาหารไม่อร่อยหรืออย่างไร แขกจึงไม่ตักเพิ่มเท่านั้นเอง

ส่วนเรื่องการนัดหมายนั้น สังคมตะวันออกมักถือว่า การไปถึงที่นัดหมายก่อนเวลาสัก 15 นาทีเป็นเวลาที่สมควร ในขณะที่สังคมเยอรมันถือว่า มาเร็วเกินไป เจ้าภาพยังไม่อยู่ในสภาพจะเตรียมต้อนรับแขก

แม่มิวนิคกับสามีเองก็เคยได้รับเชิญให้ไปรับประทานอาหารเย็นที่บ้านเพื่อนสามีคนหนึ่ง เราขับรถไปถึงก่อนเวลาเล็กน้อย ราว ๆ 10 นาทีเห็นจะได้ สามีบอกว่า เราต้องนั่งรออยู่ในรถก่อนนะ ยังไม่ถึงเวลานัดหมาย แม่มิวนิคก็งง ถามว่า อ้าว ก็ไปก่อนไม่กี่นาทีไม่ได้เหรอ สามีบอกว่า เป็นการไม่สุภาพน่ะ รอก่อนก็แล้วกัน ... เราก็เลยนั่งรอในรถ จน 10 นาทีผ่านไป จึงเดินไปกดกริ่งที่หน้าประตูค่ะ

เวลาที่พวกเราเป็นเจ้าภาพ หากแขกคนไหนมาสาย เลยเวลานัดแล้ว 10 นาที ก็ไม่โผล่มาเสียที เราก็มัจะถามกันแล้วค่ะว่า เอ๊ะ แขกที่เราเชิญไว้นี่เขาลืมนัดหรือไรนะ และถ้า 15 นาทีแล้วยังไม่มา เราก็จะกระวนกระวายค่ะ กลัวว่าอาหารที่ทำไว้จะเย็นก่อนจะได้ลงมือรับประทาน มักจะบอกกันว่า รออีก 5 นาทีถ้าไม่มาเราจะโทร.ไปตามนะ

พ่อสามีของแม่มิวนิคเป็นชาวเยอรมันอีกคนหนึ่งที่ตรงเวลามาก ๆ ท่านมักจะมาตามนัดเป๊ะ เรียกว่า ถ้านัด 15.00 น. ท่านก็มากดกริ่งเวลา 15.00 น.จริง ๆ ค่ะ ...จนสามีของแม่มิวนิคบ่นกับท่านว่า “ปาป๊่า ต่อไปถ้ามาบ้านนี้ละก็ ขอความกรุราอย่ามาตรงเวลาเป๊ะ ๆ ได้ไหมครับ”...ฮี่ ฮี่ อย่างนี้ก็มีด้วยเนอะ

ก็เลยได้เีรียนรู้ว่า หากนัดหมายกับใครไว้ ไปหลังเวลานัดหมาย 5-10 นาที เป็นเวลาที่เหมาะที่สุดค่ะ

 ความคิดเห็นที่ 15

1 มิ.ย.2548  เวลา 17:10 น.
โดย.. มาราตี 84.149.170.10  
ข้อความจากคุณ ปานวาดคะ่

อีกข้อหนึ่งโดยทั่วไปคนไทยจะไม่สั่งน้ำมูกในขณะทานอาหาร แต่ดิฉันอยู่ที่นี่มานานก็ติดนิสัยโดยปริยาย เวลาทานส้มตำร่วมกับเพื่อน ๆ คนไทยดิฉันจะหมดความอร่อยไปเลยเมื่อมีใครบางคนมาสูดน้ำมูกอยู่ในลำคอ มันน่าขยักแขยงมากเลย คนเยอรมันเขาจะสั่งออกมาเดี๋ยวนั้นเลยโดยหันหน้าออกจากวง ถือว่าสอาดดี แต่ถ้าสูดเอาไว้มันก็อยู่ในคอในจมูกเราก็นึกไปต่าง ๆ นาๆ นะค่ะขอให้เลิกทำกันเสียเถิดค่ะ

 ความคิดเห็นที่ 16

6 มิ.ย.2548  เวลา 07:52 น.
โดย.. เจ้าชาย 202.129.50.34  
สั่งน้ำมูกที่โต๊ะอาหารคนไทยรับไม่ได้ แคะขี้มูกฝาหรั่งรับไม่ได้

 ความคิดเห็นที่ 17

6 มิ.ย.2548  เวลา 13:09 น.
โดย.. มาราตี 84.149.180.86  
" สั่งน้ำมูกที่โต๊ะอาหารคนไทยรับไม่ได้ แคะขี้มูกฝาหรั่งรับไม่ได"้

เเม่นเเล้ว เเม่นเเล้วจ้า

 ความคิดเห็นที่ 18

10 มิ.ย.2548  เวลา 13:08 น.
โดย.. มาราตี 84.149.146.252  
ช่วงนี้ ไม่ค่อยได้เข้ามาต่อ เรื่องราวเท่าไหร่... กำลังยุ่งๆเรื่อง ร้าน ( กำลังเเต่งร้านใหม่)

เสร็จเมื่อไหร่ เเล้ว ค่อย มาเล่าค่อ น่ะคะ่

มาราตี

 ความคิดเห็นที่ 19

10 มิ.ย.2548  เวลา 20:29 น.
โดย.. ลุงเก่ง 203.151.141.194  
เข้ามาอ่านครับ

ชอบใจ


 ความคิดเห็นที่ 20

15 มิ.ย.2548  เวลา 06:13 น.
โดย.. มาราตี 84.149.176.76  
เดี๋ยวจะ มา เขียน ให้อ่านกัน อีก น่ะคะ่



  1 2    หน้าถัดไป >


    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน