๐ ข้อมูลจังหวัดตรัง
 ๐ ข้อมูลท่องเที่ยวตรัง
  ๐ เกี่ยวกับตรังโซน
  ๐ เพื่อนบ้าน

      สกู๊ป
จำนวนผู้อ่าน 1890 คน

      ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลนครตรัง เป็นศูนย์พัฒนาฯ ที่จัดสร้างด้วยงบประมาณเทศบาลโดยมีจุดมุ่งหมายอันสำคัญเพื่อ "ต้องการลดช่องว่างทางการศึกษาในระดับปฐมวัย เปิดโอกาสให้เด็กวัย 3 ขวบในเขตพื้นที่บริการ มีสิทธิเท่าเทียมกันในการเข้ารับการพัฒนาทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา" จึงส่งผลให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลนครตรัง ได้รับความสนใจจากผู้ปกครองและองค์กรอื่น ๆ อย่างมากมาย โดยมีองค์กรต่าง ขอศึกษาดูงานเดือนละ 5-7 คณะตลอดมา

      เทศบาลนครตรัง  โดยนายชาลี  กางอิ่ม นายกเทศมนตรีนครตรัง มีความตระหนักเป็นอย่างยิ่งในการที่จะพัฒนาศูนย์ฯ แห่งนี้ให้เป็น ?ศูนย์แห่งการเรียนรู้ด้านพัฒนาการเด็กวัย 3-4 ขวบ? สำหรับครูผู้ดูแล ผู้แกครอง และประชาชนพื้นที่ใกล้เคียงที่มีความสนใจ จึงได้มีนโยบายในการจัดทำห้องใดที่มีมาตรฐานระดับต้น ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนในโครงการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กต้นแบบ โดยภายในห้องสมุดจะจัดให้มี ?ศูนย์การเรียนรู้? ในรูปแบบต่าง ๆ มากมายอย่างหลากหลาย ให้เด็กเล็กสามารถเข้าไปเรียนรู้ ศึกษาด้วยตนเอง และเป็นสถานที่ให้ผู้ปกครองครูผู้ดูเด็ก ตลอดถึงประชาชนทั่วไปเข้าไปศึกษาหาความรู้ด้วยสื่อเทคโนโลยี และนวัตกรรมสื่อ โดยจะเปิดให้บริการในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2548 นี้คอลัมน์ @ ตรังฉบับนี้ ขอหยิบคอลัมน์จากหนังสือพิมพ์ ?ฉบับหนึ่ง มาฝากให้ได้อ่านเป็นข้อคิด  ?เด็กไทยยิ่งโดยิ่งโง่ ?

เด็กไทยยิ่งโตยิ่งโง่
ไม่กลัวบาป-ซื่อสัตย์
แนะให้ใช้ความรู้อบรม

      เผยผลสำรวจบั่นทอนความรู้สึกคนเป็นพ่อ ? แม่ นักวิจัยระบุเด็กไทยยิ่งโตไอเดียยิ่งต่ำ ไม่เกรงกลัวต่อบาปความซื่อสัตย์ลดลงความคิดสร้างสรรค์ถดถอย สะท้อนระบบการศึกษาไร้ประสิทธิภาพไม่สามารถพัฒนาไอคิวเด็กได้ ส่วนปัญหาการบริโภคทำน้ำหนักเพิ่มขึ้นแต่ตัวกลับเตี้ยลงในขณะที่ สภาพครอบครัวส่วนใหญ่มีบ้านอยู่ใกล้แหล่งอบายมุข ทั้งร้านเหล้า บ่อนการพนันและสถานที่ สภาพที่พ่อแม่เน้นให้ความรู้ในการอบรมเด็กมากที่สุด

      เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 30 ก.ย. ที่โรงแรมอมารี แอร์พอร์ต สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สวก.) จัดเสนอผลการศึกษาโครงการวิจัยพัฒนาการแบบองค์รวมของเด็กไทย โดยรศ. พ.ญ. ลัดดา เหมาะสุวรรณ หัวหน้าโครงการวิจัยพัฒนาการแบบองค์รวมของเด็กไทย เพื่อศึกษาพัฒนาการแบบองค์รวมของเด็กไทย และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะการอบรมเลี้ยงดูเด็กของครอบครัวไทย โดยศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 1-18 ปี ใน 17 จังหวัดทั่วประเทศ จำนวน 9488 คน ระหว่างเดือน ก.ย.-ธ.ค. 2544 จากนั้นจึงไปรวบรวมและสรุปผลออกมาได้

      รศ.พ.ญ. ลัดดา กล่าวว่าครอบครัวไทยเป็นครอบครัวที่มีพ่อแม่ลูกอยู่ด้วยกันมากที่สุด ร้อยละ 54.6 รองลงมาเป็นครอบปู่ย่า ตายายอยู่ด้วย โดยครอบครัวร้อยละ 45.2 อาศัยอยู่ใกล้แหล่งประโชน์สำหรับเด็ก เช่น สนามเด็กเล่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ขณะที่ครอบครัวในเมือง ร้อยละ86 อยู่ใกล้ร้านขายสุรา และร้อยละ 14-18 อยู่ใกล้บ่อนพนัน สถานเริงรมย์และโรงงานอุตสาหกรรม โดยผู้เลี้ยงดูหลักของเด็กจะเป็นแม่มากที่สุด รองลงมาคือ ปู่ย่าตายาย ทั้งนี้พบว่าผู้เลี้ยงดูหลักของเด็กพบว่าเด็กอายุระหว่าง 6 ขวบ ไม่เกิน 13 ปี ถูกทำร้ายร่างกายมากกว่าเด็กอายุ 18 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี แต่จะถูกทำร้ายทางวาจาน้อยกว่า ทั้งนี้ร้อยละ 46.4 ในเด็กอายุ 6 ขวบ แต่ไม่เกิน 13 ปี ไม่มีความรู้สึกอะไรเมื่อได้รับการกระทำความรุนแรง สะท้อนว่าเด็กอาจเกิดความรู้สึกชาชิน หรือเห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นเรื่องธรรมดา

     หัวหน้าโครงการ ฯ กล่าวต่อว่า เด็กไทยดูโทรทัศน์เฉลี่ยวันละ 3 ชั่วโมง และจะเพิ่มชั่วโมงในการดูมากขึ้นตามอายุ
การเจริญเติบโตของเด็กในเรื่องน้ำหนักส่วนสูงเมื่อเทียบกับการสำรวจสภาวะสุขภาพประชากรไทยครั้งที่ 2 พ.ศ. 2539 พบว่า เด็กไทยมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น แต่มีเกณฑ์เตี้ยกว่าเกณฑ์มาตรฐาน สะท้อนภาวการณ์การขาดโภชนาการที่ดีในส่วนเรื่องพัฒนาการเชาวน์ปัญญานั้นในเด็กอายุ 1 ขวบ แต่ไม่เกิน 3 ขวบ มีเชาวน์ปัญญาระดับ 102.5 เด็กอายุ 6-12 ขวบ เท่ากับ 91.2 และเด็กอายุ    13-18 ปี เท่ากับ 89.9 โดยเด็กนอกเขตเทศบาลจะมีเชาวน์ปัญญาต่ำกว่าเด็กในเขตเทศบาล ภาพรวมพบว่าเด็กมีระดับเชาว์ปัญญาในเกณฑ์ค่อนข้างต่ำเมื่ออายุเพิ่มขึ้นซึ่งช่วงเวลาที่เชาวน์ปัญญาเด็กลดลงเป็นช่วงที่เด็กอยู่ในโรงเรียนสะท้อนให้เห็นว่าควรต้องมี

การปรับปรุงระบบการศึกษาใหม่ที่จะทำอย่างไรให้สามารถพัฒนาเชาวน์ปัญญาเด็กได้

      รศ.พ.ญ. ลัดดา กล่าวต่อว่า สำหรับพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจสุขภาพ จริยธรรม ในเด็กอายุ 10 ขวบ โดยรวมเป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ต่ำสะท้อนให้เห็นว่าการเรียนรู้ตำราถนัดไปในทางตามมากกว่าคิดเอง ถ้าเป็นเช่นนี้อนาคตจะลำบาก เมื่อเด็กอายุมากขึ้นจะประหยัดอดออมน้อย มีความซื่อสัตย์เกรงกลัวต่อบาปลดลง ขณะที่เด็กหญิงจะมีความรู้สึกประหยัดอดออม ซื่อสัตย์เกรงกลัวต่อบาปลดลง ขณะที่เด็กหญิงจะมีความรู้สึกประหยัดอดออม ซื่อสัตย์และเกรงกลัวต่อบาปมากกว่าเด็กชาย โดยภาพรวมแล้วพบว่าเด็กไทยมีพัฒนาการแบบองค์รวมที่สมวัยลดลงตามอายุโดยปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาการแบบองค์รวมมากที่สุดคือ การอบรมเลี้ยงดู การที่พบว่าเด็กไทยมีเชาวน์ปัญญาลดลงเมื่ออายุเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงกระบวนการเรียนรู้ของเด็กไทยมีเชาวน์ปัญญาลดลงเมื่ออายุเพิ่มขึ้นสะท้อนถึงกระบวนการเรียนรู้ของเด็กไทยที่ต้องเร่งแก้ไขโดยด่วน เพื่อให้เด็กไทยมีทักษะใน         การเรียนรู้ รู้จักวิเคราะห์ แยกแยะข้อมูลโดยการจะทำให้การพัฒนาองค์รวมได้ผลมากที่สุด จะต้องมุ่งให้ความรู้ในเรื่องการอบรมเลี้ยงดูเด็กแก่พ่อแม่ ให้ความรู้เรื่องชีวิตครอบครัวและจะต้องพัฒนาเด็กทั้งตนคน คือ ทั้งทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ สังคม และจริยธรรม


ที่มา : http://www.trangcity.go.th/



    ถึงผู้ใหญ่ของเทศบาลนครตรังข้าพเจ้ามีเรื่องจะร้องเรียน คือว่า มีพนักงานของเทศบาลกองการศึกษา นายฟูเกียรติ คงชูศรี เอาเวลาของราชการมานอนอยู่ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก มีการเซ็นชื่อแต่ไม่เข้าไปทำงานขอให้ผู้ใหญ่ของเทศบาลเข้ามาตรวจสอบด้วย ข้าพขอยืนยันว่าเรื่องของข้าพเจ้าเป็นจริงทุกประการ เพื่อให้เมืองตรังมีคนดีอยู่ขอความกรุณาด้วย ขอขอบคุณไว้ณที่นี้ด้วย ขอให้ผู้ที่อ่านเป็นพยานด้วย
 โดย... ผู้หวังดีไม่คิดสิ่งตอบแทน
28 มกราคม 2550 ลบความคิดเห็น 


    อยากทราบรายละเอียดการขอหนังสือเสด็จประพาสเมืองตรัง เนื่องจากมีความสนใจแต่ไม่ได้อยู่จังหวัดตรัง
 โดย... นิตยา เทศบาลนครภูเก็ต
3 สิงหาคม 2549 ลบความคิดเห็น 


    เป็นข่าวท่ีดีมาก
 โดย... คนรักเมืองตรัง
9 มีนาคม 2549 ลบความคิดเห็น 

แสดงความคิดเห็น
ข้อความ* :  
โดย* :
 

กรุณากรอกข้อความในภาพที่ท่านเห็นด้านบน
 
 
 

  2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน 08-6397-2702