.
มะเร็งลูกหลานของความหวานงานวิจัยที่ถูกยอมรับในวงการแพทย์

             

มะเร็งลูกหลานของความหวานงานวิจัยที่ถูกยอมรับในวงการแพทย์


มะเร็งลูกหลานของความหวาน

งานวิจัยที่ถูกยอมรับในวงการแพทย์ ถูกตีพิมพ์ใน Pubmed
โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 13 ม.ค. 2559 10:01 เครดิตจาก: http://www.thairath.co.th/content/561599
นักวิจัยของมหาวิทยาลัยเท็กซัสที่อเมริกา วิจัยพบว่าการกินของหวานมากเกินไปจะทำให้ตกเป็นเหยื่อของโรคเบาหวาน และโรคอ้วน ซึ่งทั้งสองโรคล้วนแต่เป็นเหตุให้เป็นโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งปอดได้ เพราะความหวานเป็นตัวการทำให้เกิดอักเสบขึ้นในต่อมน้ำนมก่อมะเร็งขึ้น
นักวิจัยยังพบว่าการกินหวานมาก ในอาหารแบบตะวันตก จะเป็นตัวการที่ทำให้เป็นมะเร็งทรวงอกและมะเร็งปอดลุกลามไปได้ พวกเขาได้พบหลักฐานจากการศึกษากับหนูทดลองนั้นปรากฏว่า หนูทดลองซึ่งเลี้ยงด้วยอาหารที่จำกัดแป้ง เป็นเนื้อร้าย ร้อยละ 30 แต่หนูกลุ่มที่เลี้ยงด้วยน้ำตาลซูโครส พากันเป็นมะเร็งเต้านมมากถึงระหว่างร้อยละ 50-58 ซ้ำหนูพวกนี้ยังมีมะเร็งของปอดกำลังลุกลามออกไปอีก
หัวหน้านักวิจัยกล่าวย้ำว่า การบริโภคน้ำตาล ขนาดสัณฐานประมาณเป็นเรื่องสำคัญยิ่งเกี่ยวกับความเป็นหรือความตาย และตัวการที่ทำให้มีการกินหวานมากขึ้นนั้น ก็อยู่ที่น้ำผลไม้หวานๆ ซึ่งไม่แต่เพียงทำให้อ้วนเท่านั้น หากยังทำให้เป็นโรคหัวใจและมะเร็งกันทั่วโลกอีกด้วย.

ต้นฉบับงานวิจัยอ่าานเพิ่มจาก LINK ด้านล่างนี้ครับ
งานวิจัยที่ถูกยอมรับในวงการแพทย์ ถูกตีพิมพ์ใน Pubmed
กลไกระดับโมเลกุลของผลกระทบของน้ำตาล / คาร์โบไฮเดรตที่อุดมด้วยโรคมะเร็งเต้านมที่มีความเข้าใจไม่สมบูรณ์ การศึกษาในปัจจุบันให้เป็นกลไกที่มีแนวโน้มว่าเป็นครั้งแรกที่เชื่อมโยงโดยตรงน้ำตาลอาหาร (ซูโครส / ฟรุกโตส)
อาหารน้ำตาลซูโครสการส่งเสริมการแพร่กระจายของปอดที่อาจเกิดขึ้นอันเนื่องมาจากฟรุกโตส
การศึกษาของมนุษย์รายงานว่าการบริโภคอาหารน้ำตาลซูโครส / ฟรุกโตส / น้ำตาลกลูโคส แต่ไม่แป้งมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคมะเร็งเต้านม
เป็นอาหารระดับดัชนีน้ำตาลสูงได้รับการแสดงเพื่อเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งเต้านม
ตรวจสอบต่อผลของการรับประทานอาหารที่อุดมด้วยน้ำตาลซูโครสที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโตของเนื้องอก
ซูโครสอาหารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องการเจริญเติบโตของเนื้องอกต่อมนมในทดลองในหนูสามรูปแบบ
การศึกษาได้ชี้ให้เห็นว่าฟรุกโตสอาจมีบทบาทสำคัญในโรคอ้วนลงพุง
อ่านเพิ่มเติมได้ที่
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4703949/
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/26729790

อ่านข้อมูลงานวิจัยและความรู้เพื่อดูแลสุขภาพเพิ่มเติมได้ที่



โดย.. MLCOM_น้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 14.207.157.143   


 

 ความคิดเห็นที่ 1

13 ม.ค.2560  เวลา 18:12 น.
โดย.. MLCOM_น้ำมันมะพร้าว (quaff) ส่งข้อความหลังไมค์ 14.207.157.143  

ภาพประกอบ


    2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน