๐ ข้อมูลจังหวัดตรัง
 ๐ ข้อมูลท่องเที่ยวตรัง
  ๐ เกี่ยวกับตรังโซน
  ๐ เพื่อนบ้าน

      สกู๊ปเมืองตรัง
จำนวนผู้อ่าน 1 คน

ท่องเที่ยวเมืองตรัง มาถึงทางสองแพร่งที่ต้องเลือก

     เมื่อปี พ.ศ.2547 ปริมาณนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาเยือนจังหวัดตรังมีมากถึงกว่า 7 แสนคน และขณะนั้นแนวโน้มของการขยายตัวเพิ่มขึ้นไปในปี พ.ศ.2548 สูงถึงอัตราร้อยละ 15 หรือคาดว่าจะมีปริมาณนักท่องเที่ยวมากกว่า 8 แสนคนในปี พ.ศ.2548 แต่เผอิญโชคไม่มี ที่ประเทศไทยประสบภัยธรรมชาติ ที่หลายคนยังไม่สามารถลืมได้ นั้นคือ มหันตภัยคลื่นยักษ์สึนามิ โถมเข้าสู่ชายฝั่งทะเลของ 6 จังหวัดอันดามัน เมื่อปลายปี พ.ศ.2547 ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิต และทรัพย์สินอย่างไม่เคยคาดคิดว่าชั่วชีวิตของผมจะมีโอกาสได้ประสบ แต่ในความโชคร้ายก็จะมีเรื่องดีๆ บ้าง คือจังหวัดตรังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ด้วยทางภูมิศาสตร์ที่มีแนวเกาะต่างๆ อาทิ เกาะไหง เกาะกระดาน เกาะเชือก เกาะม้า เกาะมุก เป็นแนวกำบังคลื่นทางธรรมชาติ ทำให้คลื่นยักษ์มีกำลังลดลง เมื่อเช้ากระทบชายฝั่งแผ่นดิน สภาพของแหล่งท่องเที่ยวทั้งทรัพยากรใต้น้ำและชายฝั่งของจังหวัดตรัง จึงยังคงมีความสวยงามไม่แปรแปลี่ยน แถมคลื่นยักษ์ยังช่วยกวาดชะล้างให้ชายหาดมีความสวยงาม ตามธรรมชาติมากขึ้นอีกด้วย

     จากผลกระทบของภัยธรรมชาติทำให้การเดินทางเข้าสู่ 6 จังหวัดอันดามันลดลงอย่างน่าใจหาย จังหวัดตรังถงแม้นว่าไม่ได้รับความเสียหายทางทายภาพ แต่ก็ได้รับผลกระทบทางด้านความเชื่อมั่น ปริมาณนักท่องเที่ยวลดลงเหลือเพียง 6 แสนคนเท่านั้นเอง ในปี พ.ศ.2548 แต่ด้วยความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของชาวตรัง ได้ร่วมแรงร่วมใจกัน พยายามกระตุ้นตลาดกันอย่างต่อเนื่องโดยมีพลังสนับสนุนจากหน่วงงานในท้องถิ่นที่เป็นกำลังหลัก คือ หอการค้าจังหวัดตรัง องค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง เทศบาลนครตรัง และสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตรัง ประสานมือเป็นมวลพลังสอดรับกันเป็นจังหวะ ทั้งด้านการส่งเสริมและพัฒนา บ้างจัดกิจกรรม บ้างจัดการอบรมเพ่มความรู้ บ้างพัฒนาสาธารณูปโภค บ้างทำป้ายโฆษณาประชาสัมพันธ์ ฯลฯ  คนละไม้คนละมือ ดำเนินการทั้งภายในพื้นที่และรุกออกไปนอกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ท่ามกลางวิกฤตการณ์ที่ยังคงกระหน่ำอยู่เป็นระยะๆ ทั้งวิกฤตการณ์ความไม่สงบใน 3 จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ภาวะเศรษฐกิจจากราคาน้ำมันที่ผันผวน ความไม่แน่นอนของสถานการรณ์ทางการเมือง แต่ในที่สุดแนวโน้มของการขายตัวด้านการท่องเที่ยวในปี พ.ศ.2549 ก็กลับมาสดใสอีกครั้ง โดยปีนี้ควาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวกลับมาท่องเที่ยวจังหวัดตรังประมาณ 7 แสนคน ในอัตราเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 โดยแนวโน้มมีการขยายตัวของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศมีภาวะกระเตื้องขึ้นมาก จากผลกระทบของสนามบินกระบี่ที่เพิ่งเปิดบรการใหญ่มากขึ้น ตลอดจนนักท่องเที่ยวเริ่มหันเหความสนในแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสงบและเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์ของจังหวัดตรังมากขึ้นครับ

     ปัจจัยที่สำคัญของแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศหันมาสนใจจังหวัดตรังเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากจังหวัดตรังยังคงมีความเป็นเอกลักษณ์อย่างเป็นธรรมชาติทั้ง 2 ประการ หนึ่งคือความสมบูรณ์ทางธรรมชาติที่ยังไม่ถูกบุกรุกมากนัก  อีกหนึ่งก็คือความสมบูรณ์ทางวัฒนธรรมที่ยังคงมีวิถีปฏิบัติอย่างดั้งเดิมและเหนียวแน่นของชุมชน ซึ่งทั้ง 2 ประเภทนี้หากได้ยากจากแหล่งท่องเที่ยวหลัก เช่น ภูเก็ตหรือกระบี่ เนื่องด้วยทั้ง 2 จังหวัดดังกล่าวถูกบุกรุกจากบุคคลภายนอกเข้าไปทำลายความเป็นเอกลักษณ์แทบหมดสิ้น ทั้งนี้ผมเองเป็นคนภูเก็ตโดยกำเนิดขอยืนยันด้วยตัวเอง เชื่อหรือไม่ว่าเดี๋ยวนี้เด็กภูเก็ตแทบจะไม่พูดภาษาใต้กันแล้ว โดยเฉพาะภาษาใต้สำเนียงภูเก็ต ส่วนใหญ่จะพูดภาษากลางที่เป็นสำเนียงทองแดงหมดแล้ว ส่วนธรรมชาติไม่ต้องพูดถึงแถวๆ ชายหาดกาลายเป็นเมืองทันสมัยที่เจริญมากกว่าตัวเมืองเสียอีก และไม่ต้องพูดถึงสภาพแวดล้อม ที่ได้รับผลกระทบจากการทิ้งของเสียลงในแหล่งธรรมชาติ

     อย่างไรก็ดีการเจริญเติบโตของทั้ง 2 เมืองหลักก็เป็นผลจากการขยายตัว ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ช่วยกระตุ้นระบบเศรษฐกิจของ 2 จังหวัด และเป็นส่วนหลักของประเทศอีกด้วยหากไม่นับกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ผมเองก็ไม่กล้าจะฟันธงว่า ผลทางเศรษฐกิจที่เราได้รับกับผลเสียทางธรรมชาติและวัฒนธรรม มันจะสามารถทดแทนกันได้ อย่างสมดุลแค่ไหน อย่างไร คงต้องให้ผู้เชี่ยวชาญมาช่วยวิเคราะห์ให้ดีกว่า

     ในที่นี้ผมเกริ่นมาตั้งเยอะก็เพราะว่าอยากชี้แนะให้เห็นวา หากการขยายตัวของการท่องเที่ยวไปก่อผลกระทบที่เป็นภาพลบของแหล่งท่องเที่ยว แล้วนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งจะหันเหความสนใจไปหาแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสมบูรณ์ทางธรรมชาติมากกว่า ซึ่งก็จะเป็นวัฎจักรของการก่อผลกระทบไปยังอีกที่หนึ่ง สมมติว่านักท่องเที่ยวเริ่มที่จะเบื่อจังหวัดภูเก็ต กระบี่ และเทกระแสไหลมาที่จังหวัดตรัง นักลงทุนก็จะแห่กันมาลงทุนสิ่งต่างๆ ในจังหวัดตรัง เพื่อรองรับปริมาณนักท่องเที่ยว แน่นอนการลงทุนจะมีผลต่อการจ้างงานในจังหวัดตรัง มีกระแสเงินหมุนเวียนในท้องถิ่นมากขึ้น ประชาชนมีรายได้มากขึ้น ชื่อเสียงของจังหวัดตรังก็จะเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ปริมาณนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นเป็นปีละกว่าล้านคน รายได้จากการท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นเป็นระดับหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งหากมองในด้านตัวชี้วัดของทางราชการ ตัวเลขเหล่านี้นับว่า เป็นผลสำเร็จอย่างมากทีเดียว

     แต่เมื่อมาพิจารณาอีกด้านหนึ่งจะพบว่าธรรมชาติไม่ได้มีความสมบูรณ์ เนื่องจากผลกระทบของกิจกรรมด้านการท่องเที่ยว ความสมดุลทางธรรมชาติสูญเสียไป ชุมชนบางแห่งอาจสูญเสียความเป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่นไป คนต่างถิ่นอพยพเข้ามาแย่งพื้นที่ ทำมาหากินของคนท้องถิ่นมากขึ้น มีการผสมชุมชนนองถิ่นกับชุมชนพื้นถิ่น กลายเป็นวิถีชีวิตแบบใหม่ ไม่มีการสืบสานวัฒนธรรมเดิมไว้ นอกจากนี้เมื่อมีการลงทุนมากขึ้น การแข่งขันของภาคธุรกิจมีความเข้มข้นสูงขึ้น การบริการนักท่องเที่ยวก็จะเป็นการบริการเชิงธุรกิจที่มองแต่ผลกำไรและต้นทุนการให้บริการด้วยจิตใจจะถูกลืมเลือนไป ความน่ารักที่เป็นวิถีชีวิตของชุมชนจะเหือดหายไปจากชุมชนคนพื้นถิ่น เมื่อจังหวัดตรังกลายเป็นแบบที่กล่าวข้างต้น จังหวัดตรังก็จะเหมือนกับจังหวัดภูเก็ตและกระบี่ในเวลานี้ นักท่องเที่ยวก็จะหันไปให้ความสนใจกับแหน่งท่องเที่ยวอื่นที่มีความสมบูรณ์มากกว่า ทิ้งให้จังหวัดตรังเป็นซากที่รอวันการทุ่มเทให้กับการฟื้นฟูที่ยากต่อการทำให้เหมือนเดิมเช่นอดีต

     สมมติกันอย่างน่ากลัวแบบนี้ ผมไม่ได้หมายความว่า "การท่องเที่ยว" จะเป็นสิ่งเลวร้ายต่อความเป็นธรรมชาติหรือวัฒนธรรมหรอกครับ แต่ที่เขียนมาข้างบนก็ต้องการจะสะท้อนให้เห็นว่า หากไม่มีการเตรียมการรองรับกระแสการเดินทางเข้ามาของปริมาณนักท่องเที่ยวอย่างดีพอแล้ว ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็จะส่งผลอย่างน่ากลัว แต่หากเรามีการเตรียมการรองรับอย่างเป็นระบบ และที่สำคัญต้องมีสติในการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยการคำนึงถึงขีดความสามารถในการรองรับของตัวเอง ตรวจสอบศักยภาพของจนเองอย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนมีการเฝ้าระวังต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างตลอดเวลา ผมเชื่อว่าเราจะสามารถควบคุมการท่องเที่ยวให้อยู่ในระดับที่ "สมดุล" ได้เป็นอย่างดี ซึ่งผมคิดว่าภายใน 2-3 ปีนี้ จังหวัดตรังของเราได้เดินทางมาถึงทางแพร่งที่จะต้องเลือกอนาคตข้างหน้าแล้วละครับว่าเราต้องการแนวโน้มของการท่องเที่ยวแบบไหน โดยที่เราโชคดีที่เห็นตัวอย่างของการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงของแหล่งท่องเที่ยวหลักใกล้บ้านเรานี่เอง....


ที่มา : วารสารหอการค้าจังหวัดตรัง ประจำเดือนพฤศจิกายน 2549
โดย : จรัญ ชื่นในธรรม
หัวหน้าศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดตรัง



    คิดถึงคนตรังมาก
 โดย... แมว
30 มีนาคม 2550 ลบความคิดเห็น 


    ปัจจุบันทำงานอยู่ภาคกลางกลับเมืองตรังปีละครั้ง จะได้ยินคนตรังพูดแต่ภาษากลางแต่สำเนียงออกทองแดงซึ่งไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม่เพราะภาษาใต้ก็เพราะอยู่แล้วถ้าคุณไปอยู่ต่างถิ่นที่ไม่ใช่ภาคใต้คุณจะรู้สึกว่าอยากพูดและฟังภาษาใต้มาก
 โดย... chachangsao
6 มีนาคม 2550 ลบความคิดเห็น 


    เห็นด้วยทุกประการ ครับ ผมอยากให้ ทาง อบจ. ช่วยปลูกจิตสำนึกของพี่น้องชาวจังหวัดตรัง ด้วยการนำพี่น้องไปดูงานการ ท่องเที่ยว ที่เกาะสมุย กระบี่หรือ ภูเก็ต กลับมาผมเชื่อว่าพี่น้องชาวตรัง ชายทะเลไม่มีวันขายที่ให้นายทุนเพราะพวก พี่น้องจะรู้ว่าการที่นายทุนไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่แล้ว วิถีชิวิต ดั้งเดิมจะหายไป แม้ชายหาด ที่ประมงพืนบ้านใช้พื้นที่ร่วมกันทำมาหากินก็ไม่มีแผ่นดินให้เหยียบ หาดทรายก็จะกลายเป็นผนังคอนกรีต ชาวบ้านไปพักผ่อน ชายหาดก็ไม่ได้ ไม่เชื่อไปดูที่ อามารี ตรัง ได้เลยครับ พี่น้อง มีตัวอย่างให้ดู ใกล้ๆ แล้ว 5555
 โดย... รักษ์เลตรัง
13 มกราคม 2550 ลบความคิดเห็น 

แสดงความคิดเห็น
ข้อความ* :  
โดย* :
 

กรุณากรอกข้อความในภาพที่ท่านเห็นด้านบน
 
 
 

  2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน 08-6397-2702