.
สกู๊ปเมืองตรัง : หลบฝนเที่ยวถ้ำเล เขากอบ
   
 

 ๐ ข้อมูลจังหวัดตรัง
 ๐ ข้อมูลท่องเที่ยวตรัง
  ๐ เกี่ยวกับตรังโซน
  ๐ เพื่อนบ้าน

      สกู๊ปเมืองตรัง
จำนวนผู้อ่าน 1 คน

หลบฝนเที่ยวถ้ำเล เขากอบ

สายฝนที่โปรยปรายลงมาในช่วงนี้ แม้จะเป็นอุปสรรคในการไปเที่ยวทะเลตรังแต่ก็ยังมีมุมท่องเที่ยวอื่นๆ อีกมากมายให้ไปค้นหา

คราวนี้จะพาไปหลบฝน ผาดโผนไปกับการลอดถ้ำมังกร ชมความมหัศจรรย์ของหินงอกหินย้อยที่ถ้ำเลเขากอบ จ.ตรัง

การเดินทางห่างจากตัวเมืองตรังประมาณ 30 ก.ม. และจากที่ว่าการอำเภอห้วยยอดตามถนนเพชรเกษมประมาณ 7 ก.ม. จะมีทางแยกซ้ายมือ เขียนว่าไป "ถ้ำเลเขากอบ" เข้าไปอีกประมาณ 700 เมตร

ถึงจุดหมายแล้วก็จัดแจงลงเรือลำละ 6 คน เหมาเพียงลำละ 200 บาท เงินส่วนหนึ่งจะแบ่งให้กับอบต.เขากอบ ซึ่งดูแลรับผิดชอบ ถือเป็นการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของชุมชนที่อบอุ่น ไกด์ก็นำเที่ยวได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง พร้อมเรียกเสียงฮาได้ตลอดการเดินทาง

ถ้ำเลเป็นภูเขาหินปูนซึ่งถูกน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาบรรทัดกัดเซาะจนเกิดเป็นลำธารไหลทอดเข้าไปในถ้ำใต้ภูเขา เมื่อน้ำไหลมาถึงบริเวณเขากอบจะแยกเป็น 3 สาย โดยสองสายจะไหลอ้อมภูเขา อีกสายหนึ่งไหลลอดถ้ำใต้ภูเขา ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อย ระยะทางรวม 4 กิโลเมตร ภายในประกอบด้วยถ้ำหลายห้อง

เมื่อไกด์นำเราเข้าสู่ปากถ้ำ แสงไฟนีออนก็เปิดวับขึ้น ไกด์บอกว่าเป็นไฟฟ้าอัตโนมัติที่ติดอยู่ตามผนังถ้ำ เมื่อเรือเข้ามาไฟที่อยู่เบื้องหน้าก็จะเปิดพรึบขึ้น เมื่อเรือผ่านไปไฟก็จะดับเอง แต่ก็ต้องพกไฟฉายไว้เสมอเพื่อความปลอดภัย

ถ้ำแรกที่เราเข้าไป เรียกว่า "ถ้ำคนธรรพ์" ซึ่งมาจากเสียงเล่าขานต่อๆ กันว่าสมัยก่อนชาวบ้านที่มาหาปลาบริเวณนี้มักจะได้ยินเสียงดนตรี เข้าใจว่าเป็นเสียงดนตรีจากคนธรรพ์ ภายหลังจึงทราบว่าเสียงดนตรีนั้นเกิดจากหินซึ่งเป็นไปได้ว่าค้างคาวบินชนก้อนหินจึงทำให้เกิดเสียง เพราะเมื่อก่อนในถ้ำยังไม่มีไฟฟ้าให้ความสว่าง

และแล้วเราก็ลัดเลาะไปถึงถ้ำเจ้าสาว ลักษณะเป็นม่านหินย้อย ไกด์บอกว่าก่อนลอดผ่านม่านนี้เข้าไปในถ้ำเจ้าสาวหากใครอธิษฐานเรื่องความรักจะประสบผลสำเร็จ

ทำเอาทุกคนเงียบกริบ!!!

ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยในลักษณะต่างๆ เช่น รูปพระพุทธรูป รูปเจดีย์ หรือต้นเสา ม่านที่เกิดจากหยดน้ำที่ไหลลงมากัดเซาะหินได้อย่างลงตัว และยังมีถ้ำหินตาหินยายอีก ส่วนจุดที่เรียกว่าเป็นจุดกึ่งกลางของภูเขามีลักษณะเป็นลานกว้างปัจจุบันเต็มไปด้วยดอกไม้ที่ชาวบ้านนำมาสักการะ

แต่ที่ทำให้พวกเราต้องร้องกรี๊ดก็คือถ้ำรากไทร ซึ่งในถ้ำนี้จะมีรากของต้นไทรขนาดใหญ่ที่โผล่ออกมาจากซอกหินชอนไชไปตามพื้นถ้ำ ดูคล้ายงูยักษ์อนาคอนด้า เมื่อฉายไฟส่องดูพบว่ามีผงแป้งสีขาวโรยอยู่เต็มไปหมด ไกด์บอกว่านักท่องเที่ยวและชาวบ้านมาโรยไว้เพื่อขอเลขเด็ดนั่นเอง

จากนั้นเราก็ออกมาอีกทางหนึ่งเพื่อเข้าไปลอดถ้ำมังกร ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ของการมาเที่ยวถ้ำเล ช่วงแรกการลอดเป็นไปอย่างสบายๆ สักระยะจึงรู้สึกได้ถึงผนังที่แคบและต่ำลงเรื่อยๆ บางช่วงหินเฉียดจมูกไปเพียงนิดเดียว ใครที่มีพุงก็ต้องออกแรงแขม่วกันหน่อย บางช่วงต้องนอนราบขนาบกับเรือไปเลยเพราะเพดานถ้ำต่ำมาก

ไกด์บอกว่าช่วงที่แคบนี้ก็คือช่วงของหางมังกรนั่นเอง

จุดที่เล็กและแคบนี้มีระยะทางประมาณ 350 เมตร แต่รับรองว่าทั้งสนุก และตื่นเต้น พิสูจน์ได้จากเสียงกรี๊ดที่มาเป็นระยะๆ

ไม่นานเราก็ได้ยินเสียงนกร้องเป็นการบ่งบอกว่ากำลังออกไปสู่โลกภายนอกแล้ว สัญลักษณ์หนึ่งที่พบคือหินที่ย้อยลงมาเป็นติ่งขนาดกำมือใหญ่ๆ ยังไม่ทันเอ่ยปากถามก็ได้รับคำตอบว่ามันคือหัวใจของมังกรตัวที่เราเพิ่งลอดผ่านมานี่เอง ในที่สุดพวกเราก็ออกมาจากปากของมังกรได้สำเร็จ

พร้อมเก็บความประทับใจกลับไปกับภาพถ่ายและความทรงจำ



ที่มา : http://www.matichon.co.th/khaosod/khaosod_detail.php?s_tag=03tou02061048


    หนุก มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โดยเฉพาะถ้ำลอดอ่ะ
 โดย... ววววววววววว
18 พฤศจิกายน 2548 ลบความคิดเห็น 


    เราไปเที่ยวมาแล้ว สนุกมากเลย ตื่นเต้น ช่วงที่ไปนั้นเป็นช่วงที่น้ำขึ้นมาก เราเป็นลำแรกที่เข้าไปของวันนั้น
 โดย... แป๋ว
18 ตุลาคม 2548 ลบความคิดเห็น 


    ไปมาแล้ว เพื่อนๆ ลองไปดูสิ บาย
 โดย... mut
17 ตุลาคม 2548 ลบความคิดเห็น 

แสดงความคิดเห็น
ข้อความ* :  
โดย* :
 

กรุณากรอกข้อความในภาพที่ท่านเห็นด้านบน
 
 
 

  2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน 08-6397-2702