๐ ข้อมูลจังหวัดตรัง
 ๐ ข้อมูลท่องเที่ยวตรัง
  ๐ เกี่ยวกับตรังโซน
  ๐ เพื่อนบ้าน

      สกู๊ป
จำนวนผู้อ่าน 468 คน

ร้านกาแฟกลางคืนตกแต่งบรรยากาศผับกำลังมาแรงที่เมืองตรัง
       หากพูดถึงเรื่องอาหารการกินแล้ว ชาวตรังยอมรับกันอย่างไม่ขัดเขินว่า คนตรังนั้นเป็นคนช่างกิน และสิ่งที่คนตรังนิยมกินกันมาก มากจนโดดเด่นเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของจังหวัดก็คือกาแฟ เรียกว่ากินกันตั้งแต่ เช้ามืด สาย เที่ยง บ่าย เย็น หัวค่ำ ยันถึงดึกดื่น
       

       สำหรับวัฒนธรรมการกินกาแฟของคนตรังก็ไม่เหมือนที่ไหนๆ เอาแค่กินกาแฟกับหมูย่างและติ่มซำนี่ก็ทำเอาหลายๆคนที่เห็นเกิดความฉงนเสียแล้ว
       

       เรียกได้ว่าวัฒนธรรมกาแฟของคนตรังนั้นมีมนต์ขลังและเสน่ห์ที่ไม่เหมือนที่ไหนเลยจริงๆ
       
       ส่วนจะสุดยอดแบบ "โอ้ว...พระเจ้าจอร์จ นายยอดมาก" หรือเปล่าเรื่องนี้ต้องตามไปพิสูจน์!?!
       
       โกปี๊ &หมูย่าง มื้อเช้าแบบฉบับชาวตรัง
       
       สลิล โตทับเที่ยง ประธานหอการค้าจังหวัดตรัง ผู้เป็นลูกหลานเมืองตรังขนานแท้ เล่าว่าอาหารมื้อเช้าพื้นเมืองแบบฉบับชาวตรัง หลักๆ จะต้องมีเครื่องดื่มคือ "โกปี๊" หรือกาแฟโบราณใส่นมข้น อีกอย่างคือ "โกปี๊ช้ำ" เป็นชาร้อน (ชาซีลอน) ผสมกับกาแฟ ซึ่งจะมีรสชาติที่กลมกล่อมหอมอร่อย

สภากาแฟรุ่นเดอะพบได้ทั่วไปในเมืองตรัง
       ส่วนของกินคู่กันก็ไม่ใช่ขนมปังหรือแซนด์วิช หากแต่เป็น "หมูย่างสูตรตรัง" ซึ่งจะเป็นตำรับพิเศษที่สืบทอดกันมานานกว่า 150 ปี แต่ละร้านก็จะมีสูตรเฉพาะตัว แต่หลักๆ จะหมักด้วยเครื่องเทศยาจีนและน้ำผึ้ง ทิ้งไว้ 3-5 ชั่วโมง แล้วนำหมูไปย่างในเตาที่ออกแบบพิเศษซึ่งจะทำให้หมูสุกทั่วถึงทั้งตัว เนื้อนุ่ม หนังกรอบ หวานนำ และไม่ต้องใช้น้ำจิ้ม เพราะจะมีรสชาติที่ดีอยู่แล้ว ถ้าเจ้าไหนขายคู่กับน้ำจิ้ม แสดงว่าไม่ใช่สูตรตรังของแท้
       
       นอกจากนี้ยังมี ปาท่องโก๋และอิ่วจาก้วย ซึ่งเมื่อมาถึงเมืองตรังแล้วจะต้องทำความเข้าใจว่า ปาท่องโก๋ของคนตรังจะต่างจากที่อื่น เพราะปาท่องโก๋ที่นี่ ลักษณะเป็นขนมนึ่งสีขาวนุ่มๆ คล้ายขนมถ้วยฟู ส่วน"ปาท่องโก๋" ที่เป็นคู่ที่เราๆท่านๆ เรียกกันนั้น คนตรังเขาเรียกว่า "อิ่วจาก้วย"
       
       มาถึงติ่มซำสารพันที่มีเกือบ 20 อย่างให้เลือกกิน ทางร้านจะเสิร์ฟมาในถ้วยเล็กๆ เรียงรายอยู่เต็มโต๊ะอาหาร ทั้ง ฮะเก๋า เต้าหู้ทอดสอดไส้หมู กุยช่าย ปูอัดยัดไส้ บะจ่าง เปาะเปี๊ยะ ซาลาเปา ข้าวเหนียวสังขยา ฯลฯ ซึ่งก็จะคิดราคาเฉพาะตามที่กิน เรียกว่าอยากอิ่มอย่างละนิดละหน่อย หรือจะอิ่มเฉพาะอย่างแบบเต็มพิกัด ก็เลือกกินกันได้ตามความชอบ
       
       ทำไมอาหารมื้อเช้าของคนตรังถึงได้มีมากมายขนาดนี้???...
       
       หลายคนคงจะตั้งคำถามนี้ เพราะโดยปกติอาหารเช้ามักจะเป็นมื้อที่ผู้คนละเลยกันเป็นส่วนใหญ่ แต่สำหรับคนตรังกลับกินมื้อเช้ากันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน
       นั่นเพราะอาชีพหลักของคนตรังคือทำสวนยางพารา ซึ่งจะต้องออกไปกรีดยางตั้งแต่เช้ามืดถึงประมาณ 6 โมงเช้า เมื่อเสร็จจากงานแล้วจะแวะกินอาหารเช้าในตลาดซึ่งแต่ละคนก็จะกินกันอย่างเต็มที่ เพราะเสียพลังงานจากการทำงานในสวนมามาก

ยามค่ำคืนจะมีชาวตรังส่วนหนึ่งจะขับมอเตอร์ไซค์มานั่งจิบกาแฟกันทั่วไปในร้านกาแฟ
       ร้านกาแฟ ที่เป็นมากกว่าที่ให้ความอิ่มอร่อย
       
       ความพิเศษของร้านกาแฟ ไม่ใช่แค่เป็นที่ฝากท้องให้คลายหิวเท่านั้น แต่ร้านกาแฟยังเป็นแหล่งที่ให้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ได้เป็นอย่างดี เพราะสมัยก่อนที่ยังไม่มีทีวี การจะรับข้อมูลข่าวสารโดยเฉพาะราคายางว่ามีความเคลื่อนไหวอย่างไรก็ต้องฟังจากวิทยุ โดยเมื่อก่อนร้านรับซื้อยางกับร้านกาแฟจะอยู่คู่กัน ช่วงที่ข่าวยางยังไม่มาก็นั่งกินกาแฟ แล้วพุดคุยกันเรื่องนั้นเรื่องนี้
       
       จากเรื่องคุยหลักๆที่จะเป็นแค่เรื่องราคายาง ก็เริ่มขยายวงออกเป็นเรื่องใกล้ตัวในชุมชน ต่อมาเป็นเรื่องสังคม เศรษฐกิจ ข่าวสารเหตุการณ์ประจำวัน ไปจนถึงเรื่องสัพเพเหระต่างๆ แต่หัวข้อพูดคุยและการวิพากษ์วิจารณ์ที่คุยกันได้อย่างออกรสออกชาติมากที่สุดก็คงไม้พ้นเรื่องการเมือง
       
       "สภากาแฟ" ของคนรักกาแฟจึงเกิดขึ้น และกลายมาเป็นบรรยากาศที่น่าติดตามไม่ใช่น้อย
       
       "เจ้าของร้าน" ดูจะเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่สุด เพราะจะทำหน้าที่ "ชงข่าว"กระจายข้อมูลให้แก่ลูกค้าที่เข้ามาในร้านได้รับรู้อย่างทั่วถึง "เมื่อกี้คนนั้นว่าอย่างนั้น คนนี้ว่าอย่างนี้" แค่เอื้อนเอ่ยเปิดการทักทาย หรือแม้กระทั่งรับฝากหรือส่งต่อข้อความ ประเด็นการเสวนาสภากาแฟ ก็จะถูกเปิดออกมาได้อย่างไม่ยากเย็น
       
       ร้านกาแฟจึงเปรียบเสมือนศูนย์รวมข้อมูลข่าวสารของชุมชน ในสมัยก่อนจะมีกระดานดำ สำหรับบอกข่าวไม่ว่าจะงานแต่ง งานบวช งานศพ หรือแม้แต่เป็นเรียงเบอร์บอกหมายเลขหวยแต่ละงวดว่าออกอะไร กระดานนี้จึงไม่เคยร้างลาร่องรอยของการขีดเขียน
       
       เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป เทคโนโลยีต่างๆ เริ่มเข้ามา จากกระดานดำกลายมาเป็นโปสเตอร์และป้ายประกาศประชาสัมพันธ์ที่พิมพ์ด้วยระบบทันสมัย จากวิทยุเครื่องเล็กๆ กลายมาเป็นโทรทัศน์ที่มีทั้งภาพและเสียง แต่ร้านกาแฟก็ยังเป็นขวัญใจของผู้คนไม่มีเสื่อมคลาย
       
       "ตั้งแต่จำความได้ ก็เห็นคนตรังกินกาแฟอาหารเช้าอย่างนี้กันแล้ว" รัศมี ขจรสิริสิน เจ้าของร้านพงษ์โอชา ร้านกาแฟที่เปิดมานานกว่า 22 ปี บอก

วัยรุ่นตรังก็นิยมกินกาแฟ แต่ขอเปลี่ยนเวลามานั่งจิบในยามค่ำคืน
       "พอร้านเปิดตอนตี 4 ก็มีลูกค้ามากินกันแล้ว ช่วง 6 โมงเช้าจะมีลูกค้าเข้าร้านมากที่สุด ส่วนใหญ่ที่มากินก็เป็นคนแก่ พนักงานบริษัท ข้าราชการ ที่ก่อนไปทำงานก็ต้องมานั่งกินกาแฟคุยเรื่องต่างๆ ถ้าไม่ใช่เรื่องข่าวสารบ้านเมือง ก็เป็นเรื่องธุรกิจ อย่างเรื่องราคาที่ดิน คนนั้นจะขายที่นั่น ราคาเท่านี้ มีนายหน้า มีโฉนดหลักฐาน มาวางกันเต็มโต๊ะ"
       
       อาหารเช้าแบบฉบับตรังจึงเป็นวิถีชีวิตคนตรัง ตั้งแต่ชาวบ้านคนธรรมดาๆ ไปจนถึงบรรดาข้าราชการคนใหญ่คนโต ก็มานั่งจับกลุ่มคุยกัน และไม่เพียงกลุ่มผู้สูงอายุ หรือผู้ใหญ่วัยทำงาน แต่ยังมีเด็กๆ ที่มากับพ่อแม่ซึ่งก็จะกินนม ไมโล โอวัลติน ชุดอาหารเช้า ไข่ลวก ติ่มซำ และนั่งฟังผู้ใหญ่คุยกันตามประสาเด็กๆ
       
       นี่เองจึงทำให้คนตรังรู้จักคุ้นเคยกับการกินกาแฟและการจับกลุ่มเสวนาพูดคุยมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย
       
       จากย่ำรุ่งถึงดึกดื่น ไม่เคยร้างกลิ่นกาแฟ
       
       อาหารเช้าของคนตรังที่เริ่มตั้งแต่ตี4 ตี 5 ใช่ว่าจะหยุดถึงช่วงเที่ยงหรือบ่ายเท่านั้น แต่ยังลากยาวจากช่วงเย็นๆ ไปกระทั่งถึงช่วงดึกดื่นเที่ยงคืน เพียงแต่กลุ่มคอคนรักกาแฟจะเปลี่ยนจากวัยผู้ใหญ่ไปเป็นวัยรุ่น เปลี่ยนจากบรรยากาศคลาสสิกสู่บรรยากาศครึกครื้น และเปลี่ยนเรื่องที่คุยจากเหตุการณ์บ้านเมืองมาเป็นเรื่องสัพเพเหระประสาวัยรุ่น
       
       ซึ่งร้านกาแฟวัยรุ่นสไตล์เมืองตรังจะแบ่งเป็น 2 แบบ คือแบบคล้ายดั้งเดิมที่มีมีมานาน สีสันบรรยากาศยังไม่ทิ้งห่างกับร้านกาแฟตอนเช้าที่มีกาแฟ ปาท่องโก๋ (อิ่วจาก้วย) และติ่มซำชุดเล็ก ซึ่งอาจจะไม่มีให้เลือกมากเหมือนตอนเช้า แต่จะมีอาหารตามสั่งให้เลือกสั่งมากกว่า
       
       ส่วนร้านกาแฟอีกแบบจะเป็นแนวประยุกต์ ซึ่งเพิ่งเริ่มมีมาเมื่อ 3-4 ปีมานี้ คือจะมีกาแฟเป็นหลัก มีนมสด แซนด์วิช ขนมปังสังขยา ติ่มซำ และอาหารตามสั่งพ่วงมาด้วย พร้อมกับมีบริการทีวีจอยักษ์ เปิดให้ดูกันอย่างหนำใจ โดยเฉพาะวันไหนที่มีกีฬาอย่างฟุตบอลหรือเทนนิส วันนั้นก็จะยิ่งคึกคึกเป็นพิเศษ
       
       โดยร้านกาแฟแนวนี้กำลังได้รับความนิยมจากหมู่วัยรุ่นอย่างมาก จึงไม่แปลกถ้าหากผ่านไปในยามค่ำคืน จะเห็นรถจักรยานยนต์นับร้อยคันจอดเรียงรายหน้าร้าน ราวกับว่าจะมีงานชุมนุมอะไรสักอย่างเกิดขึ้น

วัฒนธรรมการกินกาแฟแบบตรังต้องมีติ่มซำมาเต็มโต๊ะ
       ถนนกาแฟสายคลาสสิก & โมเดิร์น
       

       ไม่เพียงอาหารเช้าของคนตรังที่จะอลังการงานสร้างเท่านั้น แต่หากว่าด้วยจำนวนร้านกาแฟก็มีมากไม่แพ้กัน
       ถ้านับเฉพาะในเขตเทศบาลน่าจะมีเกือบ 200 ร้านตั้งแต่ร้านกาแฟตอนเช้าที่เป็นรถเข็นแผงลอย ไปจนถึงร้านกาแฟกลางคืนที่ตกแต่งคล้ายลานเบียร์
       
       เชื่อใจได้ว่า มาเมืองตรังไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ไม่ต้องหวั่นเรื่องกิน
       
       ถ้าอยากสัมผัสร้านบรรยากาศคลาสสิกตอนเช้าต้องไปที่ถนนห้วยยอดเพราะมีหลายร้านตั้งอยู่ แต่ถ้าอยากรู้จักร้านเก่าแก่แนะนำ ร้านจีบขาว ร้านโกหลั่น ร้านพงษ์โอชา ร้านตรังหมูย่าง และร้านคูหาเล็กๆที่ไม่มีชื่อร้านอีกหลายร้าน
       
       ส่วนร้านยอดนิยมของวัยรุ่น เช่น ร้านปั้นสิบ ร้านบ้านสวนกาแฟ ร้านบ้านชา ร้านบ้านทนาย ร้านคอฟฟี่บาร์ คอฟฟี่บี จะอยู่ที่ถนนรัษฎา และถนนย่านตาขาว ที่มุ่งหน้าไปสนามกีฬา หากอยากจิบกาแฟยามเย็นไปถึงมืดในอารมณ์สไตล์ชาวตรังแท้ๆก็ต้องไปที่ร้านโกหลอ ปากซอยหมอเลิศหรือซอยรัษฎา 9 เมื่อไปร้านนี้ก็อย่าได้แปลกใจว่าทำไมที่พื้นถึงเกลื่อนไปด้วยกระดาษเช็ดปาก เช็ดมือ แต่ว่ากระดาษยิ่งเยอะ กระดาษยิ่งเกลื่อนพื้น กลับเป็นความภูมิใจของเจ้าของร้านเนื่องจากเป็นการพิสูจน์ให้คนเห็นว่า "ร้านชั้นขายดีมีลูกค้ามากินกันเพียบ ไม่เชื่อก็ดูกระดาษเช็ดปาก เช็ดมือที่พื้นสิ"
       
       และด้วยจำนวนร้านกาแฟที่มีมากนี้เอง จึงทำให้ร้านกาแฟแต่ละที่ได้รับการการันตีไปโดยปริยายว่าของกินในร้านอร่อยและราคาไม่แพง เครื่องดื่ม ร้อนเย็น ตอนเช้าไม่เกิน 10 บาท นมสด 13 บาท ข้าวต้ม 10- 20 บาท ชุดติ่มซำ ก็ 10-20 บาท ส่วนตอนกลางคืนบางร้านจะแพงขึ้นมาหน่อยแต่ราคาจะอยู่ที่ 10 -30 บาท
       
       แน่นอนถ้าหากร้านไหนไม่อร่อยหรือขายเกินกว่าราคาร้านอื่นๆ ก็อยู่ไม่ได้
       
       กาแฟและของกินแบบฉบับตรังจึงโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ตั้งแต่ย่ำรุ่งจนดึกดื่นเที่ยงคืน กลิ่นกาแฟก็ยังลอยกรุ่นอยู่ทั่วเมือง

อิ่วจาก้วยหรือที่คนไทยทั่วไปเรียกว่าปาท่องโก๋(บน)ปาท่องโก๋ที่ชาวตรังเรียกขาน(ล่าง)
      ว่าด้วยเรื่องปาท่องโก๋และอิ่วจาก้วย
       

       ปาท่องโก๋ จริงๆ ขนมน้ำตาลทรายขาว ภาษาแต้จิ๋วคือ แปะทึ่งก็วย ภาษากวางตุ้งคือ ปั๋กถ่องโกว้ สมัยก่อนขายคู่กับขนมอิ่วจาก้วย ( สำเนียงแต้จิ๋ว) หรือขนมทอดน้ำมัน เป็นแท่งประกบติดกัน
       
       ที่มาของการเรียกชื่อผิด มีคนให้ความเห็นว่า แต่ก่อนจะมีคนขายของ 2 อย่างด้วยกัน แล้วสมัยก่อนไม่มีร้านเป็นหลักแหล่ง คนจีนก็จะหาบของ 2 อย่างนี้ไปขายพร้อมกัน ซึ่งอิ่วจาก้วยนี้ต้องทอดขายไปจากบ้านจะได้สะดวก แต่เพื่อให้ความร้อนของอิ่วจาก้วยยังอยู่ ไม่อย่างนั้นถ้าเย็นของทอดก็จะนิ่มไม่อร่อย จึงต้องเอาผ้าขาวปิดไว้ ส่วนปาท่องโก่ ที่เป็นของนึ่งไม่ได้ปิดไว้ เพราะไม่อย่างนั้นแล้วจะแห้ง ไม่น่ากิน แล้วคนขายก็จะตะโกนเรียกลูกค้าว่า อิ่วจาก้วย ปาท่องโก๋ มาแล้วจ้า คนไทยได้ยิน แล้วเห็นปาท่องโก๋เปิดอยู่ ก็ชี้เอาอันนี้ คนขายที่เป็นคนจีนก็นึกว่าที่นี่เขาเรียกอิ่วจาก้วยว่าปาท่องโก๋ ก็จึงเพี้ยนเรียกขนมอิ้วจาก้วยว่าปาท่องโก๋ สลับกันมาตั้งแต่นั้น
       
       แถมท้ายด้วยตำนานของอิ่วจาก้วย หรือที่คนไทยเรียกชื่อว่าปาท่องโก๋นั้น เล่ากันว่าเป็นขนมนี้ตัวแทนของสามีภรรยาในยุคซ่งใต้ ซึ่งสามีคือขุนนางขายชาติ ชื่อ ฉินฮุ่ย และภรรยาชื่อ หวังซื่อ ที่ร่วมกันกลั่นแกล้งให้แม่ทัพเย่วเฟยหรืองักฮุย ฮีโร่สมัยราชวงศ์ซ่งหรือซ้อง (พ.ศ.1670-1704) ถูกประหารในปี พ.ศ.1674 ชาวบ้านจึงนวดแป้งและปั้นทำเป็นขนมแท่งคู่สามีภรรยา จับหันหลังติดกัน แล้วโยนลงในน้ำมันร้อนๆ เป็นการสาปแช่งและลงโทษให้ตกกระทะทองแดงนั่นเอง       

ที่มา : http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9480000016067


    อยากกลับไปกินติ่มซำหมูย่างตรัง อยากกลับไปเทียวหาดปากเมง(คิดถึงบ้านเกิด)
 โดย... คนไกลหน้า ม.
27 มิถุนายน 2549 ลบความคิดเห็น 


    อ๋อยอยากกิน อยากกินค่ะ คิดถึงบ้าน ฮืออ ฮือออ
 โดย... เนย์
4 ตุลาคม 2548 ลบความคิดเห็น 


    เห็นภาพแรก แล้วนึกถึงบรรยากาศ "ร้านบ้านทนาย" กลับมาเมืองตรังกี่ครั้งๆร้านนี้ก็ยังอยู่ในดวงใจ ชอบบรรยากาศ อบอุ่นดี ตึกทรงเก่า กับแสงไฟจากไฟหลอดกลม ฟังเพลงคลาสิคร่วมสมัย เพิ่มรสชาดของกาแฟได้อีกโข.....แล้วจะกลับไป กี่ครั้งๆ ก็ยังที่เดิม "ร้านบ้านทนาย"
 โดย... มีนกร ตรัง (สงขลา)
27 กันยายน 2548 ลบความคิดเห็น 


    นี่แหละตรังแท้
 โดย... อ้น
25 กันยายน 2548 ลบความคิดเห็น 

แสดงความคิดเห็น
ข้อความ* :  
โดย* :
 

กรุณากรอกข้อความในภาพที่ท่านเห็นด้านบน
 
 
 

  2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน 08-6397-2702