๐ ข้อมูลจังหวัดตรัง
 ๐ ข้อมูลท่องเที่ยวตรัง
  ๐ เกี่ยวกับตรังโซน
  ๐ เพื่อนบ้าน

      คนดี ศรีตรัง
จำนวนผู้อ่าน 787 คน

เปิดปุ้มปุ้ย...คุยกับ ไกรเสริม โตทับเที่ยง

       "ผมเกิดพร้อมๆกับปุ้มปุ้ยและผมจะทำให้แบรนด์นี้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ" คำพูดมาดมั่นของหนุ่มนักบริหาร เสริม-ไกรเสริม โตทับเที่ยง ทายาทผู้สานต่อธุรกิจปลากระป๋องปุ้มปุ้ย ภายใต้บริษัทผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล ที่เติบโตมากว่า 25 ปี เขาได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งรองผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดเพื่อให้ปุ้มปุ้ยเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
       

       ด้วยวัยเพียง 26 ปี เสริมเติบโตในสิ่งแวดล้อมของนักธุรกิจ ทำให้เขาเป็นคนจริงจังกับการทำงานและต้องทำออกมาให้ได้ดีที่สุด โดยเฉพาะการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทั้งในห้องเรียนและการทำงาน
       
       ตอนเด็กๆ คุณพ่อสุธรรม โตทับเที่ยง ผู้ก่อตั้งปลากระป๋องปุ้มปุ้ยได้ส่งเสริมให้ลูกชายคนนี้เริ่มต้นเรียนรู้วิธีการผลิตของธุรกิจโดยการเข้าไปช่วยห่อฉลากปลากระป๋องซึ่งเมื่อก่อนยังทำด้วยมือ กับคำพูดสั้นๆของผู้เป็นพ่อว่า "ดีกว่าอยู่เฉยๆ"
       
       นอกจากการปูพื้นฐานของนักบริหารที่ดีด้วยประสบการณ์นอกห้องเรียนแล้ว ในห้องเรียนเขาก็ได้ปูทางให้ชีวิตนักธุรกิจอย่างแน่นปึ๊ก พอหลังจากจบมัธยมศึกษาจากเซนต์คาเบรียล เสริมได้ตัดสินใจเข้าเรียนด้านการตลาดที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยเหตุผลที่ว่าทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวเราล้วนเกี่ยวข้องกับการตลาดทั้งสิ้น
       
       "เพราะตอนนั้นผมรู้สึกว่าสิ่งที่เราสัมผัสทุกอย่างตั้งแต่ตื่นนอนยันเข้านอน ไม่ว่าจะเป็น ยาสีฟัน แปรงฟัน อาหาร ของใช้ในชีวิตประจำวัน มันถูกนำเสนอในเชิงการตลาดล้วนๆ เพราะโลกกำลังเปลี่ยนไปอย่างน่าสนใจและผมก็อยากเข้าไปศึกษาตรงนั้น"
       
       ด้วยการเรียนรู้ด้านการตลาดในรั้วมหาวิทยาลัย ประกอบกับการดำรงตำแหน่งประธานชมรมการตลาดคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ของมหาวิทยาลัย ซึ่งตรงนี้บทบาทของนักธุรกิจได้แทรกซึมเข้าสู่สายเลือดของนักธุรกิจหนุ่ม
       
       "สำหรับกิจกรรมตรงนี้ ทำให้ผมได้เรียนรู้การสื่อสาร ได้ประสานงานระหว่างอาจารย์ เพื่อน กับผู้คนในสังคมธุรกิจ เพราะเราต้องเชิญวิทยากรมาให้ความรู้แก่นักศึกษาด้วย ได้เรียนรู้วิธีสัมภาษณ์ ตรงนี้ผมได้ประสบการณ์เยอะมาก"

       หลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาตรี เขาได้ตัดสินใจไปศึกษาภาษาจีนกลางที่ปักกิ่ง เพราะภาษาจีนเป็นภาษารองจากอังกฤษสำหรับนักธุรกิจ โดยเฉพาะกับผู้บริโภคของปุ้มปุ้ย ไม่ว่าจะเป็นในเอเชียที่ส่วนใหญ่ใช้ภาษาจีน เช่น มาเลเชีย, สิงคโปร์, บรูไน และลูกค้าในอเมริกาและยุโรปก็ล้วนเป็นคนจีน
       
       นอกจากนั้นเสริมได้เลือกเติมพื้นฐานด้านการตลาดด้วยการเข้าทำงานกับ บริษัท J. Walter Thomson ในตำแหน่ง Account Executive ดูแลลูกค้าและประสานงานในส่วนครีเอทีฟ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นงานปูทางให้กับการก้าวขึ้นเป็นนักธุรกิจเต็มตัว
       
       "การทำงานตรงนี้ผมว่าเป็นงานเมเนเม้นท์เบื้องต้น ทั้งการทำงานกับคน เพราะเราต้องพรีเซ้นท์ความเป็นองค์กรออกไปให้คนข้างนอกได้รู้จักเหมือนกับงานเซลล์ และจากนั้นก็ต้องเอาข้อมูลที่ลูกค้าถ่ายทอดให้กับทีมครีเอทีฟ ซึ่งมันเป็นการติดต่อสื่อสารทางธุรกิจอีกอย่างหนึ่ง นอกจากนั้นเรายังต้องบริหารเวลาและระบบการทำงานของตัวเองด้วย ต้องดูว่างานไหนควรทำก่อนและทำหลัง"
       
       เขาให้เหตุผลง่ายๆ ที่ตัดสินใจเข้าทำงานกับองค์กรอื่นเนื่องจากอยากการเรียนรู้ถึงประสบการณ์เพื่อสร้างฐานความชำนาญในอาชีพของตัวเอง และด้วยความที่เป็นลูกชายของเจ้าของกิจการต้องได้รับการยอมรับจากองค์กรด้วยการสั่งสมประสบการณ์จากที่อื่น และพิสูจน์ให้เห็นว่าสิ่งที่ได้เรียนรู้มานั้นสามารถใช้งานได้จริง

       หลังจากที่หนุ่มนักการตลาดคนนี้เข้ามากุมบังเหียนด้านการตลาดของธุรกิจครอบครัว สิ่งที่เขาต้องทำคือ สร้างความโดดเด่นของแบรนด์ให้มากขึ้นกว่าเดิม แม้นักธุรกิจรุ่นพ่อจะสร้างแบรนด์ปุ้มปุ้ยให้เป็นที่รู้จักของคนไทยมานานแล้ว โดยการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ในหลายๆ ด้าน ณ.ช่วงเวลานั้น
       
       "สมัยก่อนที่คนไทยยังไม่ผลิตปลากระป๋องเอง เราต้องนำเข้าปลากระป๋องจากต่างประเทศ และที่ด้านข้างของกระป๋องส่วนใหญ่จะมีแต่รูปปลาซีดีนหางชี้ขึ้น แบรนด์ปุ้มปุ้ยจึงเลือกที่จะสร้างความแตกต่างโดยการออกแบบโลโก้ให้เป็นปลาตัวอ้วนๆ และเมื่อก่อนเค้ามักพูดแทนคนอ้วนว่าปุ้มปุ้ย นี่จึงเป็นที่มาของโลโกที่มีมาตั้งแต่เริ่มต้น และเป็นโลโกที่อมตะไม่ล้าสมัย" เสริมกล่าวถึงที่มาของโลโกปลาปุ้มปุ้ย
       
       ส่วนความสามารถของนักธุรกิจหนุ่มคนนี้ที่จะนำแบรนด์สู่การเป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอาหารทะเลทั้งหมดและเป็นผลิตภัณฑ์ระดับสากลอย่างที่เจ้าตัวตั้งใจไว้นั้น ปัจจัยด้านการตลาดในขณะนี้ย่อมแตกต่างกับช่วงสมัยคุณพ่ออย่างแน่นอน
       
       เสริมเล่าถึงวิวัฒนาการของการตลาดสำหรับธุรกิจตัวเองว่า "สมัยรุ่นคุณพ่อ พวกท่านสร้างแบรนด์มาอย่างดี เราทำกิจกรรมการตลาดหลายๆ อย่างไม่ว่าจะออกสื่อทางวิทยุ ว่าถ้าเลือกปลากระป๋องก็ต้องปุ้มปุ้ย และเพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำแบบใคร และไม่ให้ใครมาซ้ำแบบ ปลาปุ้มปุ้ยของเราจึงมีน้ำลาย 3 หยด เพราะโฆษณาทางวิทยุมันไม่เห็นภาพจึงต้องสร้างคำนิยมให้แบรนด์ หลังจากนั้นก็มีการจัดรายการทีวีอย่างรายการ "ปลายิ้มชิมรส" ก็มีคนมาทำอาหารโดยใช้ปุ้มปุ้ยเป็นส่วนผสมและมอบใบประกาศให้จึงทำให้คนรู้จัก แต่ในสมัยนี้เส้นทางการนำเสนอทางสื่อมีอยู่เต็มไปหมด จึงยากที่จะทำให้โดดเด่นง่ายๆ ดั่งเช่นแต่ก่อน ไม่ว่าจะด้วยการต้องเพิ่มงบประมาณการนำเสนอสินค้าที่มากขึ้น เราจึงต้องเน้นการทำกิจกรรมให้เข้าถึงผู้บริโภคและมีส่วนร่วมกับสินค้ามากขึ้น"

       ช่วงเวลา 3 ปี ที่หนุ่มหน้าหยกได้เข้ามาจัดการด้านการตลาดนั้น เขาได้เพิ่มกิจกรรมทางการตลาดมากมายให้กับแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นการทำกิจกรรมในระดับหมู่บ้าน ให้หัวหน้าหมู่บ้านเป็นตัวแทนจำหน่าย และล่าสุดเขาได้จัดแคมเปญ เปิดฝาลุ้นโชค โดยได้บรรจุตัวเลขไว้ใต้ฝากระป๋องผลิตภัณฑ์ทุกชนิด ตั้งแต่เลข 0-9 แล้วผู้บริโภคสามารถนำเลขที่สะสมได้มาเรียงเป็นลอตเตอรี่ในแต่ละงวดแล้วนำมาแลกเงินรางวัลได้
       
       เสริมกล่าวถึงไอเดียสำหรับกิจกรรมการตลาดครั้งนี้ว่า "ผมได้ไอเดียจากสิ่งใกล้ตัว เพราะคนไทยชอบเล่นหวยเป็นหลัก ซื้อกันทุกงวด หายใจเข้า-ออกเป็นหวย จึงคิดว่าน่าจะเอามาเป็นกิมมิคได้ อีกประการหนึ่งที่เลือกทำกิจกรรมทางการตลาดแบบนี้ เพราะคิดว่าการส่งชิงโชค หรือสะสมฝาลุ้นเงินล้าน เพราะผู้คนส่วนใหญ่มักคิดว่า เป็นการมั่ว กั๊ก หรือโกงของกิจกรรมทางการตลาด แต่เปิดฝาลุ้นโชคนี้เราไม่ได้เป็นผู้กำหนดตัวเลขหรือรางวัล แต่ผู้ชิงโชคเองเป็นผู้เล่นสนุกกับมันมากกว่า โดยใช้ตัวเลขที่เจอมาเรียงต่อกันตามสลากของรัฐบาลที่ออกในแต่ละงวด เคมเปญนี้จะเสร็จสิ้นในเดือนตุลาคมนี้"
       
       อำนาจหน้าที่ทางด้านการตลาดของเสริมนั้นเขาสามารถตัดสินใจเองประกอบกับรับคำปรึกษาจากคุณพ่อ และระดมความคิดของทีมงาน แล้วนำความคิดที่เขาได้ศึกษาโดยเน้นข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาประกอบกับไอเดียที่ได้แต่ละไอเดียที่เป็นแนวทางของผลิตภัณฑ์
       
       ไอเดียส่วนใหญ่ที่หนุ่มนักการตลาดคนนี้ได้ศึกษา จะได้มาจากสิ่งใกล้ตัวและสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ซึ่งดูช่วงเวลาและคู่แข่งขันเป็นส่วนประกอบ เพราะข้อจำกัดในการจัดทำกิจกรรมทางการตลาดสำหรับสินค้าทั่วไป ส่วนใหญ่จะทำได้แค่ ขวด กระป๋อง ฉลาก ฝา เท่านั้น
       
       เห็นเป็นหนุ่มวัยไฟแรงอย่างนี้ เสริมมีเคล็ดลับในการดูแลสุขภาพโดยการออกกำลังกายทุกวัน และเพิ่มทักษะให้กับอาชีพด้วยการเข้าเรียนในระดับปริญญาโท คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี โปรแกรมอินเตอร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับธุรกิจครอบครัวที่จะขยายตัวในอนาคต
       
       "ปัญหาในการทำงานของผมตอนนี้ยังไม่หนักหนาจนแก้ไม่ตก แต่สิ่งที่ผมอยากปรับปรุงคือ ระบบการทำงานขององค์กรเพราะปุ้มปุ้ยเติบโตมาจากธุรกิจครอบครัว แล้ววันหนึ่งเราต้องเข้าไปอยู่มหาชน แนวทางการทำงานจากครอบครัวที่ง่ายๆ ก็ยุ่งยากขึ้น ทุกอย่างต้องผ่านการตรวจสอบจากหลายๆ ฝ่าย แต่บุคลากรเก่าๆยังปรับตัวไม่ได้ ก็คงต้องรอการปรับปรุงให้ดีกว่านี้"
       
       ในส่วนของคติในการดำเนินธุรกิจก็เป็นสิ่งที่สืบทอดทางความคิดมาจากครอบครัวที่อบอุ่น ซึ่งไกรเสริมได้สะท้อนให้ฟังว่า "ในการทำธุรกิจสิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้มาจากครอบครัว คือ อะไรที่เราสามารถทำเพื่อตอบแทนกลับคืนสู่สังคมได้ก็ควรที่จะทำ เพราะอย่างธุรกิจของเราตั้งแต่อยู่ที่ตรัง เราก็ไม่เคยเอาเปรียบใคร ขณะเดียวกันยังมีการตอบแทนกลับคืนสู่สังคมอีกด้วย จึงทำให้ทุกวันนี้เรียกได้ว่า คนที่ตรังก็รู้จักเราดี มันเป็นเหมือนกำไรอย่างหนึ่งที่ไม่ได้สร้างขึ้นมาง่าย ๆ ดังนั้น คนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานควรมองเรื่องนี้เอาไว้ด้วย เพราะว่ามันคือจุดเริ่มต้นก่อนที่เราจะขึ้นมายืนบนจุดนี้ได้เช่นในปัจจุบัน"
       
       แม้ตอนนี้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง แต่ความคาดหวังในอนาคตของนักธุรกิจไฟแรงคนนี้ อยากบรรจงวาดเส้นทางชีวิตนักธุรกิจและกิจการของครอบครัวให้ยืดยาวต่อไปตามที่ตั้งใจไว้ โดยจะขยายไลน์สินค้าให้และเสริมแบรนด์ให้คนทั่วโลกได้รู้จัก "ปลายิ้ม"


ที่มา : http://www.manager.co.th/MetroLife/ViewNews.aspx?NewsID=9480000084235



รุ่นใหม่ไฟแรง : ไกรเสริม โตทับเที่ยง

เทือกเถาเหล่ากอ - ลูกชายคนที่ 2 ในจำนวนลูกชาย-หญิง 3 คน ของ สุธรรม โตทับเที่ยง ที่ปรึกษาบริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล จำกัด (มหาชน) และ ชุติมา โตทับเที่ยง กรรมการบริษัทเดียวกัน ทั้งสองท่านสอนลูก ๆ เสมอว่าให้ตั้งใจเรียนหนังสือ แต่ก็ให้อิสระอยากเรียนอะไรหรือทำอะไรก็ได้

ที่มาของชื่อ - คุณพ่อตั้งชื่อ ?ไกรเสริม? คงมาจากชื่อจีน ?ไกเซิน? แปลว่า ป่าไม้ ส่วนไกรเสริมมีความหมายตรง ๆ ตัว เสริมสร้าง เติมเต็ม ยิ่งใหญ่เกรียงไกร ส่วนใหญ่หลานชายของตระกูลชื่อนำหน้าด้วย ?ไกร? ทุกคน ส่วนชื่อเล่น ?เสริม? ย่อมาจากชื่อจริง เรียกง่าย ๆ สั้น ๆ ไม่ยุ่งยาก

ศึกษาเล่าเรียน - จบจากเซนต์คาเบรียล สอบเอนทรานซ์เข้าคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี   สาขาบริหารธุรกิจ ภาควิชาการตลาด จุฬาลงกรณ์มหา วิทยาลัย ระหว่างเรียนปี 1 ได้ทุนเอเอฟเอส จึงพักการเรียนเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ประเทศเบลเยียม แล้ว กลับมาเรียนต่อจนจบปริญญาตรี จากนั้นเข้าทำงานที่บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล ระยะหนึ่ง ในใจ    คิดอยากเรียนต่อปริญญาโท พร้อม ๆ กับความรู้ภาษาจีน จึงขอไปเรียนที่ปักกิ่ง BEIJING LANGUAGE AND CULTURE UNIVERSITY ประมาณ 10 เดือน ต่อมาเรียนปริญญาโทที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี สาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลักสูตรอินเตอร์

หน้าที่การงาน - กลับจากจีนแล้วเข้าทำงานที่ บริษัท J.Walter Thomson ตำแหน่ง Account Executive ประมาณ 1 ปีสนุกกับงานมากครับ ได้ดูแลลูกค้าใหญ่ ๆ ได้เห็นภาพแนวคิด การสื่อสารการ  ตลาดหลายทาง ระหว่างนั้นก็อยากกลับมาช่วยธุรกิจของ ครอบครัวจึงตัดสินใจลาออก มาเริ่มงานที่บริษัทฯ ปัจจุบันเป็น รองผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล จำกัด (มหาชน) รับผิดชอบแผนงานตลาดปุ้มปุ้ย

ยามว่าง - ปกติทำงานวันจันทร์-วันศุกร์ มักหาเวลาไปออกกำลังกายเสมอ ๆ สำหรับวันทำงานไปออกกำลังกายในตอนเย็น ชอบกีฬาที่เล่นเป็นเกมครับ เช่น แบดมินตัน สควอช ส่วนเสาร์อาทิตย์มีไปตีกอล์ฟ และไปดูหนัง กินข้าว กับครอบครัว ช่วงหลัง ๆ เปิดบริษัทร่วมกับเพื่อน ทำเกี่ยวกับสื่อนอกสถานที่ สื่อใหม่ ก็แบ่งเวลาไปดูงานบ้าง

เป้าหมายในอนาคต - พยายามทำธุรกิจของครอบครัวให้ดีที่สุด พยายามผลักดันให้อยู่ในระดับโลก ส่วนหน้าที่การงานอื่น ๆ ก็พยายามมองหาไปเรื่อย ๆ อย่างร้านอาหารก็สนใจ คงมองหาลู่ทางและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปก่อน

มองตัวเอง - เป็นคนสนุก ๆ ไม่ชอบอยู่เฉย ๆ ชอบหาอะไรสนุก ๆ ทำ ชอบคิดนู่นนี่ไป เรื่อย ๆ ไม่หยุดนิ่ง ทำได้มั่งไม่ได้มั่ง เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ขอให้ได้คิดครับ.



ที่มา : http://www.dailynews.co.th/lady/each.asp?newsid=67266


    เป็นเลือดสะตอแหลงใต้ได้หม้าย
 โดย... เด็กนาท่าม
31 มีนาคม 2550 ลบความคิดเห็น 


    เป็นคนตรังของจริงหรือป่าว
 โดย... เด็กศรีตรัง
31 มีนาคม 2550 ลบความคิดเห็น 


    ที่เป็นคนดีเมืองตรังได้เพราะรวยรึเปล่าครับ
 โดย... เด็กนาโยง
26 กุมภาพันธ์ 2550 ลบความคิดเห็น 


    ดีค่ะ พี่เค้ากำลังจะแต่งงานแล้วค่ะ
 โดย... คนรักดี
23 กุมภาพันธ์ 2550 ลบความคิดเห็น 


    ขอให้รวยตลอดไปและขอให้นึกถึงคนจนๆบ้างครับ
 โดย... เงามายา
7 มกราคม 2550 ลบความคิดเห็น 


    ไอ้ตี๋ พ่อแกไม่มีความรับผิดชอบเลย มีโจรในธรรมรินทร์ธนา พ่อแกก็เฉย จะโพสให้ทุกเวปเลย
 โดย... 123
18 ธันวาคม 2549 ลบความคิดเห็น 


    อย่าทิ้งความรู้สึกดีดีในการต้องการพัฒนาเมืองตรัง ขอเป็นกำลังใจตลอด จงรู้ไว้ว่า ความดีไม่มีวันดับสูญถ้ามีความศัทธาที่จะกระทำ วันพรุ่งนี้คงเป็นวันของคุณ
 โดย... คนตรัง
4 ธันวาคม 2549 ลบความคิดเห็น 


    Hello, nice site look this: [break] End ^) See you
 โดย...
16 ตุลาคม 2549 ลบความคิดเห็น 


    งืมม เฮียเสริมได้อ่านแล้วยังล่ะนี่ คงจารู้แล้วเนอะ ดังใหญ่แล้ววว ^^
 โดย... Noo+Mon
30 สิงหาคม 2549 ลบความคิดเห็น 


    ไอภูมิบายดีเออ
 โดย... ไอปรี
20 สิงหาคม 2549 ลบความคิดเห็น 


    ขอนับถือจริงๆ ตระกูลที่มีแต่ความร่ำรวย แต่กลับลืมคนบ้านเดียวกันอันนี้ก็ขอชม
 โดย... เด็กรักตรัง
27 กุมภาพันธ์ 2549 ลบความคิดเห็น 


    พ่อของผมทำงานกับพ่อของไกรสินครับ
 โดย... เด็กบ.ร.ป6/2
9 พฤศจิกายน 2548 ลบความคิดเห็น 


    . . . oh เก่ง จริง นับถือเลยตระกูลนี้ . . . . ถึงแม้ไม่ได้เป็น first แต่ก็ยังเป็น top 10 หละ
 โดย... หญิงอุ๋ย br
7 พฤศจิกายน 2548 ลบความคิดเห็น 


    เรียนกี่ปีล่ะถึงจะจบ
 โดย... กกก
5 พฤศจิกายน 2548 ลบความคิดเห็น 


    ทั้งเก่งและหล่อมากเลยไม่ทราบว่ามีแฟนยังล่ะ
 โดย... กกก
5 พฤศจิกายน 2548 ลบความคิดเห็น 

แสดงความคิดเห็น
ข้อความ* :  
โดย* :
 

กรุณากรอกข้อความในภาพที่ท่านเห็นด้านบน
 
 
 

  2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน 08-6397-2702