กรมบังคับคดีดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั


เรื่อง หลักสูตร วิธีการสอบแข่งขัน และวิธีดำเนินการเกี่ยวกับการสอบแข่งขัน เกณฑ์การตัดสิน การขึ้นบัญชี
 ผู้สอบแข่งขันได้ การนำรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งอื่น
 การยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ และที่ นร 0708.4/ว 10 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2539 เรื่อง การแก้ไข
 เพิ่มเติมหลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขันฯ จึงประกาศรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ
 ในสังกัดกรมบังคับคดีดังต่อไปนี้
 
 1. ตำแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้ง เงินเดือนที่จะได้รับ
 - ตำแหน่งนิติกร 3 เงินเดือน 7,940 บาท หรือตามที่ ก.พ. กำหนด
 - จำนวน 20 อัตรา
 - ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
 ปฏิบัติงานด้านการบังคับคดีแพ่ง การบังคับคดีล้มละลาย การวางทรัพย์
 การประเมินราคาทรัพย์ และการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ซึ่งลักษณะงานดังกล่าวจำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายล้มละลาย กฎหมายลักษณะพยาน กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งภาคบังคับคดี
 ทั้งนี้ บัญชีผู้สอบแข่งขันได้นี้ จะใช้บรรจุเข้ารับราชการในกรมบังคับคดีโดยให้ปฏิบัติหน้าที่ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
 
 2. คุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งของผู้มีสิทธิสมัครสอบ
 
 2.1 ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติทั่วไป และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36
 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ดังต่อไปนี้
 
 ก. คุณสมบัติทั่วไป
 (1) มีสัญชาติไทย
 (2) มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี
 (3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
 ด้วยความบริสุทธิ์ใจ
 
 ข. ลักษณะต้องห้าม
 (1) เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
 (2) เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน
 ไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎ ก.พ.
 (3) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตาม
 พระราชบัญญัตินี้ หรือตามกฎหมายอื่น
 (4) เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม
 (5) เป็นกรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมือง
 หรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
 (6) เป็นบุคคลล้มละลาย
 (7) เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำความผิด
 ทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
 (8) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
 (9) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก หรือปลดออก เพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้
 หรือตามกฎหมายอื่น
 (10) เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก เพราะกระทำผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้
 หรือตามกฎหมายอื่น
 (11) เป็นผู้เคยกระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ หรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงาน
 ของรัฐ
 ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือนซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตาม ข. (4) (6) (7) (8) (9)
 (10) หรือ (11) ก.พ. อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้ แต่ถ้าเป็นกรณีมีลักษณะต้องห้ามตาม (8) หรือ (9)
 ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสองปีแล้ว และในกรณีมีลักษณะต้องห้ามตาม (10) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสามปีแล้ว และต้องมิใช่เป็นกรณีออกจากงานหรือออกจากราชการ
 เพราะทุจริตต่อหน้าที่ มติของ ก.พ. ในการยกเว้นดังกล่าวต้องได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสี่ในห้าของจำนวนกรรมการที่มาประชุม การลงมติให้กระทำโดยลับ
 
 2.2 ผู้สมัครสอบต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ดังนี้
 ได้รับวุฒิปริญญาตรีหรือเทียบเท่าทางกฎหมาย
 สำหรับภิกษุสามเณรทางราชการไม่รับสมัครสอบและไม่อาจให้เข้าสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ ทั้งนี้ ตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ที่ นว 89/2501 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2501 และตามความในข้อ 5 ของคำสั่งมหาเถรสมาคม ลงวันที่ 17 มีนาคม 2538
 
 3. การรับสมัครสอบ
 
 3.1 วัน เวลา และสถานที่รับสมัครสอบ
 
 ให้ผู้ประสงค์จะสมัครสอบขอรับใบสมัครด้วยตนเองหรือ Download ใบสมัครได้ที่
 www.led.go.th โดยผู้สมัครสอบจะต้องยื่นใบสมัครด้วยตนเอง ณ อาคารอสีติพรรษ (ริมคลองชักพระ)
 ชั้น 1 กรมบังคับคดี ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน 2551 ถึงวันที่ 16 กรกฎาคม 2551 ในวันราชการ
 ภาคเช้าเวลา 08.30 - 11.30 นาฬิกา ภาคบ่าย เวลา 13.00 - 16.00 นาฬิกา
 
 3.2 ค่าธรรมเนียม
 
 ผู้สมัครสอบต้องเสียค่าธรรมเนียมสอบสำหรับตำแหน่งที่จะสมัครสอบเป็นจำนวนเงิน
 100 บาท (หนึ่งร้อยบาทถ้วน)
 เมื่อสมัครสอบแล้วค่าธรรมเนียมสอบจะไม่จ่ายคืนให้ เว้นแต่ในกรณีที่เป็นผู้ขาด
 คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง แต่ทั้งนี้ จะต้องดำเนินการขอคืนก่อนวันประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบแข่งขัน
 3.3 หลักฐานที่ต้องยื่นพร้อมใบสมัครสอบ
 
 (1) รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวกและไม่สวมแว่นตาดำ ขนาด 1.5 x 2 นิ้ว
 ถ่ายครั้งเดียวกันไม่เกิน 1 ปี (นับถึงวันปิดรับสมัคร) จำนวน 3 รูป
 (2) สำเนาปริญญาบัตร ที่แสดงว่าเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงกับตำแหน่งที่สมัครสอบ
 หรือสำเนาหนังสือรับรองฉบับสภามหาวิทยาลัยอนุมัติ อย่างใดอย่างหนึ่ง จำนวน 2 ฉบับ และสำเนาระเบียนแสดงผลการศึกษา (Transcipt of Records) จำนวน 2 ฉบับ ทั้งนี้ ผู้ที่จะถือว่าสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร
 ของสถานศึกษาใดนั้น จะถือตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบเกี่ยวกับการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของ
 สถานศึกษานั้น ๆ เป็นเกณฑ์ โดยจะต้องสำเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติภายใน
 วันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ 16 กรกฎาคม 2551
 (3) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ
 (4) สำเนาหนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาค ก ของ ก.พ จำนวน 2 ฉบับ
 (เฉพาะผู้ที่สอบผ่านภาค ก. ของ ก.พ. แล้ว)
 (5) สำเนาหลักฐานอื่น ๆ ในกรณีหลักฐานการสมัครสอบไม่ตรงกัน เช่น
 ใบสำคัญการสมรส (เฉพาะผู้สมัครสอบเพศหญิง) ใบเปลี่ยนชื่อ - นามสกุล (ในกรณีที่เปลี่ยนชื่อ - นามสกุล)
 จำนวนอย่างละ 1 ฉบับ
 (6) หนังสือรับรองจากผู้บังคับบัญชา ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา 57
 แห่งพระราชบัญญัติข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 อนุญาตให้สมัครสอบแข่งขันได้ในกรณีที่ผู้สมัครสอบ
 เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ และประสงค์จะสมัครสอบแข่งขันในตำแหน่งที่มีระดับไม่สูงกว่าตำแหน่ง
 ที่ผู้สมัครสอบดำรงอยู่ และใช้คุณวุฒิเช่นเดียวกันกับตำแหน่งที่ผู้สมัครสอบดำรงอยู่ (ต้องได้รับอนุญาตจาก
 ผู้บังคับบัญชาก่อนวันสมัครสอบ)
 (7) ซองเปล่าขนาด 11x22 เซนติเมตร ติดแสตมป์ 3 บาท จ่าหน้าซองถึงตัวเอง
 โดยระบุเลขประจำตัวสอบให้ถูกต้องและไม่ต้องปิดผนึกซอง (เฉพาะผู้ที่เข้าสอบภาค ก. ของ ก.พ ในการสอบ
 ของกรมบังคับคดีครั้งนี้ เพื่อสำนักงาน ก.พ. จะได้จัดส่งหนังสือรับรองผลการสอบภาค ก. ของ ก.พ.
 ไปให้ผู้ที่สอบผ่านทางไปรษณีย์)
 ทั้งนี้ สำเนาเอกสารทุกฉบับให้ผู้สมัครเขียนคำรับรองว่า “สำเนาถูกต้อง” และลงชื่อ
 กำกับไว้ทุกฉบับ
 
 3.4 เงื่อนไขการรับสมัครสอบ
 
 (1) ผู้สมัครสอบจะต้องเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง
 ตามข้อ 2.2 โดยเป็นผู้สำเร็จการศึกษา และได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติภายในวันปิดรับสมัคร
 คือวันที่ 16 กรกฎาคม 2551
 (2) ผู้สมัครสอบจะต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่า เป็นผู้มี
 คุณสมบัติทั่วไป และคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตรงตามประกาศรับสมัครสอบแข่งขันจริง และจะต้อง
 กรอกรายละเอียดต่าง ๆ ในใบสมัครให้ถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริง ในกรณีที่มีการผิดพลาดอันเกิดจาก
 ผู้สมัครสอบ หรือตรวจพบว่าเอกสารหลักฐานคุณวุฒิ ซึ่งผู้สมัครสอบนำมายื่นไม่ตรงหรือไม่เป็นไปตามประกาศ
 รับสมัครสอบ กรมบังคับคดี จะถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบแข่งขันครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น
 และจะไม่คืนค่าใช้จ่ายในการสมัครสอบ
 
 4. การประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบแข่งขัน
 
 กรมบังคับคดีจะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบแข่งขัน ในวันที่ 25 กรกฎาคม 2551
 ณ กรมบังคับคดี และที่เว็บไซต์ www.led.go.th
 
 5. การประกาศ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ
 คณะกรรมการดำเนินการสอบแข่งขันจะประกาศวัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบ
 เกี่ยวกับการสอบ ในวันที่ 25 กรกฎาคม 2551 ณ กรมบังคับคดี และที่เว็บไซต์ www.led.go.th
 
 6. หลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขัน
 
 หลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขัน แบ่งออกเป็น 3 ภาค
 
 6.1 ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) คะแนนเต็ม 200 คะแนน
 ทดสอบความรู้ความสามารถทั่วไป โดยวิธีสอบข้อเขียน ดังนี้
 
 (1) วิชาความสามารถในการศึกษา วิเคราะห์ และสรุปเหตุผล (คะแนนเต็ม100 คะแนน)
 
 ทดสอบความสามารถในการศึกษา วิเคราะห์ และสรุปเหตุผล โดยการให้สรุปความ
 หรือให้จับประเด็นในข้อความหรือเรื่องราว หรือให้วิเคราะห์เหตุการณ์ หรือสรุปเหตุผลทางการเมือง เศรษฐกิจ
 หรือสังคม หรือให้หาแนวโน้ม หรือความเปลี่ยนแปลงที่น่าจะเป็นไปตามข้อมูลหรือสมมติฐาน หรือให้ศึกษาวิเคราะห์
 และสรุปเหตุผลโดยการอย่างอื่นซึ่งเหมาะสมแก่การทดสอบความสามารถดังกล่าว
 
 (2) วิชาภาษาไทย (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)
 
 2.1 ความเข้าใจภาษา
 การอ่านและการทำความเข้าใจกับบทความหรือข้อความที่กำหนดให้
 แล้วตอบคำถามที่ตามมาในแต่ละบทความหรือข้อความ ทั้งนี้ รวมไปถึงการสรุปความและตีความด้วย
 
 2.2 การใช้ภาษา
 
 2.2.1 การเลือกใช้คำหรือกลุ่มคำ
 2.2.2 การเขียนประโยคได้ถูกต้องตามหลักภาษา
 2.2.3 การเรียงข้อความ
 
 ทั้งนี้ หากผู้สมัครสอบรายใดมีหนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาค ก. ของ ก.พ. และได้แจ้งไว้
 ในการกรอกข้อมูลการสมัครสอบแล้ว ไม่ต้องเข้าสอบภาค ก. ของ ก.พ. ในการสอบแข่งขันฯ ครั้งนี้อีก ในกรณี
 ที่ผู้สมัครสอบรายใด มีหนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาค ก. ของ ก.พ. แล้ว แต่ไม่ได้แจ้งไว้ในการกรอกข้อมูลการสมัครและได้เข้าสอบภาค ก. ในครั้งนี้ จะถือผลการสอบครั้งนี้เป็นเกณฑ์ในการตัดสิน
 กรณีผู้สมัครสอบรายใด มีหนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาค ก. ของ ก.พ. แล้ว แต่ไม่ได้
 แจ้งไว้ในการกรอกข้อมูลการสมัคร หรือมีหนังสือรับรองผลการสอบผ่านภาค ก. ของ ก.พ. ภายหลังการ
 ปิดรับสมัครของกรมบังคับคดี ให้นำหลักฐานดังกล่าวมายื่นภายในวันและเวลาราชการก่อนวันสอบภาค ก.
 ที่กลุ่มงานการเจ้าหน้าที่ ชั้น 2 อาคารอสีติพรรษ กรมบังคับคดี
 
 6.2 ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) คะแนนเต็ม 200 คะแนน
 
 ทดสอบความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง โดยวิธีสอบข้อเขียน ตามขอบเขตวิชาที่ใช้ในการสอบ ดังนี้
 1. วิชากฎหมายวิธีสบัญญัติ และกฎหมายสารบัญญัติ (คะแนนเต็ม 150 คะแนน)
 1.1 กฎหมายล้มละลาย
 1.2 กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งภาคบังคับคดี
 1.3 กฎหมายลักษณะพยาน
 1.4 กฎหมายแพ่งและพาณิชย์
 2. วิชาระเบียบข้าราชการและระเบียบปฏิบัติ (คะแนนเต็ม 50 คะแนน)
 2.1 พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539
 2.2 พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540
 2.3 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2543 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
 2.4 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
 2.5 พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546
 
 6.3 ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.) คะแนนเต็ม 100 คะแนน
 
 ประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่จากประวัติส่วนตัว
 ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน และพฤติกรรมที่ปรากฏทางอื่นของผู้เข้าสอบ และจากการสัมภาษณ์
 เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ เช่น ความรู้ที่อาจใช้เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่
 และความรู้ในเรื่องการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ความสามารถ ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์
 ทัศนคติ จรรยาบรรณของข้าราชการพลเรือน คุณธรรมและจริยธรรม การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน รวมทั้ง
 สังคม และสิ่งแวดล้อม ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปฏิภาณ ไหวพริบและบุคลิกภาพอย่างอื่น เป็นต้น
 
 7. เกณฑ์การตัดสิน
 
 ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สอบแข่งขันได้ จะต้องเป็นผู้ที่สอบได้คะแนนในแต่ละภาคตามหลักสูตร
 ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 ในการสอบครั้งนี้คณะกรรมการจะตรวจข้อสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.)
 ก่อน แล้วจึงตรวจข้อสอบภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) เฉพาะผู้ที่ได้คะแนนในภาคความรู้-ความสามารถทั่วไป
 (ภาค ก.) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60
 
 8. การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
 
 การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ จะเรียงลำดับที่จากผู้สอบได้คะแนนรวมภาคความรู้-
 ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) และภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.) สูงลงมาตามลำดับ
 ในกรณีที่มีผู้สอบได้คะแนนรวมเท่ากัน จะให้ผู้สอบได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.)
 มากกว่าเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า ถ้ายังได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.) เท่ากันอีก
 ให้ผู้ได้รับเลขประจำตัวสอบก่อนเป็นผู้อยู่ในลำดับที่สูงกว่า
 การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ จะขึ้นบัญชีไว้เป็นเวลาไม่เกิน 2 ป นับตั้งแต่วันประกาศขึ้นบัญชี
 แต่ถ้ามีการสอบแข่งขันอย่างเดียวกันนี้อีก และได้ขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ใหม่แล้ว บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ครั้งนี้
 เป็นอันยกเลิก
 
 9. การบรรจุและแต่งตั้ง
 
 9.1 ผู้สอบแข่งขันได้ จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
 โดยได้รับเงินเดือนตามคุณวุฒิที่กำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้น ตามที่ระบุไว้ในข้อ 2.2
 9.2 กรมบังคับคดีจะไม่รับโอนผู้สอบแข่งขันได้ที่เป็นข้าราชการ หรือพนักงานทุกประเภท
 9.3 ในกรณีที่มีตำแหน่งว่างในส่วนราชการอื่น บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ก็จะใช้บรรจุ
 ในส่วนราชการอื่นได้ด้วย
 สำหรับผู้เข้าสอบวิชาความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ในการสอบแข่งขันฯครั้งนี้
 สำนักงาน ก.พ. จะขึ้นทะเบียนผู้สอบผ่านภาค ก. เฉพาะผู้ที่มีคุณสมบัติตรงตามประกาศรับสมัครสอบเท่านั้น
 และจะส่งหนังสือรับรองผลการสอบภาค ก. ไปให้ผู้สอบผ่านทางไปรษณีย์ เพื่อจะนำไปใช้ในการสมัครสอบ
 แข่งขันฯในตำแหน่งต่าง ๆ ของส่วนราชการต่าง ๆ ต่อไป
 กรมบังคับคดี ดำเนินการสอบแข่งขันด้วยความโปร่งใส ยุติธรรม และเสมอภาค ดังนั้น
 หากมีผู้ใดแอบอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้ท่านได้เข้ารับราชการ หรือมีพฤติการณ์ในทำนองเดียวกันนี้
 โปรดอย่าหลงเชื่อ และแจ้งให้กรมบังคับคดีทราบด้วย
  www.led.go.th

โดย.. เส 125.24.140.112   


 

 ความคิดเห็นที่ 1

24 มิ.ย.2551  เวลา 08:44 น.
โดย.. เส 125.24.140.112  

ประกาศประชาสัมพันธ์



    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน