๐ ข้อมูลจังหวัดตรัง
 ๐ ข้อมูลท่องเที่ยวตรัง
  ๐ เกี่ยวกับตรังโซน
  ๐ เพื่อนบ้าน

      สกู๊ปเมืองตรัง
จำนวนผู้อ่าน 1 คน

ผ้าทอนาหมื่นศรี วิสาหกิจฟื้นชีวิตชุมชน

"นาหมื่นศรี" คือตำบลหนึ่งในอำเภอนาโยง จังหวัดตรัง ระยะห่างจากอำเภอเมืองประมาณ 11 กิโลเมตร ชีวิตของชาวบ้านที่นี่เป็นสังคมเกษตรกรรม มีอาชีพทำนาข้าวและทำสวนยางพาราเป็นรายได้หลัก

ในอดีต ลานใต้ถุนเรือนไม้ของชาวนาหมื่นศรีแทบทุกหลัง จะมี "โหก" หรือ "กี่พื้นบ้าน" ตั้งอยู่ และมีอุปกรณ์ทอผ้าแขวนไว้บนเพดานใต้ถุน ศักดิ์ศรีของสาวชาวนาหมื่นศรีในยุคก่อน จึงอยู่ที่ความสามารถในการทำนาและการทอผ้าจากฝ้ายพื้นบ้านย้อมสี สำหรับใช้ในครัวเรือน จนกลายเป็นภูมิปัญญาที่สืบเนื่องกันมาเป็นเวลานาน

ในยุคหนึ่ง ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สอง การทอผ้าของชาวนาหมื่นศรีได้หยุดชะงักลงระยะหนึ่ง เนื่องจากภาวะการขาดแคลนเส้นใยสังเคราะห์ที่นำมาใช้แทนฝ้ายพื้นเมืองในเวลาต่อมา จนถึงยุคอุตสาหกรรมเฟื่องฟู ผ้าสำเร็จรูปจากโรงงานก็เข้ามาแทนที่ผ้าทอเนื่องจากมีสีสันสดใส ราคาถูก ทำให้ค่านิยมของคนทอผ้าและผู้ใช้ผ้าทอเปลี่ยนไป โหกที่เคยใช้งานถูกปล่อยทิ้ง

ถึงแม้ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา จะมีการส่งเสริมจากหน่วยงานต่าง ๆ ในภาครัฐ อาทิ กรมพัฒนาชุมชนและองค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง ทำให้ชาวบ้านที่ยังคงทอผ้าแบบดั้งเดิม มีการรวมกลุ่มอบรมเพื่อเพิ่มเติมความรู้และเทคนิคการทอผ้ากี่กระตุก แต่ก็มิได้ทำให้การทอผ้าก้าวพัฒนาสู่อาชีพหลักหรือเป็นอาชีพเสริมที่ยั่งยืน เนื่องจากประสบปัญหาด้านการตลาด ทำให้สมาชิกหมดกำลังใจและหันไปประกอบอาชีพอื่น ลายผ้าที่เป็นเอกลักษณ์จำนวนมาก ค่อยๆ หายไปจากวิถีการทอผ้าของคนรุ่นหลัง

แต่ด้วยความผูกพันกับมรดกวัฒนธรรมของชุมชน ศิลปะการทอผ้าที่นี่ยังมิได้สูญหายไปเสียทีเดียว ยังคงมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ทอผ้ากันมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ชื่อว่า กลุ่มทอผ้านาหมื่นศรี โดยการนำของยายกุศล นิลละออ

ยายกุศล เล่าว่า แต่เดิมกลุ่มที่ยังคงทอผ้านาที่นาหมื่นศรีนี้มีเพียง 10 คนเท่านั้น ต่อมาศูนย์ส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ได้เข้าสำรวจสถานภาพการทอผ้าพื้นบ้านภาคใต้ที่นาหมื่นศรี ได้มีการพูดคุยกันถึงคุณค่าและความสูญเสียหากมีการปล่อยปละละเลยให้การทอผ้าหมดไป สร้างกำลังและความมั่นใจกันใหม่ โดยเริ่มจากการศึกษาเพื่อถอดบทเรียนจากประสบการณ์ที่ผ่านมาของกลุ่มมาช่วยแก้ปัญหาและต่อสู้กับอุปสรรค

"เมื่อก่อนในตำบลนาหมื่นศรี ทุกหมู่บ้านเขาทอผ้ากันเอง ใช้กันเอง ไม่มีตลาดจะขาย พ่อกับแม่ของยายทำแล้วก็มีเก็บสะสม ยายเห็นยายก็ชอบแล้วก็เริ่มฝึกทอมาตั้งแต่ 2516 ก็เริ่มพัฒนาเข้ามาเป็นกลุ่มตำบลเป็นรุ่นแรกเลย ก็มีสมาชิกร่วม 10 คนที่ทำมาตลอด แต่ช่วงนั้นก็ล้มลุกคลุกคลานอย่างบอกไม่ถูก ยายก็พยายามตะเกียกตะกายทำจนได้" ยายกุศลวัยกว่า 80 ปี เล่า



หนึ่งกลุ่มตัวอย่างวิสาหกิจชุมชน

ด้วยความมุ่งมั่นอุตสาหะและความตั้งใจจริงของสมาชิกในกลุ่ม กลุ่มผ้าทอนาหมื่นศรี จึงได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานต่าง ๆ นับตั้งแต่ปี 2540 อาทิ กองทุนส่งเสริมและพัฒนาผ้าทอพื้นบ้านภาคใต้ องค์การบริหารส่วนตำบล สำนักงานเลขาธิการวัฒนธรรมแห่งชาติ และกองทุนเพื่อสังคม (SIF) เข้าให้ความช่วยเหลือทั้งเรื่องเงินทุนหมุนเวียน และการจัดหาอุปกรณ์ในการทอ ทั้งกี่และเส้นใย การอบรมดูงาน ตลอดจนการสร้างอาคารศูนย์ฝึกอาชีพทอผ้านาหมื่นศรี ตั้งอยู่ที่ 119 หมู่ 8 ตำบลนาหมื่นศรี อำเภอยาโยง จังหวัดตรัง โทร.0-1476-4318 หรือ 0-7529-9597

ล่าสุด ปี 2545 ทางกลุ่มได้รับการช่วยเหลือด้านเงินทุนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ หรือ ธ.ก.ส. ในโครงการสนับสนุนสินเชื่อวิสาหกิจชุมชน โดยคุณเอ็นนู ซื่อสุวรรณ รองผู้จัดการ ธ.ก.ส.ให้ความเห็นว่า ผ้าทอนาหมื่นศรีนี้เป็นกลุ่มหนึ่งในเป้าหมายปี 2545 ของการให้สินเชื่อของวิสาหกิจชุมชนประเภทกลุ่ม ในงบ 3,000 ล้านบาท จากงบประมาณทั้งหมด 10,000 ล้านบาท ซึ่งแบ่งออกจากประเภทรายบุคคลที่สามารถพึ่งตนเองได้ 7,000 ล้าน ในฐานะที่ ธ.ก.ส.เป็นธนาคารเพื่อพัฒนาชนบท สิ่งที่มอบให้กับชุมชนนอกจากด้านสินเชื่อก็คือเรื่องของการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และการตลาด

"ที่นี่ได้รับความร่วมมือช่วยเหลือ ซึ่งกันและกันของชาวบ้านมาตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว และเป็นผู้ปลุกความรู้เรื่องการทอผ้าลายต่าง ๆ ที่อยู่ในชนบทให้กับชาวบ้าน มีหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาให้การสนับสนุน ซึ่งตอนนี้ทาง ธ.ก.ส. ได้ให้ความช่วยเหลือในกลุ่มนี้ ในเรื่องของเงินทุน เป็นวงเงิน 500,000 บาท เราคาดหวังที่จะสนับสนุนเรื่องที่จะพัฒนาคุณภาพสินค้าเพิ่มขึ้น ทางกลุ่มได้มีการพัฒนาจากการทอผ้าเป็นชิ้นมาเป็นชุดสำเร็จรูปในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นความรู้ด้านการทอผ้าเป็นการพัฒนาด้านตัดเย็บ แล้วจึงนำเสื้อผ้าเหล่านั้นไปขายให้แก่ผู้สนใจ ทางรัฐบาลเองก็ได้มีนโยบายให้หน่วยงานราชการทุกหน่วยงาน รวมถึงหน่วยงานในจังหวัดตรัง ได้ใส่เสื้อผ้าไทยอย่างน้อย 1 วัน ถ้าสามารถประยุกต์ปรับปรุงในจุดนี้ ก็จะช่วยให้ผลิตภัณฑ์จำหน่ายออกได้เร็วขึ้น" คุณเอ็นนูกล่าว



ชุมชนเข้มแข็งสร้างกลุ่ม สร้างรายได้

ปัจจุบันสมาชิกนับร้อยชีวิต ร่วมกันฟื้นฟูผ้าทอ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อการพัฒนากลุ่มให้เข้มแข็ง สืบสานมรดกวัฒนธรรมให้สามารถเป็นอาชีพที่พึ่งพาตนเองได้ เน้นการทำงานระบบกลุ่มจนไปสู่ระบบเศรษฐกิจชุมชน ส่งเสริมให้สมาชิกมีกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับสมาชิกในกลุ่มได้อย่างดี จนผ้าทอนาหมื่นศรีนับเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งของดีเมืองตรัง

ผืนผ้าจากที่นี่มีทั้ง ผ้าพาดบ่า ผ้าเช็ดหน้า ที่มักใช้ลวดลายดั้งเดิมที่มีความซับซ้อนทอด้วยกี่พื้นบ้าน ผ้าในพิธีกรรมและผ้าที่ใช้เป็นเครื่องนุ่งห่มหรืออาจใช้เป็นของตกแต่งบ้าน สามารถแปรรูปเป็นของใช้ชนิดต่าง ๆ จากลวดลายที่หลากหลายจากการประดิษฐ์ด้วยภูมิปัญญาของคนที่นี่

คุณจุไร ตุลยสุข หญิงวัย 31 ปี หนึ่งในสมาชิกของกลุ่มนานกว่า 5 ปี เล่าว่า ตนเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับการชักนำจากยายกุศลให้เข้ามาทอผ้าหารายได้เสริมนอกเหนือจากการรับจ้างกรีดยางซึ่งเป็นรายได้ที่ไม่แน่นอนเพราะต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ทั้งที่ตนเป็นคนใจร้อนไม่ชอบงานละเอียดอ่อนแต่เมื่อได้เข้ามาสัมผัสจึงได้รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลง

"เมื่อก่อนไม่มีใจรักตรงนี้ แต่พอเข้ามาก็คิดว่าดีกว่าไปทำงานนอกบ้าน ตอนแรกกรีดยางอยู่แค่ภาคใต้นี้ ฝนจะตกมาก รายได้แต่ละเดือนก็ไม่พอ คุณยายเขาก็ชวนมาทอผ้าเพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น เฉลี่ยเดือนละ 3000-4000 บาท ได้เป็นกำไรหักค่าด้ายแล้วทั้งหมด"

คุณจุไรยังบอกอีกว่าสามีและพี่น้องก็หันมาทอผ้ายามว่างกันหมด ตอนนี้เธอและครอบครัวสามารถสร้างบ้านได้หลังหนึ่งแล้ว

ผู้ที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกของกลุ่มทอผ้านาหมื่นศรี เมื่อเรียนรู้วิธีการและลวดลายต่าง ๆ แล้วจะนำด้ายหรือเส้นฝ้ายสังเคราะห์ไปทอเองที่บ้าน แล้วส่งคืนกลุ่มเมื่อทอเสร็จ จะให้ค่าตอบแทนเมื่อครบเดือน รายได้ขึ้นอยู่กับความยาวและลวดลายความยากง่ายของลายผ้าทอ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความขยันของสมาชิกด้วยเช่นกัน

ลายผ้าทอที่ขึ้นชื่อและเป็นลายดั้งเดิมของที่นี่ก็คือ ลายลูกแก้ว ลายดอกจันทน์ ลายแก้วชิงดวง ฯลฯ

แต่ในหนึ่งลายสามารถแยกลายได้เป็นแบบต่าง ๆ ได้อีก ซึ่งเป็นแนวคิดของสมาชิกในกลุ่ม ลายผ้าทอนาหมื่นศรีจึงแตกต่างจากผ้าทออื่น

ส่วนขั้นตอนการทอผ้านั้น คุณจุไรอธิบายให้ฟังคร่าว ๆ ว่า เริ่มต้นจากการกรอด้ายหรือม้วนด้ายเข้าหลอด แล้วนำมาเดินด้าย ภาษาใต้เรียก ค้นหูก ในความยาวผ้า 100 หลา ต้องใช้ด้าย 132 หลอด จากนั้นจึงนำมาสอดฟันหวีแล้วม้วนด้ายเข้าปั่น เตรียมเก็บลายหรือเก็บตะกอ ซึ่งการเก็บตะกอใช้เวลาประมาณ 2-3 วันในการสลับเส้น หากผิดแม้แต่เส้นเดียวก็จะทำให้ลวดลายผิดเพี้ยนไปได้ ส่วนระยะเวลาการทอขึ้นอยู่กับเวลาของสมาชิกเอง บางคนใช้เวลาวันละประมาณ 2 ชั่วโมง จะได้ผ้าทอ 100 หลาภายใน 1-2 เดือน

วิธีการดูแลรักษาผ้าทอ กลุ่มผ้าทอนาหมื่นศรียังแนะนำว่า ผ้าทอที่ทอด้วยฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ ควรแยกซักและใช้น้ำยาซักผ้าอย่างอ่อน ตากในที่ร่ม และรีดด้วยความร้อนขนาดปานกลาง ควรหลีกเลี่ยงการเปื้อนด้วยของที่มีรสเปรี้ยว เป็นกรด หรือเป็นด่าง แต่หากเป็นผ้าทอด้วยฝ้ายผสมเส้นใยสังเคราะห์ ก็สามารถซักรีดได้เช่นเดียวกับผ้าทั่วไป

ตลาดหลักของผ้าทอนาหมื่นศรีในปัจจุบัน มีส่งขายทั้งในและนอกจังหวัดตรัง มีชาวต่างประเทศติดต่อผ่านหน่วยงานที่ช่วยเหลือเข้ามาช่วยอีกแรง ในแต่ละเดือนมีจำนวนการผลิตถึง 1,000-2,000 หลา

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากความร่วมมือของหน่วยงานต่าง ๆ ที่ทางกลุ่มได้รับนั้น สิ่งที่ทำให้ กลุ่มผ้าทอนาหมื่นศรียังคงยืนยงได้นานหลายทศวรรษนี้ก็คือ แรงใจของชาวนาหมื่นศรีที่มุ่งสืบสานงานศิลป์ที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนให้เป็นที่ยอมรับในปัจจุบันด้วยความตั้งใจจริง

ที่มา : http://www.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=0518010146


แสดงความคิดเห็น
ข้อความ* :  
โดย* :
 

กรุณากรอกข้อความในภาพที่ท่านเห็นด้านบน
 
 
 

  2008 © All Rights Reserved. Licensed By Trangzone.com
ติดต่อทีมงาน 08-6397-2702